หนังสุดฮิตจากเกาะอังกฤษ Trainspotting

Trainspotting หนังสุดฮิตจากเกาะอังกฤษ

Trainspotting

Trainspotting หนังสุดฮิตจากเกาะอังกฤษ เข้าฉาย ใน โรงหลังจากที่ หนัง ถูก ถอด จาก

โปรแกรม ฉายใน มีนาคม ที่ผ่านมาเสียง เรียกร้องนี้ นอกเหนือจาก ลามไหล ในโซเชียล เน็ต

เวิร์ก ยังมี ผู้ลงช็อ ในChange.org มากยิ่งกว่า 800 รายชื่อ (ล่าสุด หนังมี กำหนดฉายใน วันที่

1มิถุนายน เฉพาะที่ House RCA)

เสียง เรียกร้อง ดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วเกิดขึ้น เพราะว่า Trainspotting เป็นหนัง ใน ดวงใจ

ของ คนอีกจำนวนไม่น้อย รวมทั้ง มีคู่รัก คลับ มากเพิ่มขึ้น ตรงเวลาที่ผ่านไป มัน ก็เลย ไม่ได้

เป็น เพียงแค่ หนังได้รับความนิยมปกติ แต่ว่าเป็นการปรากฏ ทางด้านวัฒนธรรม’ ของ สมัย

90 ( เคียงข้างหนังอย่าง PulpFiction แล้วก็ Chungking Express) โดย ใน ปี 1999

สถาบัน ภาพยนตร์อังกฤษได้ จัดลำดับ 100 หนังอังกฤษ ที่เยี่ยมที่สุด หนัง หัวข้อนี้ ติดอยู่ ใน

ชั้น10 รวมทั้ง ใน ปี 2004 หนังสือพิมพ์ The Observer ได้ ตรวจ ข้อคิดเห็นจากคน ทำ หนัง

แล้วก็ นักวิพากษ์วิจารณ์ ถึงหนัง อังกฤษ ที่ ดีเยี่ยมที่สุด ในรอบ 25 ปีหนัง หัวข้อนี้ ติดอันดับ 1

ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนประกอบ ของ หนัง อย่าง บทสนทนานักแสดง ซีนต่างๆ ยัง ถูกอ้างอิง ตลอด

มา ซึ่ง จัดว่ามา ไกล เมื่อย้อน เปรียบเทียบกับ จุดกำเนิด ว่า มัน เป็นเพียงแต่ หนัง อังกฤษ ทุน

ต่ำ จาก ผู้สร้างมือใหม่แล้วก็ศิลปิน โนเนม (ตอนนั้น ) ที่เล่า ชีวิต กลุ่มวัย รุ่น ขี้ยา ใน

สกอตแลนด์

สาเหตุที่หนังอังกฤษเล็กๆ เรื่องนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ภาพยนตร์แห่งยุค 90 นั้น เกิดจาก

เหตุผลสำคัญ 4 ข้อดังนี้

ตัวหนังที่สดใหม่ มีพลัง เต็มไปด้วยซีนและบทพูดสุดจี๊ด – ไม่น่าแปลกใจที่หนังจะครองใจวัยรุ่น

ยุคนั้น เนื่องจากหนังมีสไตล์สุดฉูดฉาด (ฝีมือแดนนี บอยล์ ผู้กำกับฯ เจ้าของรางวัลออสการ์จาก

หนัง Slumdog Millionaire) ทั้งการถ่ายภาพที่เต็มไปด้วยมุมกล้องหวือหวา แปลก

ประหลาด การตัดต่อฉับไว ซึ่งร้อยเรียงเหตุการณ์ที่กระจัดกระจายทั้งเวลาและสถานที่เข้าด้วย

กันได้อย่างลงตัว ส่งผลให้หนังพล็อตบางเบากลับดูสนุกเพลิดเพลินได้อย่างไม่น่าเชื่อ และยัง

ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในหัวของตัวเอก นั่นคือเมายาตลอดเวลา

หนังมีฉากเด็ดที่น่าจดจำมากมาย เช่น ฉากที่ตัวละครมุดลงไปเอายาในโถส้วมที่สกปรกที่สุดใน

สกอตแลนด์ เรนตัน-ตัวเอก ถูกดูดเข้าไปในพื้นหลังเสพยา ทารกที่ตายไปแล้วตามมาหลอก

หลอนเขา และฉากที่โด่งดังที่สุดคือฉากเปิดเรื่อง ที่เรนตันวิ่งหนีตำรวจพร้อมเสียงวอยซ์โอเวอร์

ของเขาว่า (ยกมาบางส่วน) “เลือกชีวิต เลือกงาน เลือกอาชีพ เลือกครอบครัว เลือกทีวีโคตร

ใหญ่ เลือกเครื่องซักผ้า รถยนต์ เครื่องเล่นแผ่นดิสก์ และที่เปิดกระป๋องไฟฟ้า เลือกอนาคตของ

คุณ เลือกชีวิต แต่ทำไมผมต้องทำเรื่องพรรค์นั้น ผมเลือกที่จะไม่เลือกชีวิต ผมเลือกอย่างอื่น เห

ตุผลน่ะหรือ? — ไม่มีหรอก ใครต้องการเหตุผลล่ะเมื่อมีเฮโรอีน”

ตัวละครในหนังที่น่าจดจำและมีเอกลักษณ์ – แม้หนังจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรนตัน –

หนุ่มขี้ยาที่พยายามกลับไปใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปแต่ล้มเหลว (ถือเป็นบทแจ้งเกิดให้กับยวน

แมคเกรเกอร์) เป็นหลัก แต่เชื่อว่าใครที่ดูหนังเรื่องนี้แล้วจะไม่มีวันลืมตัวละครเหล่าผองเพื่อน

ของเขา ไม่ว่าจะเป็น สปั๊ด-หนุ่มหุ่นกุ้งแห้งมาดจ๋อย ซิคบอย-หนุ่มหน้าหล่อที่คลั่งไคล้ฌอน

คอนเนอรี่ (นักแสดงชาวสก๊อตต์ที่รับบทเจมส์ บอนด์) เป็นชีวิตจิตใจ ทอมมี-ผู้ชอบถ่ายวีดิโอ

ตอนมีเซ็กซ์กับแฟนเพื่อเก็บไว้ดู เบ็กบี้-ชายตัวเล็กอารมณ์แปรปรวนนิยมใช้ความรุนแรง และ

ไดแอน-คู่สาวที่มีเซ็กซ์กับเรนตัน ซึ่งเขามารู้ทีหลังว่าเธอเป็นเด็กมัธยมโรงเรียนไฮโซอายุเพียง

14 ปี

หากวัดมาตรฐานศีลธรรมแล้ว ต้องถือว่าพวกเขาสอบตกแบบกราวรูด แต่ความที่พวกเขาเป็นตัว

ละครที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และโดยเนื้อแท้ไม่ใช่คนเลวร้าย จึงทำให้ผู้ชมรู้สึกอยากติดตามและ

เอาใจช่วยให้ผ่านเรื่องเลวร้ายต่างๆ ไปได้ด้วยดี

ประเด็นในหนังที่ยังคงร่วมสมัย – แม้หนังจะเล่าเรื่องราวของวัยรุ่นขี้ยาในเมืองเอดินบะระของ

สกอตแลนด์ ซึ่งเหมือนเป็นเนื้อหาเฉพาะกลุ่ม แต่ผู้ชมทั่วโลกก็สามารถมีอารมณ์ร่วมไปกับหนัง

ได้ เนื่องจากมันพูดถึงประเด็นสากลอย่างการที่คนรุ่นใหม่ไม่อาจปรับตัวเข้ากับสังคมปกติ และ

ช่องว่างระหว่างคนรุ่นเก่า-รุ่นใหม่ เรียกได้ว่าหนังทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของคนรุ่นใหม่ได้

เป็นอย่างดี

ท่ามกลางสังคมทุนนิยมที่ผู้คนส่วนใหญ่มีเป้าหมายหลักคือทำงาน เก็บเงิน ซื้อบ้านซื้อรถ สร้าง

ครอบครัว แต่เรนตันกับพวกกลับ ‘ไม่เลือก’ เส้นทางชีวิตดังกล่าว พวกเขาสนใจแต่การเล่นยา

ปาร์ตี้ มีเซ็กซ์กับหญิงไม่ซ้ำหน้า ใช้ชีวิตล่องลอยไปวันๆ เหมือนคนที่วันๆ นั่งจ้องมองแต่รถไฟ

อันเป็นชื่อของหนัง (Trainspotting) โดยเงินของพวกเขาได้มาจากสวัสดิการรัฐ ไม่ก็จาก

กระเป๋าพ่อแม่ หากเงินขาดมือ พวกเขาก็พร้อมจะค้ายาหรือลักเล็กขโมยน้อย แม้มีความพยายาม

กลับคืนสู่ระบบอยู่บ้าง แต่สุดท้าย พวกเขาก็ไม่อาจกลมกลืนไปกับมัน และต้องถอนตัวออกมา

อยู่เสมอ

ที่น่าสนใจคือ หนังไม่ได้ตัดสินว่ายาเสพติดหรือการใช้ชีวิตแบบพวกเขาเป็นเรื่องผิด แถมการก

ระทำของพวกเขาก็ไม่มีการสอดแทรกบทลงโทษหรือบทเรียนสอนใจในตอนหลัง ส่งผลให้หนัง

มีปัญหากับกองเซนเซอร์ในหลายประเทศ ที่มองว่าหนังส่งเสริมการใช้ยาเสพติดหรือ

อาชญากรรม แต่หนังแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของพวกเขาเพื่อจุดประสงค์ในการวิพากษ์วิถีชีวิต

และค่านิยมของสังคมกระแสหลัก ว่ามันถูกต้อง หรือเป็นคำตอบสุดท้ายจริงหรือ

เพลงประกอบหนัง – สิ่งที่น่าจดจำอีกอย่างได้แก่เพลงประกอบ ซึ่งหนังใช้เพลงเก่าที่มีอยู่แล้ว

มาประกอบหนังทั้งเรื่อง อัลบัมเพลงประกอบ Trainspotting ฮิตถล่มทลายจนต้องมีการทำ

ชุด 2 ตามมา โดยเน้นเพลงที่ไม่ได้อยู่ในหนัง แต่เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทำหนัง ซึ่งส่วน

ใหญ่เป็นแนวพังก์ร็อกและบริตป็อปของทั้งศิลปินยุค 70 และศิลปินยุคปัจจุบัน เพลงที่หลายคน

คงจำได้ดี คือ ‘Lust for Life’ (อิกกี พ็อพ) ‘Perfect Day’ (ลู รีด) ‘Born Slippy’

(อันเดอร์เวิลด์) ‘Sing’ (เบลอร์) ‘Mile End’ (พัลป์) ‘Temptation’ (นิว ออร์เดอร์)

อัลบัมดังกล่าวยังได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก โดยในปี 2007 นิตยสาร Vanity Fair ได้จัดให้

อัลบัมนี้ติดอันดับ 7 ของอัลบัมเพลงประกอบหนังยอดเยี่ยมตลอดกาล รวมถึงในปี 2013

นิตยสาร Entertainment Weekly จัดให้อัลบัมนี้อยู่ในอันดับ 17 ของ 100 อัลบัมเพลง

ประกอบหนังยอดเยี่ยมตลอดกาล ความยอดเยี่ยมของมันเกิดจากการที่ผู้กำกับไม่ได้ใส่เพลงใน

หนังแบบขอไปที แต่ใส่ตามจังหวะเนื้อหาและการตัดต่อของหนังได้อย่างลงตัว

>>> movie hd <<<

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *