Captive State สงครามปฏิวัติทวงโลก

Captive State

Captive State

Captive State หลัง เอเลี่ยน ในชื่อ แผนก ปกครอง โลก ได้ เถลิง อำนาจ แล้วก็ ผลาญ

ทรัพยากร กระทั่งเกือบจะ เกลี้ยง ได้ ก่อกำเนิด กรุ๊ป เปลี่ยนแปลงนามฟินิกซ์ นำโดย ราฟ (โจนา

ธาน เม เยอ ร์ส) แม้กระนั้น หลังเหตุจลาจล ที่ วิค เกอร์ พาร์ค ชื่อ ของรา ฟก็แปลงเป็น

เพียงแต่ตำนาน มีเพียงแต่ วิลเลียม มัลลิ แกน (จอห์น กู๊ดแมน ) ตำรวจสันติบาล ชิคาโกแค่นั้น

ที่ ตาม สืบเสาะหา หวัง โค่น กลุ่ม ฟีนิกซ์ ที่ กำลังคิดแผนก่อการร้าย ครั้ง ใหญ่ โดย กุญแจ

สำคัญ อยู่ ที่ ปลอมบ (แอ ชตัน แซนเดอร์ส) น้องชาย ของราฟ เป้าหมาย จะ หนี ออกมาจาก

เมือง อัน ท้อใจโดยไม่เคยทราบ เลย ว่า เขา บางทีอาจ เป็น กลไก สำคัญ สำหรับการทวง ความ

อิสระ จาก เผด็จการ ต่างดาว

>>> ดูหนังออนไลน์ฟรี <<<

มา ใน แนวทาง หนังไซไฟ การเมือง จากมันสมอง ของ รูเพิร์ต ไว แต ผู้กำกับ ที่เคย ปลุกตำนาน

พื้นพิภพ วานร อีกครั้ง จาก Rise of theplanet of the apes เมื่อ ปี 20 11 ซึ่ง น่าจะเป็น หลัก

ฐาน ถึงความพึงพอใจ ใน เรื่องการเมืองได้ เป็นอย่างดี แต่เอา เข้า จริง แล้ว การคิดสถานะ

การณ์ แบ็คกราวด์ ของเรื่อง เป็น เอเลี่ยน ยึดรวมทั้งดูแลโลก ก็มิได้ เป็น ของใหม่ เสียรู้เดียว มัน

เคย ถูก บอก จนกระทั่ง เฝือ อีกทั้งในหนัง ดัง อย่าง District 9 (2009) หรือ ซีรีส์ดังทั้ง V

(2009-2011)หรือ Colony (2016-2018) กระนั้น การที่ Captive State เลือกเล่าเรื่องราว

โดย มี ศูนย์กลาง เป็น ครอบครัว นักปฏิวัติ ที่ มี แนวความคิด ขัดแย้งกัน คน นึงคิด สู้ กระทั่ง ตัว

ตาย อีก คน กลับ ต้องการ หนี ไป ให้ไกลก็ ช่วย เพิ่ม เสน่ห์ ส่วนตัว ให้หนังได้ อย่างแปลก แม้

กระนั้น การ ที่ หนังมิได้มีฉากแอ็คชั่น ไซไฟ บึ้ม บั้ม แล้วก็ไป เน้นย้ำา บรรยากาศวิพากษ์

การบ้านการเมืองแบบ เผด็จการ เข้ม ๆ เครียดๆ ก็ บางทีอาจ เข้าเกณฑ์หนัง ที่ ไม่ รัก ก็รังเกียจ

เลยไป โดยปริยาย

กระนั้นต้องขอบอกไว้ก่อนนะครับว่าบทหนังเองมีช่องโหว่ในหลายด้านทีเดียว ทั้งปมประเด็น

การเมืองที่หนังเองก็ปูไม่แน่นทั้งอุดมการณ์ที่ตัวละครยึดถือ เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่หนังเลือก

ข้ามไปจนคนดูไม่ได้อินกับเบื้องหลังการปฏิวัติของราฟ หรือปมพี่น้องระหว่างเขากับเก๊บเท่าที่

ควร แม้แต่ตัวละครตำรวจอย่าง วิลเลียม มัลลิแกน ที่ทั้งเรื่องเราแทบไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้อง

มุ่งมั่นกับการตามทะลายแก๊งฟีนิกซ์โดยที่ไม่ได้ปูสายสัมพันธ์หรือความศรัทธาของวิลเลียมที่มี

ต่อคณะปกครองจากต่างดาวชัดเจนนัก (ก่อนที่จุดหักมุมจะมาอธิบายในส่วนนี้แต่ก็ยังไม่สมเหตุ

สมผลเพียงพอนัก) ซึ่งหากมองในเชิงตรรกะของเรื่องก็สังเกตความพังได้ไม่ยาก แต่อะไรล่ะที่

จะทำให้คนดูอินได้

ประการแรกเลยคงหนีไม่พ้นการเล่าเรื่องเปรียบเปรย (Allegory) เรื่องแต่งมาวิพากษ์สังคม

การเมืองของหนังเนี่ยแหละที่น่าจะโดนใจคนไทยมิใช่น้อย หลายช่วงตอนของหนังดูไปสะอึก

ไปแบบไม่ต้ั้งใจทั้งบทบรรยายที่ผู้นำฝ่ายมนุษย์พูดถึงคณะปกครองว่าทำให้สังคมที่เคย

แตกแยกกลับมารวมตัวกันได้ หรือนัยหนึ่งก็คือการบังคับให้คนยอมรับในอำนาจเบ็ดเสร็จนั่นเอง

หรือแม้แต่โปรโมช้ั่น “คืนความสุข” ต่างๆนานาทั้งเศรษฐกิจ ตัวเลขคนว่างงานที่ลดลง ก็ทำให้

เราได้ระลึกถึงความดีงามที่เรามักได้ยินกันทุกวันศุกร์มิใช่น้อยเลยแหละ และยิ่งหนังมาฉายก่อน

วันเลือกตั้งแบบหายใจรดต้นคอนี่ก็ยิ่งท้าทายสมองให้เราได้คิดตีความไปจนถึงหวาดหวั่นกับ

ผลลัพธ์ที่ภาวนาขออย่าให้เหล่าเอเลี่ยนกลับมา ‘คืนความสุข’ กันอีกเลย

ประการต่อมาการได้เห็นทางเลือกอันแตกต่างระหว่าง ราฟ และ เก๊บ นี่แหละที่สะท้อนทางเลือก

ของประชาชนที่อยู่ภายใต้การปกครองของเผด็จการได้อย่างชัดเจน แม้เราอยากจะสุดขั้วแบบรา

ฟถึงขั้นวางแผนวินาศกรรมเพื่อปลดแอกประชาชนสู่เสรีภาพ แต่ความจริงแล้วเรากลับเลือกที่จะ

ปฏิบัติตนแบบ เก๊บ ก้มหน้าทำงานและพอเหตุการณ์จะรุนแรงคงไม่มีทางเลือกใดดีกว่าการหนี

ให้ตัวเองปลอดภัยอีกแล้ว ซึ่งการที่หนังทำให้เห็นมุมมองสองด้านของประชาชนที่มีต่อการกดขี่

ของอำนาจเผด็จการก็ทำให้เราย้อนกลับไปสัมผัสกับความจริงอันแสนขมขื่นตลอด 5 ปีได้

ชัดเจนขึ้น จนอยากรณรงค์ให้คนไปดูหนังเรื่องนี้ในวันแรกๆที่มันเข้าฉายก่อนไปเลือกตั้งวันที่

24 มีนาคมนี้เป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว

แม้จะน่าเสียดายที่เหล่านักแสดงนำทั้ง โจนาธาน เมเยอร์ส และ แอชตัน แซนเดอร์ส ไม่อาจ

นำพาให้คนดูรัก เห็นใจและเอาใจช่วยพี่น้องนักปฏิวัติได้มากนัก แต่กระนั้นการที่หนังนำ ป๋า

จอห์น กู๊ดแมน มารับบท วิลเลียม มัลลิแกน ตำรวจสันติบาลผู้น่าเกรงขามที่พยายามทำลายกลุ่ม

ปฏิวัติฟีนิกซ์ก็ช่วยให้หนังมีไดนามิกที่น่าสนใจ และทุกครั้งที่ตัวละครของกู๊ดแมนปรากฎตัวก็

ทำให้เราไม่อาจนั่งติดเก้าอี้ได้จริง อีกคนที่ปรากฎตัวน้อยแต่สร้างแรงสั่นสะเทือนได้ดีทีเดียวคือ

เวรา ฟามิกา ที่มาในบทโสเภณีไร้ชื่อก็เปล่งประกายจนเราไม่อาจละสายตาได้จริงๆ

หักลบกลบหนี้ทั้งข้อดีข้อเสียแล้วก็คงต้องขอโหวดเชียร์ให้คนไทยทุกคนไปดูหนังเรื่องนี้อยู่ดี

เพราะแม้หนังจะห่างไกลความสนุกแบบหนังบล็อคบัสเตอร์ที่คุ้นเคย แต่ก็ไม่ได้เล่าเรื่องน่าเบื่อ

สักนิด งานวิช่วลยังคงทำงานกับคนดูได้ดีแถมให้ภาพสมจริงและสร้างบรรยากาศขมุกขมัว

เปรียบเปรยถึงฝันร้ายในยุคสมัยของเผด็จการได้เป็นอย่างดี ก็น่าจะช่วยให้เราตัดสินใจกันง่าย

ขึ้นว่าควรใช้สิทธิของตนกำหนดทิศทางการปกครองของประเทศอย่างไรในวันที่ 24 มีนาคมนี้

ครับ