แต่งบ้านสไตล์วินเทจ คลาสสิคทุกช่วงเวลา

ตกแต่งบ้านวินเทจ

ตกแต่งบ้านวินเทจ

ตกแต่งบ้านวินเทจ อย่าเพิ่งมีความรู้สึกว่า การแต่งบ้านสไตล์ย้อนยุค จะเป็นการแต่งบ้านด้วยของโบราณหรือของเก่า เพราะเหตุว่าอันที่จริงแล้ว การแต่งบ้านย้อนยุคมีหลายแนว แล้วก็พวกเราสามารถเลือกแต่งให้มีกลิ่นความย้อนยุคอย่างงั้นได้ ไม่ว่าจะแนววินเทจ แนวเรโทร หรือการแต่งบ้านสไตล์คลาสสิก ซึ่งแต่ละแบบจะมีความต่างกันอย่างไร พวกเราจะพาไปรู้จักกัน

ความวินเทจมักจะมาคู่กับสิ่งของเก่า ๆ เสมอ ซึ่งของบางอย่างทำให้เราเห็นความทรงจำที่ซุกซ่อนไว้มากมาย และบอกให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่าง ๆ ไปตามช่วงเวลา การแต่งบ้านวินเทจโดยการนำสิ่งของเก่า ๆ ที่เคยมีในยุคนั้นมาตกแต่งบ้าน จึงทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ทบทวนความทรงจำว่าตอนนั้นมีอะไรเกิดขึ้น “ตอนนั้นเราทำอะไรกันอยู่นะ” “ที่บ้านฉันเคยมีไอ้นั่น ไอ้นี่ด้วย” นึกแล้วก็สนุกไม่น้อยเลย แล้วถ้าหากจับทุกอย่างเข้ามาอยู่ในบ้าน อย่างเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า ของสะสม เครื่องเล่นแผ่นเสียง ก็คงจะช่วยให้เรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ ณ ห้วงเวลานั้นได้อย่างยาวนาน จนไม่อยากออกไปไหนเลยล่ะ

สไตล์การแต่งบ้านย้อนยุค การแต่งบ้านสไตล์โบราณ (Antique) การแต่งบ้านแนวโบราณจะเน้นย้ำตกแต่งด้วยไม้ ก้อนอิฐ โดยบางครั้งก็อาจจะเป็นไม้เก่า ทั้งยังส่วนประกอบบ้านแล้วก็เครื่องเรือน ส่วนการออกแบบภายในก็จะเน้นย้ำลูกเล่นแบบสมัยโบราณ เป็นต้นว่า บ้านโบราณไทยสไตล์จะใช้ประตูไม้บ้านพับ ที่จะต้องลงสลักร้อยกรองไม้แทนลูกบิด หรือหน้าต่างเป็นบานไม้ล้วน บานไม้ติดกระจก ที่จำเป็นต้องใส่กลอนสลัก ฯลฯ

การแต่งบ้านแนววินเทจ (Vintage) แนววินเทจ เป็นแฟชั่นสไตล์เก่าที่มองไม่แก่ โดยการตกแต่งจะเน้นย้ำโทนสีขาว ครีม น้ำตาล ไม่เน้นย้ำสีที่จัดจ้า เป็นแถวการแต่งบ้านที่มีความคลาสสิกหลบซ่อนอยู่ในเนื้อหาต่างๆตัวอย่างเช่น พื้นไม้ เครื่องเรือนไม้ ของสำหรับใช้ในการแต่งบ้าน ที่บางทีอาจเป็นของมือสอง ของเก่าแก่ที่มองล้ำค่าน่าสะสม

การแต่งบ้านแนวเรโทร (Retro) คำว่าเรโทรในภาษาละตินแสดงว่าย้อนกลับไป การแต่งบ้านสไตล์เรโทรก็เลยราวกับการเอาแฟชั่นในสมัยเก่าๆมารวมไว้ แล้วทำให้กลับมากับช่วงปัจจุบันนี้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว สไตล์การตกแต่งแบบเรโทรก็เลยมีความจัดจ้าน มีชีวิตชีวาที่นานัปการ ช่วยทำให้มีบรรยากาศที่ครึกครื้น มองดูครื้นเครง

แนวทางแต่งบ้านให้มีกลิ่นย้อนยุค

  • เน้นสีธรรมชาติ

แต่งบ้านสไตล์ย้อนยุค
ต้องการให้บ้านให้มองคลาสสิก ลองกลับไปสู่ความเบสิก ด้วยโทนสีธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น สีน้ำตาล สีเขียว สีไม้ สีครีม สีเอิร์ธโทน อย่างนี้จะช่วยเพิ่มความรู้สึกอบอุ่น สุภาพ มองเป็นโซนที่น่าพักจริง ๆ ดังนั้นการแต่งบ้านให้มองงามน่าอยู่ ก็จะต้องนึกถึงความเหมาะสมด้วย โดยบางทีก็อาจจะใช้สีธรรมชาติ กับห้องรับแขกหรือห้องนอน แต่ว่าส่วนสุขาที่อยากให้มองสะอาดหมดจด ก็บางทีอาจไปย้ำสีขาวสำหรับการตกแต่ง แล้วก็ใช้สีเขียว สีน้ำตาล เสริมเข้าไป

  • รียูสของโบราณ

ตกแต่งบ้านวินเทจ
การรีโนเวทเครื่องเรือนเก่าให้กลับมาสวยรวมทั้งพร้อมใช้ ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียแต่งบ้านแบบวินเทจที่น่าดึงดูด เนื่องจากว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำเครื่องเรือนในอดีตค่อนข้างจะคงทน มีการวางแบบที่มองงามคลาสสิก หรือถ้าสามารถใช้ตู้ เตียง ชั้นสำหรับวางสิ่งของชิ้นเดิมที่มีอยู่แล้วได้ ก็จะช่วยอดออมค่าตกแต่งได้อีกด้วย

  • เพิ่มความย้อนยุคด้วยผ้า
  • แต่งบ้านสไตล์ย้อนยุค
    เครื่องเรือนผ้าต่างๆดังเช่น โซฟาบุผ้า โซฟา ประพรม หรือแม้กระทั้งผ้าม่านที่ทำมาจากผ้าฝ้าย ผ้าลินิน ก็ช่วยเสริมความวินเทจให้บ้านได้ ยิ่งถ้าหากใช้โทนสีธรรมชาติอย่างสีน้ำตาล สีเทา สีครีม ก็จะก่อให้บ้านมองอบอุ่นน่าอยู่มากเพิ่มขึ้น
  • ใช้เครื่องครัววินเทจ

ตกแต่งบ้านวินเทจ

สมัยปัจจุบันมีเครื่องครัวสไตล์วินเทจวางขายอยู่เยอะมาก ไม่ว่าจะถ้วย จาน จานชาม หม้อ กระทะ ถ้วยน้ำ กาสำหรับใส่น้ำชา ตะเกียบ ช้อน ส้อม พวกเราสามารถเลือกออกแบบภายในย้อนยุคได้ตามที่ใจต้องการเลย แล้วก็ถ้าเกิดตกแต่งครัวด้วยเครื่องเรือนไม้ หน้าต่าง ประตู ที่เป็นวางแบบย้อนยุคด้วย ก็จะยิ่งทำให้มีบรรยากาศของสมัยเก่าๆได้ดีมากเลยเชียว

  • มิกซ์ของต่างๆที่ใช้สำหรับการแต่งบ้านให้แมตช์กับสไตล์ที่ปรารถนา

แต่งบ้านสไตล์ย้อนยุค

ของใช้สำหรับแต่งบ้านตามร้านค้าต่างๆชอบละลานตาไปหมด รวมทั้งโดยมากบางทีอาจเป็นแถวโมเดิร์น ซึ่งหากใจรักความวินเทจจริง ๆ ก็จำเป็นต้องเสาะหาของอื่น ๆ ที่มีไว้เพื่อการแต่งบ้านแนวนี้กันนิดเดียว หรือหากพบบางชิ้นที่มีความล้ำยุค แม้กระนั้นไปแมตช์กับสไตล์ของบ้านได้อย่างไม่แหวกแนวมากเท่าไร โทนได้ ออกแบบภายใน ได้

  • รักษาความเบสิกเอาไว้

ตกแต่งบ้านวินเทจ
ลองย้อนคิดไปถึงสไตล์การแต่งบ้านในสมัยก่อน ที่ไม่ค่อยเน้นของต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับการแต่งบ้านมากชิ้น แต่ว่าจะเลือกใช้ของใช้สำหรับแต่งบ้านที่มีสามารถใช้ได้จริง โดยเหตุนี้ถ้าเกิดจะตกแต่งแนวนี้ ก็อย่าลืมความเบสิก ความเป็นเเนวในสมัยก่อนๆด้วย เพราะเหตุว่าหากตกแต่งเยอะแยะจนกระทั่งเกินจำเป็น บางทีอาจมองรกตามากกว่าจะงาม

  • คุมความย้อนยุคในทุกๆห้อง

แต่งบ้านสไตล์ย้อนยุค
ควรจะตกแต่งทุกห้อง ทุกพื้นที่ ให้เป็นสไตล์เดียวกัน หากจะวินเทจก็จำเป็นต้องคุมความวินเทจไปถึงห้องน้ำ ครัว รวมถึงประตูหน้า เพื่อไม่ให้สไตล์การตกแต่งแต่ละห้องไปคนละทาง

ไอเท็มเเต่งบ้านสไตล์วินเทจ

  • โซฟาย้อนยุค

ตกแต่งบ้านวินเทจ

หากต้องการให้บ้านดูเป็นวินเทจ หนึ่งในเฟอร์นิเจอร์หลักที่ควรต้องมีคือ โซฟาแนวย้อนยุค หรือเก้าอี้สำหรับสร้างมุมพักผ่อนชิลล์ๆ จัดวางไว้บริเวณมุมใดมุมหนึ่งของบ้าน
โดยควรเลือกใช้เป็นโซฟาหนังในโทนสีน้ำตาล ซึ่งจะแมตช์กันได้ดีกับโต๊ะกลางหรือโต๊ะข้างที่ทำด้วยไม้ในสไตล์มินิมอล เท่านี้ก็จะได้มุมโปรดสุดประทับใจไว้ต้อนรับแขกแล้วล่ะค่ะ

  • วอลเปเปอร์ลายดอกไม้

แต่งบ้านวินเทจ_2

ลวดลายที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์สำหรับการตกแต่งสไตล์วินเทจ คงหนีไม่พ้นลายหวานๆ อย่างลายดอกไม้สุดคลาสสิก ซึ่งสามารถนำมาแต่งเติมลงบนผนังห้อง
โดยใช้วอลเปเปอร์สีโทนอบอุ่น ที่มองแล้วให้ความรู้สึกสบายตา อาจเพิ่มเติมด้วยชั้นวางหนังสือไม้ที่ดูโบราณๆ และเก้าอี้เหล็กเก่าๆ สักตัว ก็จะยิ่งเพิ่มความเก๋ และทำให้พื้นที่มีความวินเทจมากขึ้น

  • กระจกทรงกลม

ตกแต่งบ้านวินเทจ

ของตกแต่งที่หาได้ง่ายอย่างกระจก นอกจากจะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้นได้แล้ว ยังเพิ่มความวินเทจให้กับบ้านได้ด้วย หากรู้จักเลือกใช้ในสไตล์ที่ดูคลาสสิก อย่างกระจกทรงกลมดีไซน์โบราณขอบสีทอง แมตช์กับกล่องใส่ของที่เป็นตะกร้าสานสีธรรมชาติหลากหลายขนาด หากเพิ่มเติมด้วยโคมไฟ และกรอบรูปวินเทจด้วย ก็จะยิ่งเสริมการตกแต่งให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

  • เฟอร์นิเจอร์ไม้

แต่งบ้านวินเทจ_10

เฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับการตกแต่งสไตล์วินเทจมากที่สุด ก็คือเฟอร์นิเจอร์ไม้แบบเปลือยๆ เพราะสีของเนื้อไม้ตามธรรมชาติ เป็นสีที่ดูวินเทจโดยต้องมีการตกแต่งใดๆ อาจเพิ่มด้วยพรอพเก๋ๆ จากวัสดุจากธรรมชาติอื่นๆ อย่างแจกันใส่ดอกไม้แห้ง ก็จะยิ่งให้อารมณ์อ่อนหวานและโรแมนติกมากขึ้น

  • กรอบรูป หรือโปสเตอร์

ตกแต่งบ้านวินเทจ

กรอบรูป หรือโปสเตอร์ เป็นสิ่งที่ชี้ความวินเทจได้ชัดเจนที่สุด ยิ่งเป็นรูปบุคคล อย่างเช่น นักร้อง หรือดาราในสมัยนั้นๆยิ่งให้ความคลาสสิก แถมสีที่จืดชืดก็ยิ่งทำให้การแต่งบ้านสไตล์วินเทจสมบูรณ์มากขึ้นอีกด้วย ที่สำคัญปรับเปลี่ยนได้ตามความใจของเราเอง หรือจะเป็นรูปจากกล้องถ่ายรูป รูปถ่ายภาพโพลารอยด์ หรือเป็นโปสเตอร์การ์ตูน ภาพยนตร์หรือภาพวาดลายเส้นเก่าๆ ก็ได้

Tips

  • สไตล์วินเทจ คือการตกแต่งแบบย้อนยุค จะเน้นความสว่างที่เป็นโทนสีอบอุ่น ดังนั้นการตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นวินเทจ จึงหมายถึง การนำความเก่าแก่ที่คลาสสิกมา Mix and Match ลงไปในสไตล์ความทันสมัยได้อย่างลงตัว ซึ่งของตกแต่งบ้านในสไตล์นี้จุดเริ่มต้นเกิดจากการ D.I.Y เฟอร์นิเจอร์เก่าๆ ลวดลายสวยงามทั้งหลายที่ยังมีสภาพพอใช้งานได้ ให้มันกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้ง โดยอาจจะปรับเปลี่ยนวัสดุ โครงสร้างใหม่ให้มันแข็งแรงและดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น
  • เฟอร์นิเจอร์ ไม่จำเป็นต้องเป็นของโบราณเก่าแก่ทั้งหมด อาจเป็นของ D.I.Y หรือของที่ผลิตใหม่แต่มีดีไซน์ความคลาสสิกที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวทั้งความวินเทจและความทันสมัย มีโทนที่สีสว่าง วัสดุเป็นทั้งไม้และหนัง เป็นต้น
  • ของแต่งตกบ้าน พวกของสะสมต่างๆ อาทิ ของประดิษฐ์ D.I.Y ขวดโค้กดีไซน์เก่า ของเล่นในอดีต ภาชนะเครื่องครัวที่มีลวดลายดอกไม้สุดคลาสสิก ก็สามารถนำมาตกแต่งห้องสไตล์วินเทจโมเดิร์นได้เช่นกัน
  • ข้อสำคัญของการตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นวินเทจ คือ Mood and Tone ของบ้านและตัวเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกมาตกแต่ง ต้องเน้นโทนสีอ่อนๆ ไปจนถึงกลางๆ ที่ไม่ฉูดฉาด ตัวอย่างเช่น สีพาสเทล สีขาว สีครีม หรือโทนสีอบอุ่น เป็นต้น
  • การสร้างมุมส่วนตัวสบายๆ ในบ้าน คุณต้องเลือกส่วนใดส่วนหนึ่งของห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากสุดๆ เช่น ตรงริมหน้าต่าง หรือริมระเบียงที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ตกแต่งพื้นที่บริเวณนั้นด้วยชั้นหนังสือเล่มโปรด มีเก้าอี้โซฟาสีครีมนุ่มๆ ไว้นั่ง มีที่พักเท้า และมีโต๊ะเล็กๆ สำหรับไว้วางของหรือวางเครื่องดื่ม มาตั้งไว้เป็นโต๊ะกลาง ตกแต่งด้วยต้นไม้เล็กๆ สักต้น เพื่อเพิ่มความสบายตาและร่มรื่นให้แก่คุณ เมื่อต้องการพักสายตาค่ะ

อ่านบทความน่าสนใจเกี่ยวกับบ้านถัดไป ไอเดียแต่งบ้านสไตล์ Cozy

ไอเดียแต่งบ้านสไตล์ Cozy

การเเต่งบ้านสไตล์โคซี่ (Cozy)

การเเต่งบ้านสไตล์โคซี่ (Cozy) ถือเป็นการแต่งบ้านอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก บ้านสไตล์ Cozy คือ การจัดบ้านให้มีระเบียบ โดยใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นและจำเป็นที่สุด ผสานกับการใช้โทนสีที่เป็นเอกลักษณ์แนวอบอุ่น รู้สึกสบายตา สบายใจ ปลอดภัย และอบอุ่นอยู่สบาย อีกทั้งต้องมีความเป็นธรรมชาติโดยอิงหลักจากวัสดุต่างๆ ภายในบ้านให้มีความสะดวกสบายได้มากที่สุด ออกแบบบริเวณบ้าน

การแต่งบ้านในสไตล์โคซี่นี้ ยังสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ให้เข้ากับการแต่งบ้านในสไตล์มินิมอล เพื่อทำให้บ้านนั้นดูมีความทันสมัย น่าอยู่ โดยไม่ว่าจะเป็นห้องรับแขก ห้องนอน ห้องครัว หรือห้องเด็ก ล้วนเป็นการแต่งบ้านที่ค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างมาก

แต่งบ้านสไตล์ Cozy

การจัดห้องต่างๆ ภายในบ้านในสไตล์โคซี่

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า บ้านสไตล์โคซี่ นั้น มักจะเน้นการใช้โทนสีที่อบอุ่น หรือเรียกว่าเอิร์ทโทนนั่นเอง โดยเริ่มตั้งแต่ห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่น เน้นการใช้วัสดุจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ทำมาจากไม้ เน้นสีเอิร์ทโทน ขาว เทา น้ำตาล สีครีม หรือจะเป็นวัสดุชนิดอื่นได้เช่นกัน เช่น หนังเทียม แต่ให้อิงสีที่เป็นโทนอบอุ่น

อีกเรื่องที่แม้จะเป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่ก็ไม่ควรละเลย อย่างเช่นในเรื่องของ “แสง” โดยการจัดห้องรับแขก ควรคำนึงถึงแสงที่ส่องเข้ามาภายให้ห้อง อีกทั้งการรับแสงจากธรรมชาตินั้น ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างอารมณ์และความรู้สึกให้กับผู้อยู่อาศัยอีกด้วย

ส่วนห้องนอน ไม่ว่าจะเป็นห้องผู้ใหญ่หรือห้องเด็ก การแต่ง ห้องนอนสไตล์ Cozy เป็นที่นิยมมากที่สุด ในบรรดาสไตล์การแต่งบ้านทั้งหมด เพราะสามารถตกแต่งได้ง่าย การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ก็ทำได้ไม่ยุ่งยาก เน้นความเป็นธรรมชาติ อบอุ่น ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ถือเป็นหลักสำคัญในการจัดบ้านสไตล์โคซี่ โดยห้องนอนแม้จะเน้นโทนสีอบอุ่น แต่ต้องคำนึงถึงหลักการใช้งานที่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับผู้อยู่อาศัย อาจจะเป็นเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินท์ได้เช่นกัน เรียกว่าอยู่ในสไตล์น้อยชิ้นแต่มากประโยชน์ใช้สอย โดยอาจจะบวกความเป็นมินิมอลผสมผสานเข้ามา ทำให้การจัดห้องต่างๆ ภายในบ้านมีความเรียบ อบอุ่น น่าอยู่เพิ่มขึ้นไปอีก ที่สำคัญยังทำให้บ้านดูเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วย

หลักการเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เข้ากับการแต่งบ้านสไตล์โคซี่

เฟอร์นิเจอร์สำหรับบ้านในสไตล์โคซี่นั้น จะเน้นไปถึงการใช้งานให้ได้หลากหลายฟังก์ชั่นภายในชิ้นเดียว โทนสีเรียบไม่ว่าจะเป็นสีขาว ดำ เทา เอิร์ทโทน ครีม และเนื้อ จะช่วยให้ทั้งอบอุ่นและดูคลาสสิกได้ในเวลาเดียวกัน

เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับ การเเต่งบ้านสไตล์โคซี่ นั้นควรมีวัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติเป็นหลัก หรืออาจเป็นวัดสุที่มาจากการรีไซเคิลก็ได้เช่นกัน โดยควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้น้อยชิ้นและเท่าที่จำเป็นต้องใช้งานจะดีกว่าด้วย

See the source image

ยกตัวอย่างเช่น เฟอร์นิเจอร์ในห้องทำงานที่ส่วนใหญ่หลายคนอาจะไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะมักจะต้องทำงานนอกบ้านอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ห้องทำงานในสไตล์โคซี่แม้ว่าอาจจะดูไม่อบอุ่นเท่ากับห้องนอน แต่ก็สามารถให้ความรู้สึกมุ่งมั่นตั้งใจเป็นการเป็นงานได้โดยอาจเลือกโต๊ะทำงานที่ดูโปร่งไม่ดูโบราณหรือมีขนาดใหญ่เทอะทะ อีกทั้งการใช้โคมไฟให้เหมาะกับการใช้งาน และมีสไตล์โมเดิร์นนิดๆ รวมไปถึงการจัดมุมโต๊ะทำงานให้มีแสงส่องเข้าถึง จัดโต๊ะทำงานให้ได้อย่างเป็นระเบียบ เพื่อจะได้ทำงานลื่นไหลไม่มีติดขัดนั่นเอง

โทนสีและวัสดุสำหรับตกแต่งบ้านที่เหมาะสม

บ้านสไตล์โคซี่ มีธีมหลักที่เน้นโทนสีอบอุ่นในแบบ Mood Warm หรือสีเอิร์ทโทน ที่สื่อออกมาถึงความเป็นธรรมชาติ สื่อถึงความอบอุ่นโดยอิงหลักจากพื้นดิน แร่ธาตุ ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำตาล สีครีม หรือสามารถเป็นสีเทา และสีเขียวแก่ก็ได้เหมือนกันซึ่งโทนสีเหล่านี้เป็นสไตล์โคซี่ที่เด่นชัดที่สุด เมื่อมองจะรู้สึกเรียบ สบายตาสำหรับในส่วนของวัสดุนั้น สามารถเลือกได้หลากหลายแบบ โดยสามารถเลือกจากวัสดุที่ไม่จำเป็นต้องทำมาจากไม้เท่านั้น อาจเลือกวัสดุที่มีความใกล้เคียงกันได้ หรือไม่เว้นแม้แต่อิฐ หิน ที่ได้กลิ่นอายความเป็นธรรมชาติให้ได้มากที่สุดนั่นเองทั้งนี้วัสดุบางชนิดสามารถปรับแต่งให้เข้ากับบ้านสไตล์โคซี่ได้ไม่ยาก เพียงแค่ขึ้นอยู่กับสี ฟังก์ชั่นการใช้งาน และที่สำคัญคือการจัดวางได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย

See the source image

วิธีเลือกเฟอร์นิเจอร์และของใช้ตกแต่งให้เข้ากับบ้านสไตล์โคซี่

การเลือกเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งภายในบ้านสไตล์โคซี่ นอกจากจะมีหลักในเรื่องสีที่สื่อความหมายให้รู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติแล้ว เทคนิคอีกแบบที่สามารถปรับใช้กับบ้านสไตล์โคซี่ได้ และยังทำให้ดูคลาสสิกอย่างการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์มือสอง ในแบบที่ยังสามารถใช้งานได้ทำให้บ้านดูมีความคลาสสิก สวยงาม แบบวินเทจนิดๆ แต่ไม่โบราณคร่ำครึจนเกินไปเพิ่มความมีกิมมิคของการตกแต่งด้วยการเลือกใช้ของตกแต่งที่ไปในแนวทางเดียวกัน หรือใช้โคมไฟไม่ว่าจะเป็นแบบแขวน หรือตั้งโต๊ะ จะช่วยทำให้การตกแต่งบ้านในแบบฉบับโคซี่สไตล์ดูอบอุ่นลงตัว สวยงามอีกด้วย นอกจากนี้ การใช้เฟอร์นิเจอร์มือสองยังสามารถช่วยให้คุณประหยัดงบค่าใช้จ่ายในการตกแต่งบ้านได้ด้วย

การเลือกของแต่งบ้าน สำหรับของตกแต่งบ้านสไตล์โคซี่นั้น สามารถปรับแต่งได้หลากหลายอย่าง แต่สิ่งสำคัญเป็นหลักคือ ให้ใช้ของตกแต่งที่เข้ากันกับโทนสี เพื่อให้ออกมาในแนวทางเดียวกันจะดีที่สุดหรือของตกแต่งที่ขาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพราะสามารถช่วยเสริมความโดดเด่นของสไตล์บ้าน และปรับมุมมองการจัดวางได้อย่างลงตัว อย่างโคมไฟซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั้งแบบแขวน แบบตั้งโต๊ะ หรือย้อยระย้า ตามแต่ความชื่นชอบของผู้อยู่อาศัยเองด้วยโดยโคมไฟยังมีจุดสำคัญอย่างแสงไฟที่ส่องสว่างออกมามีทั้งแสงเหลืองนวลอย่าง Warm light ที่จะเหมาะกับทั้งห้องนอน ห้องนั่งเล่น อีกทั้งยังให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นธรรมชาติหรือแสงไฟ Day light หรือ Cool light ที่จะเหมาะกับการใช้งานอย่างห้องทำงาน ห้องพระ ระเบียง หรือแม้แต่ห้องครัวก็ตาม เทคนิคเกี่ยวกับของตกแต่งบ้านสไตล์โคซี่อีกอย่างคือ พยายามเน้นหาวัสดุธรรมชาติ หรือเทียบเคียงกับธรรมชาติให้ได้มากที่สุด เพราะ Mood สำคัญของบ้านสไตล์โคซี่ คือ ความอบอุ่นเป็นธรรมชาติ ดังนั้น ของตกแต่งอย่างต้นไม้ฟอกอากาศ ที่กำลังเป็นกระแส หรือแม้แต่พรมสวยๆ ที่เน้นโทนสีธรรมชาติ หรือเอิร์ทโทนก็ได้เช่นกัน

ไอเดียการจัดแต่งมุมต่างๆ ภายในบ้านสไตล์โคซี่

สำหรับไอเดียการจัดบ้านแบบโคซี่ในมุมต่างๆ คุณสามารถลองนำไปปรับใช้กับบ้านของตนได้จริง หรือแตกแขนงผสมผสานการตกแต่งบ้านสไตล์อื่นให้เข้ากับสไตล์โคซี่ แล้วออกมาอย่างลงตัวได้เช่นกัน โดยสามารถทำได้ดังนี้

1. เปลี่ยนพื้นที่จำกัดให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น

ไม่ต้องกังวลใจไปเพราะแม้จะมีพื้นที่ใช้สอยน้อย แต่ก็สามารถปรับแต่งให้เข้ากับสไตล์โคซี่ได้อย่างไม่มีปัญหา ยกตัวอย่างเช่น การใช้ฉากไม้เสริมกั้นห้องก็ถือเป็นของตกแต่งอีกชนิดหนึ่งที่จะช่วยทำให้บ้านดูเป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น โดยสามารถให้เข้าคู่กับชุดโต๊ะไม้ในสไตล์อบอุ่นแบบญี่ปุ่นก็ได้ หรือเข้าคู่กับโซฟาผ้าเนื้อดีซักตัวที่มีสีครีม น้ำตาลอ่อน ก็ดูดีได้ในราคาไม่แพงด้วย

See the source image

2. เพิ่มความโปร่งและอบอุ่นด้วยแสงสว่าง

ในเรื่องของความส่องสว่าง มุมของหน้าต่างเป็นสิ่งสำคัญในการจัดตกแต่งบ้านแทบจะทุกห้องภายในบ้าน โดยองค์ประกอบสำคัญในการตกแต่งบ้านแต่ละห้องในสไตล์โคซี่ ควรมีแสงแดดส่องถึง เพื่อเป็นการเพิ่มความอบอุ่นให้กับบ้าน แต่ก็สามารถกรองแสงแดดได้อีกขั้น อย่างการเพิ่มกิมมิคใช้ผ้าม่านกรองแสงที่มีโทนสีครีม สีนู้ด เพื่อเป็นการลดความร้อนจากแสงแดดได้อีกทางหนึ่งด้วยอีกทั้งเรื่องของแสงเป็นสิ่งสำคัญ บางห้องภายในบ้านควรมีโคมไฟไว้สำหรับตกแต่ง สามารถใช้ได้หลายแบบ เพียงแต่เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานก็เพียงพอแล้ว

3. เพิ่มชั้นวางแบบเก๋ไก๋

ชั้นวางของเหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งที่ดูเหมือนจะง่าย แต่บางครั้งการเลือกให้เข้ากันกับสไตล์ของบ้านก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดกันไว้ แต่สำหรับบ้านสไตล์โคซี่แล้ว ชั้นวางของสามารถประยุกต์แบบให้เข้ากันได้ง่าย เพียงแค่ดูถึงวัสดุที่ทำ อาจมีรูปทรงเก๋ไก๋ แปลกตาไม่เหมือนใคร แต่มีเน้นการใช้งานได้สะดวก อย่างเช่น ทำมาจากไม้ มีชั้นสำหรับเก็บของได้ทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ ถือเป็นไอเทมที่ไม่ว่าบ้านไหนก็ต้องมีอีกด้วย

การเเต่งบ้านสไตล์โคซี่ (Cozy)

4. ใช้วัสดุธรรมชาติในการแต่งห้องนอน

สำหรับห้องนอนในสไตล์โคซี่ ให้เน้นการนำวัสดุจากธรรมชาติมาใช้ อีกทั้งยังควรใช้การกรุผนังให้เป็นสีเอิร์ทโทน หรือเป็นลายไม้ เพื่อให้ดูอบอุ่น หลับสบาย ดูผ่อนคลาย เพื่อเป็นการชาร์จแบตให้กับร่างกายได้ ไม่จำเป็นต้องมีเตียงนอน

หากพื้นที่ในห้องมีจำกัด สามารถตกแต่งที่นอนให้กลมกลืนเข้ากับกับพื้นห้อง ออกแนวสไตล์ญี่ปุ่นที่นิยมทำกันในหลายๆ บ้าน อาจผสมกับความเป็นมินิมอลเล็กน้อย โดยมีเฟอร์นิเจอร์ให้น้อยชิ้นมากที่สุด เน้นการใช้งานเป็นหลัก เพื่อที่จะได้สัมผัสที่อบอุ่นชัดเจนในกลิ่นอายแบบฉบับของโคซี่สไตล์

การเเต่งบ้านสไตล์โคซี่ (Cozy)

ทิปส์การแต่งบ้านสไตล์โคซี่ที่คุณควรรู้ !

หากต้องการให้การแต่งบ้านสไตล์นี้มาพร้อมกลิ่นอายแห่งความอบอุ่น สุขสบาย ชวนให้น่าผ่อนคลายทุกมุมมองของบ้าน คุณสามารถนำหลักการหรือแนวคิดดังต่อไปนี้ มาผสมผสานเข้ากับการตกแต่งเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

ธรรมชาติคือ องค์ประกอบหลักที่ทำให้บ้านอบอุ่น อยู่สบาย

องค์ประกอบสำคัญของการแต่งบ้านสไตล์โคซี่นั้นคือ ความใกล้ชิดกับธรรมชาติ ที่รวมกันได้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้มีความอบอุ่น อยู่อาศัยแล้วสบายตา สบายใจ

การตกแต่งบ้านสไตล์โคซี่ในปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างเพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย เพราะอิงจากหลักความเป็นธรรมชาติ และได้รับความนิยมจากประเทศญี่ปุ่นที่มักจะมีการตกแต่งบ้านในสไตล์นี้อยู่แล้วอย่างมาก ที่สำคัญข้อดีของการตกแต่งบ้านสไตล์โคซี่นั้น หากจัดห้องต่างๆ ภายในบ้าน ไม่จำเป็นต้องเสียเงินเป็นจำนวนมาก เพราะวัสดุที่ใช้ส่วนใหญ่เน้นความเป็นธรรมชาติ โทนสีเนื้อ ครีม น้ำตาล เขียวเข้ม หรือสีฟ้าก็ได้

การเเต่งบ้านสไตล์โคซี่ (Cozy)

 

ประยุกต์ ผสมผสานให้เป็น เกิดเป็นความลงตัวที่แสนกลมกลืน

หากมีไอเดียที่เจ๋งไม่เหมือนใคร คุณยังสามารถประดิษฐ์หรือทำเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งได้ด้วยตัวเอง แบบไม่ต้องไปซื้อหาที่ไหน และยังมีเพียงชิ้นเดียวในโลก (Handmade) ด้วยการผสมผสานการตกแต่งบ้านในสไตล์อื่นๆ เพื่อให้เข้ากันกับการแต่งบ้านสไตล์โคซี่ก็สามารถทำได้

เพียงแต่เน้นถึงแนวทางให้เป็นไปในทางแอดติจูด (Attitude) เดียวกันให้ได้ เพื่อให้บ้านออกมาสวยงาม มีสไตล์ น่าอยู่ ดึงความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ออกมาโชว์ได้อย่างชัดเจน

ที่ได้รับความนิยมมากอย่างเช่น การตกแต่งบ้านในสไตล์โคซี่บวกกับสไตล์มินิมอล เพราะด้วยการแต่งบ้านในสไตล์มินิมอลนั้น เป็นกระแสที่ดีมาตลอดหลายปี ทั้งดูเรียบง่าย แต่ไม่จืดชืด เหมาะกับวิถีชีวิตของคนยุคใหม่

และที่สำคัญคือ มีความสะดวกสบายในการใช้งานค่อนข้างสูง ต่างกับการแต่งบ้านแบบเดิมๆ หรือแม้แต่การตกแต่งในแบบโคซี่ที่มีความคลาสสิกและวินเทจผสมกัน แต่ออกมาได้อย่างลงตัว ล้วนแล้วแต่ได้รับความนิยมอย่างมาก

การเเต่งบ้านสไตล์โคซี่ (Cozy)

อ่านบทความน่าสนใจถัดไป กลิ่นหอมจากธรรมชาติ เปลี่ยนบ้านเป็นสปา ช่วยลดความเครียด

กลิ่นหอมจากธรรมชาติ เปลี่ยนบ้านเป็นสปา ช่วยลดความเครียด

การคลายเครียดมีหลายวิธีด้วยกัน

การคลายเครียดมีหลายวิธีด้วยกัน เช่น เล่นเกม ฟังเพลง หรืออ่านหนังสือ บางคนก็อาจจะไปช้อปปิ้งหรือเข้าสปา แต่สำหรับคนที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน ไม่ว่าจะจากการเรียนหรือทำงาน หมดเอเนอจี้จะไปทำกิจกรรมต่าง ๆ อยากหาอะไรที่ช่วยคลายเครียดแบบไม่ต้องออกแรง ถ้าอย่างนั้นลองหาน้ำมันหอมระเหย สเปรย์ปรับอากาศ ก้านไม้หอม หรือเทียนหอมพร้อมกลิ่นอโรม่าทั้ง 6 กลิ่นบำบัดจากธรรมชาตินี้มาใช้ปรับอากาศ-เปลี่ยนบรรยากาศภายในบ้านดู บอกเลยว่าแค่ได้กลิ่นก็ช่วยคลายเครียด ทำให้อารมณ์ดีขึ้น แถมนอนหลับสบายได้เหมือนกัน

  1. กลิ่นลาเวนเดอร์ (Lavender)

กลิ่นหอมจากดอกไม้เมืองหนาว ที่เรียกได้ว่าเป็นกลิ่นยอดนิยมที่หลายคนชอบเลยก็ได้ แถมยังมีหลายผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นสเปรย์ปรับอากาศ น้ำมันหอมระเหย เทียนหอม รวมไปถึงก้านไม้หอม ที่นอกจากจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และลดความวิตกกังวลได้แล้ว ยังช่วยให้นอนหลับง่ายและนอกหลับสนิทมากขึ้นด้วย ออกแบบภายใน

  1. กลิ่นโรสแมรี่ (Rosemary)

สำหรับใครที่ชอบกลิ่นหอมเย็น ๆ จากธรรมชาติ กลิ่นโรสแมรี่ ก็เป็นอีกหนึ่งกลิ่นหอมจากสมุนไพรที่น่าสนใจ ซึ่งไม่ใช่แค่ช่วยลดความเครียดสะสมเท่านั้น แต่ยังช่วยบูสต์พลังให้ร่างกายที่เหนื่อยล้ากลับมาสดชื่น แถมยังช่วยในเรื่องของความจำ พร้อมด้วยสรรพคุณอื่น ๆ เช่น ช่วยไล่ยุงและแมลง เป็นต้น

  1. กลิ่นเลมอน (Lemon)

กลิ่นบำบัดคลายเครียด

ไม่ใช่แค่กลิ่นเลมอนเท่านั้น แต่กลิ่นผลไม้ในกลุ่มซีตรัส ไม่ว่าจะเป็นส้ม มะนาว เลม่อน ซึ่งนอกจากการรับประทานให้รู้สึกสดชื่นแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ในแนวทางกลิ่นบำบัดได้อีกด้วย เพราะกลิ่นที่สดชื่นของผลไม้ในกลุ่มซีตรัสจะช่วยให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่นมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีผลวิจัยออกมาว่าการใช้กลิ่นบำบัดของผลไม้ในกลุ่มซีตรัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะนาวสามารถช่วยลดความเครียดได้จริง และยังช่วยทำให้เราแสดงความเป็นบวกกับผู้คนรอบข้างได้มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

  1. กลิ่นมะลิ (Jasminum)

See the source image

สำหรับกลิ่นหอมเย็นจากดอกไม้ชนิดนี้ ก็มีฤทธิ์ในการผ่อนคลายความเครียด ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล รวมถึงบรรเทาอาการซึมเศร้า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่นอนหลับยาก กลิ่นมะลิจะช่วยให้นอนหลับได้ง่าย สบายกายสบายใจ ในขณะเดียวยังช่วยทำให้มีสมาธิในการทำงาน-การเรียนมากขึ้น

  1. กลิ่นกระดังงา (Ylang Ylang)

See the source image

กลิ่นบำบัดในกลุ่มดอกไม้ ที่อยู่ในโซนเมืองร้อนบ้านเราอย่าง ‘กระดังงา’ ที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร คุณสมบัติของกลิ่นบำบัดจากดอกกระดังงานั้นถือว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว เพราะกลิ่นบำบัดจากดอกกระดังงานั้นเป็นกลิ่นที่ช่วยบำบัดความเครียดได้เป็นอย่างดี สามารถช่วยบรรเทาอาการกระวนกระวาย

ใจ ช่วยให้จิตใจสงบได้มากขึ้น ส่วนคนที่มีปัญหานอนหลับยาก หรือนอนไม่หลับ การใช้กลิ่นบำบัดด้วยดอกกระดังงาก็จะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น และที่เริ่ดที่สุดคือการใช้กลิ่นบำบัดด้วยดอกกระดังงาสามารถช่วยลดอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย

  1. กลิ่นกุหลาบ (Rose)

Image result for กลิ่นบำบัด

กลิ่นหอมที่น้อยคนนักจะห้ามใจไม่ให้ตกหลุมรักได้ เพราะกลิ่นกุหลาบนั้นทำให้นึกถึงความอ่อนหวาน สดใส เหมือนสาววัยแรกรุ่น แต่รู้หรือไม่ว่ากุหลาบก็ให้ผลในทาง ‘กลิ่นบำบัด’ เช่นเดียวกัน โดยมีผลวิจัยแล้วว่าน้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากกุหลาบนั้นจะช่วยทำให้ผ่อนคลาย บรรเทาอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ บรรเทาอาการอ่อนเพลีย และช่วยทำให้สดชื่นมีชีวิตชีวา และที่สำคัญที่สุดช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวลได้ ถือว่าเป็นการใช้กลิ่นบำบัดเพียงกลิ่นเดียว แต่สารพัดประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อ

  1. กลิ่นวานิลลา (Vanilla)

See the source image

ใครจะไปเชื่อว่ากลิ่นหอม ๆ หวาน ๆ อย่างกลิ่น วานิลลา จะสามารถใช้ในวิธีทางกลิ่นบำบัดได้เช่นเดียวกัน กลิ่นวานิลลานั้นเป็นกลิ่นที่หอมหวาน แต่ถ้าฉุนมากจนเกินไปก็อาจจะทำให้รู้สึกเลี่ยนได้เช่นเดียวกัน แต่การใช้กลิ่นบำบัดด้วยวานิลลานั้นเป็นผลดี เพราะกลิ่นวานิลลาจะเชื่อมโยงไปถึงช่วงเวลาที่เรามีความสุข และการพักผ่อน ซึ่งจะทำให้รู้สึกดีได้มากขึ้น อีกทั้งกลิ่นวานิลลาจะมีฤทธิ์ต่อระบบประสาท ช่วยคลายความเครียด ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าช่วยให้สามารถลุยงานต่อได้แบบแฮปปี้สุด ๆ

  1. กลิ่นสาระแหน่ หรือ มิ๊นต์ (Mint)

Image result for mint

การใช้กลิ่นบำบัดด้วยสะระแหน่ หรือมินต์นั้นถือเป็นกลิ่นยอดฮิต และสามารถหาได้ง่ายใกล้ตัว เช่น ในยาดม แบรนด์ต่าง ๆ ก็มักจะมีกลิ่นนี้เป็นพื้นฐาน ซึ่งคุณสมบัติของสะระแหน่หรือมินต์นั้นคือ ช่วยให้ร่างกายตื่นตัว และเย็นสดชื่น ลดความรู้สึกเครียด ช่วยคืนความสดชื่น และที่สำคัญก็คือช่วยระงับอาการปวดศีรษะ ไมเกรน คลายความอ่อนล้า และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เมื่อไหร่ที่ต้องการใช้กลิ่นในการผ่อนคลายก็อย่าลืมนึกถึงกลิ่นสาระแหน่ หรือมินต์กันด้วยนะ

9.กลิ่นคาโมมาย์ (Chamomile)

การคลายเครียดมีหลายวิธีด้วยกัน

กลิ่นคาโมมายด์ ความหอมของดอกไม้สีขาว ที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ กลิ่นอายของความสดชื่นที่แสนจะประทับใจ กลิ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เสมือนได้นอนอยู่บนท้องทุ่งดอกคาโมมายด์ที่ขาวสะอาด ถูกล้อมรอบไปด้วยความอบอุ่นจากธรรมชาติ ดอกไม้สีสันสวยงามที่น่าประทับใจได้ โชยกลิ่นที่หอมหวานไปทั่วบริเวณ กลิ่นคาโมมายด์ ความน่ารักของดอกไม้ที่แสนจะบอบบาง เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ และสรรพคุณที่ช่วยในการรักษาสุขภาพ ดีต่อสภาพจิตใจและร่างกาย กลิ่นความหอมหวานที่ไม่มีใครเทียบเท่า กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เรารู้สึกเคลิบเคลิ้มทุกครั้งเมื่อได้สัมผัส

ดอกคาโมมายด์ เป็นดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ มีใบนุ่มสีเขียวสด สบายตาทุกครั้งที่ได้พบเห็น ขาวสะอาดดั่งดอกเดซี่ มีเกสรสีเหลืองทองตระการตาอยู่ตรงกลางดอก มักจะเบ่งบานอยู่ที่บนก้านชูสูงทุกครั้งในช่วงฤดูร้อน กลิ่นหอมอ่อนๆที่แสนจะอบอุ่น และน่าประทับใจจะอบอวลไปทั่วทุกบริเวณพื้นที่ กลิ่นหอมหวานที่คล้ายแอปเปิ้ลและผลไม้ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น กลิ่นหอมๆของดอกคาโมมายด์ ที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งเมื่อได้สัมผัส กลิ่นที่ช่วยในการลดความตึงเครียด บำรุงระบบประสาท ทำให้นอนหลับสบาย ไร้ความกังวล เป็นกลิ่นหอมที่เหมาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เราเหนื่อยล้าและเกิดความทุกข์เจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจ

9.กลิ่นซากุระ (Sakura)

การคลายเครียดมีหลายวิธีด้วยกัน

ดอกซากุระ ไม่ได้มีคุณค่าเพียงแค่เป็นดอกไม้ที่มีรูปลักษณ์สวยงามเท่านั้น แต่เป็นดอกไม้ที่สวยงามถึงภายในอีกด้วย ดอกซากุระมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งมีคุณสมบัติช่วยบำบัดจิตใจและอารมณ์ให้ผ่อนคลาย กลิ่นหอมเฉพาะตัวของดอกซากุระช่วยสร้างบรรยากาศให้น่าหลงใหล รู้สึกสบายใจ

10.กลิ่นตะไคร้ (Lemongrass)

การคลายเครียดมีหลายวิธีด้วยกัน

กลิ่นตะไคร้กลิ่นที่คนไทยคุ้นเคยกันดี เป็นพืชที่ให้กลิ่นอโรมาอยู่ในจำพวกตระกูลส้ม มะนาว สามารถนำไปใช้ผสมทำน้ำหอมอโรม่าได้ ช่วยลดความเครียด บรรเทาอาการปวดศีรษะ ช่วยการไหลเวียนเลือด ลดอาการเมื่อยล้าของร่างกายได้ดี ช่วยให้อากาศในห้องสดชื่น รู้สึกผ่อนคลาย นอกจากนี้ประโยชน์ของตะไคร้ ยังนำไปไล่แมลงได้ เพราะกลิ่นหอมๆ ของตะไคร้ จะช่วยไล่แมลงและไล่กลิ่นอับได้อีกด้วย

11.กลิ่นลีลาวดี (Frangipani)

การคลายเครียดมีหลายวิธีด้วยกัน

กลิ่นหอมแบบไทยๆ สไตล์วินเทจคลาสสิค ย้อนยุค เมื่อได้สูดดมกลิ่นหอมของลีลาวดีจะช่วยทำให้นอนหลับสบาย เมื่อคุณมีสปากกลิ่นหอมๆอยู่ในบ้านของตัวเองแล้ว ก็จะไม่อยากที่จะออกไปนอกบ้านอีกต่อไป

นอกจากนี้ยังมีตัวช่วยให้บ้านหอมมาแนะนำกันอยู่หลายชิ้น ที่นอกจากจะให้กลิ่นหอมผ่อนคลายแล้วยังสามารถวางแต่งบ้านได้อย่างกลมกลืน ไปดูกันว่าจะมีของแต่งบ้านแบบอโรมา ที่ทำให้บ้านหอมแบบไหนให้เลือกใช้กันบ้าง

1.ดอกไม้แห้งอบหอม

การคลายเครียดมีหลายวิธีด้วยกัน

กลิ่นของบ้านหอม ๆ ที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน หรือที่เมื่อก่อนเรียกกันว่า บุหงารำไป ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ได้กลายมาเป็นดอกไม้แห้งอบหอมสารพัดกลิ่น ที่ทุกคนคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี โดยดอกไม้แห้งอบหอมนั้น จะได้จากการนำดอกไม้แห้งนานาชนิดมาย้อมสีและแต่งกลิ่นเพิ่มเข้าไป ซึ่งมีตั้งแต่กลิ่นดอกไม้ทั่วไปอย่างกุหลาบ มะลิ หรือลาเวนเดอร์ ไปจนถึงกลิ่นสมุนไพรและเครื่องเทศอย่างตะไคร้ เปปเปอร์มินต์และวานิลลา ซึ่งถูกใจกลิ่นสไตล์ไหน เราก็สามารถเลือกซื้อมาแขวนไว้ตามมุมห้องหรือในตู้ต่าง ๆ ได้ โดยมีทั้งแบบเป็นถุงที่ออกแบบมาอย่างสวยงามให้ใช้ง่าย และแบบแพ็คที่สามารถนำไปใส่ในภาชนะได้อย่างสะดวก

2.เทียนหอม

การคลายเครียดมีหลายวิธีด้วยกัน

เทียนหอมนั้นเป็นอีกไอเท็มที่ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ร่วมถึงทำให้บ้านหอม ได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากกลิ่นหอม ๆ จากเทียนแล้ว ก็ยังมีแสงไฟจากเทียนเป็นตัวสร้างบรรยากาศให้กับบ้านอีกด้วยค่ะ ซึ่งเดี๋ยวนี้ ก็มีเทียนหอมรูปร่างหน้าตาสวยงามน่ารัก สารพัดแบบให้เลือกใช้ได้เหมาะกับห้องของเราค่ะ หากอยากวางบนโต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ก็มีเทียนหอมให้เลือกเป็นแบบเป็นโหลแก้ว ที่สามารถรองรับน้ำตาเทียนได้อย่างดี หรือ จะเลือกเป็นเทียนดีไลท์ขนาดจิ๋ว ที่ลอยน้ำได้ แบบนี้ก็ดูสวยไปอีกแบบนะคะ สำหรับใครที่เจอความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน การจุดเทียนที่มีกลิ่นหอมลอยออกมาอ่อนแบบนี้ก็เป็นอีกตัวช่วยที่สามารถช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นได้ แนะนำว่าควรจุดในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกเพียงสัก 2-3 ชั่วโมง ก็ช่วยให้ห้องมีกลิ่นที่หอมพอดีแล้วค่ะ

3. ธูปอโรมา

การคลายเครียดมีหลายวิธีด้วยกัน

นอกจากเทียนหอมที่แล้วก็ยังมีธูปอโรมาหรือกำยานหอม ที่สามารถให้บ้านหอมได้ด้วยกลิ่นหอมฟุ้ง ในพื้นที่แบบเปิด โดยกลิ่นหอมแบบอโรมาจากธูปนั้น จะเหมาะกับการเพิ่มบรรยากาศให้ผ่อนคลาย ในช่วงที่นั่งทำงานหรืออ่านหนัง เป็นระยะเวลาสั้น ๆ โดยจุดตรงส่วนที่เป็นปลายแหลม และวางไว้ในภาชนะสำหรับวางธูปโดยเฉพาะ ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบ เป็นจานขนาดจิ๋วน่ารัก ๆ และ กระถางที่มาพร้อมฝาปิดแบบเจาะรู สำหรับการหยิบใช้งานนั้นควรหาภาชนะที่มิดชิด เก็บแยกธูปที่ยังไม่ได้ใช้เอาไว้ เพราะหากได้รับความชิ้นจะทำให้กลิ่นของธูปจางลงและจุดติดยาก

4. ก้านไม้หอม

การคลายเครียดมีหลายวิธีด้วยกัน

ถ้าต้องการที่จะหาความหอมให้กับบ้านแบบทนนาน ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก ก็ต้องยกให้กับก้านไม้หอม หรือ ก้านไม้กระจายกลิ่น ที่เป็นการสร้างกลิ่นหอมชวนฝัน ให้กับบ้านด้วยการนำไม้งาหรือไม้หวายจุ่มในขวดน้ำมันหอมปรับอากาศ ตัวก้านไม้จะค่อย ๆ ดูดน้ำหอมขึ้นมาและปล่อยให้กลิ่นระเหยไปทั่วห้อง ถ้าหากอยากให้มีกลิ่นหอมมากขึ้นก็สามารถเพิ่มจำนวนก้านไม้เข้าไปได้ โดยก้านไม้ที่ใช้นั้นก็จะมีก้านไม้งาที่ลักษณะเหมือนกิ่งไม้ขนาดเล็ก สามารถกระจายกลิ่นได้ดีและไม้ต้องคอยกลับด้านเหมือนก้านหวายที่จะเป็นแท่งตรงและให้กลิ่นหอมแบบอ่อน ๆ ซึ่งบางครั้งก็มีการประดิษฐ์ก้านไม้ให้ดูสวยงามคล้ายช่อดอกไม้ ทำให้เหมาะกับการนำไปประดับตกแต่งได้อย่างกลมกลืน

5. เตาอโรมา

การคลายเครียดมีหลายวิธีด้วยกัน

มาสูดกลิ่นหอมผ่อนคลายจากน้ำมันหอมระเหยอย่างเต็มที่ ในบรรยากาศแบบสปาด้วยการใช้ เตาอโรมาที่เราเลือกได้กันค่ะ สำหรับเตาอโรมาหรือเตาน้ำมันหอมระเหยนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบให้ได้เลือกใช้กัน ซึ่งแบบดั้งเดิมนั้นจะเป็นเตาที่มีหลุมโค้งอยู่ด้านบนสำหรับใส่น้ำและตามด้วยการหยดน้ำมันหอมระเหยลงไป 3-5 หยด ส่วนช่องด้านล่างก็ไว้สำหรับวางเทียนดีไลท์ที่จุดเพื่อให้น้ำด้านบนระเหยและส่งกลิ่นออกไป แต่หากอยากได้แบบไฟฟ้า เดี๋ยวนี้ก็มีเป็นแบบโคมไฟที่ใช้การเสียบปลั๊กแทนการจุดเทียน ซึ่งหลังจากใช้งานเสร็จก็สามารถถอดจานด้านบนออกเป็นโคมแต่งบ้านหรือวางบริเวณหัวเตียงได้ในตัวเดียวกัน

6.  เครื่องพ่นไอน้ำ

การคลายเครียดมีหลายวิธีด้วยกัน

สุดท้ายเป็นการเพิ่มกลิ่นหอมให้กับบ้าน ด้วยการนำเอาเทคโนโลยี อย่างเครื่องพ่นไอน้ำเข้ามาช่วยทำให้บ้านหอม แม้ราคาจะสูงกว่าไอเท็มชิ้นอื่น ๆ อยู่บ้างแต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับการใช้งาน เพราะเครื่องพ่นไอน้ำนั้นสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องได้เป็นเวลานานถึง 8 ชั่วโมง โดยไม่เป็นอันตราย ตัวน้ำมันหอมระเหยที่ถูกปล่อยออกมานั้นจะกลายเป็นไอน้ำที่มีขนาดเล็กมาก ทำให้กลิ่นกระจายตัวได้เต็มที่ แถมยังช่วยลดฝุ่นในอากาศและเพิ่มความชุ่มชื้น จึงเหมาะกับการใช้ในห้องที่อากาศแห้งจากการเปิดใช้เครื่องปรับอากาศ โดยเจ้าเครื่องพ่นไอน้ำนี้ก็อาจมีราคาที่แตกต่างกันไปตามฟังชันก์ของการตั้งเวลาการและความจุของน้ำ

อ่านบทความน่าสนใจเกี่ยวกับบ้านถัดไป บ้านสไตล์กระท่อม เสน่ห์น่ารักที่รีโนเวทจากซากอิฐ

บ้านสไตล์กระท่อม เสน่ห์น่ารักที่รีโนเวทจากซากอิฐ

บ้านสไตล์กระท่อม

รีโนเวทบ้านเก่า

บ้านสไตล์กระท่อม ในยุคก่อน พวกเรา คงจะได้ เห็นนายหน้า อสังหาริมทัพย์ มองหา ที่ดินงามๆ

บ้านงามๆ เพื่อขาย ได้กำไร แม้กระนั้น ยุคนี้ กลับต่างออกไป ตรงที่จะมี คนมองหาบ้านเก่า ตึก

เก่า เอามา ทำงานปรับ ปรับปรุงใหม่ แล้วขาย ให้คน อยากได้ บ้าน ในราคา ที่ถูกลง กว่าซื้อ บ้าน

มือชั้นยอด บ้านหลังนี้ ก็ยอดเยี่ยม ในแผนการแก่ไขบ้านเก่า ที่สร้าง ใน ปี 1954 อยู่กลางทะเล

ทราย แคลิฟอร์เนีย อันสงบเงียบ ซึ่งหลุด รอด มาถึง ยุคนี้ ได้ใน ภาวะ ทรุดโทรม แม้กระนั้น นัก

ออกแบบ Kelly Kai ก็สามารถ เปลี่ยน ให้ตรงนี้ ให้กลายเป็น บ้านพักตากอากาศ ให้เช่าที่ สวย

ได้ แบบไม่ยาก

Kelly Kai ใช้เวลา วันว่าง นั่งเลื่อน ดูรายชื่อ อสังหาริมทรัพย์ ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาพบ ที่แห่ง

นี้ใน Morongo Valley เป็นครั้งแรก ที่เธอ คิดว่า ต้องไปเยี่ยม ดูด้วยตัวเอง ซึ่งภาพแรก ที่มอง

เห็น จำเป็นต้อง กล่าวว่า ไม่ได้ คิดว่า มาตรวจสอบบ้าน แม้กระนั้นราวกับกำลังการเดิน ผ่าน กอง

เศษหิน หรือ อิฐมากกว่า แม้ว่าจะเป็น แบบนั้นแม้กระนั้น เธอกลับ รู้สึกประทับใจ กับสิ่งที่ เธอ

มองเห็น เนื่องจากว่าสิ่งแวดล้อม ใจกลาง ซอกเขา ที่สวยงาม ดูเงียบสงบ และก็ โครงเรื่อง บ้าน

ก็มีความน่ารักน่าเอ็นดู บางอย่าง ที่เห็นภาพ ในทันที ว่าแก้ไข แล้ว หน้าตาจะ ออกมาใน

แนวทางไหน

ก่อนปรับปรุงแก่ไขบ้าน จากตึก ที่ถูก ทึ้งร้างยาวนานหลายปี ทำให้ ภายนอกย่ำแย่ พอกับ ด้าน

ในที่สภาพ ไม่ต่างกัน แม้กระนั้น ภายหลังจากการยกเครื่องส่วนประกอบ จากบน ลงข้างล่าง ใช้

การตกแต่ง และก็ ข้างนอกใหม่ ทั้งผอง เพื่อพร้อมสำหรับในการเช่า ก็ออกมา เป็นบ้านที่ น่าอยู่

อย่าง อบอุ่น ซึ่งสามารถ ดำรงชีวิตสบายๆ ได้ต่อไป อีกหลายสิบปื ในที่เดิม

หลังเปลี่ยนแปลง จะมีความเห็นว่า หน้าตา ของบ้าน เปลี่ยนไป ดูดี ขึ้นผ่าน วัสดุที่เปลี่ยนใหม่

จากแผ่นไม้เป็น ก้อนอิฐ และก็ ปูนเปลือย ที่มอง เข้ากันได้ กับ แผ่นดิน แล้วก็ทราย บริเวณ ฟังก์

ชั้น นอกบ้าน วางไว้หลาย จุดมีพื้นที่ นั่งพักผ่อน พื้นที่กินอาหาร กลางแจ้ง ที่ ได้รับ การปกป้อง

จาก แสงอาทิตย์ ด้วยซุ้ม ระแนงไม้ นอกพื้นที่ นั่งพักผ่อน หลักเป็น เลานจ์ ทรงเตี้ยๆ แล้วก็ ที่

เก็บฟื้น ทำให้มีจุดดูดซึมบรรยากาศ นอกบ้าน ที่มากมาย ไม่อุดอู้ อยู่แม้กระนั้น ในบ้าน ด้านใน

รื้อถอนเพดานเปิดเผย ให้มองเห็น ส่วนประก่อข ไม้ที่งดงาม ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ ที่ไม่บุบ

สลาย เช่น ผนัง และพื้นคอนกรีตก็คง เอาไว้

“สิ่งที่จำเป็นที่สุด สำหรับฉัน คือมุมมอง” นี่เป็น เหตุผลว่า เพราะเหตุใด เมื่อไปสู่ห้อง หลัก

ขนาดใหญ่ สำหรับ นั่งพักผ่อน พักก็เลย มองเห็น หน้าต่างใหม่ เนันย้าความสูง ของเพดาน และ

ก็จัด กรอบใส่ ทิวทัศน์ ทะะเลทราย ที่อยู่ ข้างนอกเข้ามาเป็น ส่วนใดส่วนหนึ่ง ของบ้าน เคลลี่

อยาก เน้นย้า บรรยากาศ ที่ สวยสดงดงามคุณ ก็เลย ใส่หน้าต่างให้สูงที่สุด ซึ่ง ไม่เหมือนกับ

บ้านเดิมที่ ออกจะปิดแทบ ไม่มีประตูหน้า ต่าง เพราะว่า จำเป็นต้อง ป้องกันทราย เมื่อทุกคน

เข้าไป ในห้อง อย่างแรกที่ จำเป็นต้อง ได้ มองเห็น ก็คือ ทิวทัศน์ แล้วก็ ชั้นต่อไป เป็นความรู้สึก

อบอุ่น ที่โอบล้อมอยู่ทุกที่

พื้นที่นั่งเล่นหลักนอกจากจะมีเตาผิงให้ความอบอุ่นในฤดูหนาวแล้ว ยังมาพร้อมห้องครัว ห้องรับ

ประทานอาหาร และเลานจ์ครบพร้อมความต้องการใช้งานในจุดเดียวไม่ต้องเดินไกล ๆ ซึ่งใน

บ้านนี้ไม่ได้ห้องนั่งเล่นห้องเดียว ยังมีห้องนั่งเล่นพิเศษซึ่งมีโซฟา ครัวขนาดเล็ก และเตาตั้งพื้น

อยู่อีกหนึ่งห้อง ด้วยวิธีนี้ถ้าผู้ใหญ่กำลังทำอาหารอยู่ในห้องหลัก เด็ก ๆ ก็สามารถเล่นที่อื่นที่ไม่

รบกวนกุ่มผู้ใหญ่ได้ หรือถ้าเด็กๆ หลับไปแล้ว ก็มีพื้นที่เลานจ์ที่สองสำหรับผู้ใหญ่ให้นั่งแฮงค์เอา

ท์สบาย ๆ  Kelly ยังได้เพิ่มหน้าต่างช่องแสงเพื่อเพิ่มแสงและทิวทัศน์ของยอดเขาในห้องนั่ง

เล่นที่สอง ใครต้องการใช้งานแบบไหนเลือกนั่งและจับจองมุมมองที่ต้องการได้ตามสบาย

มุมทานข้าวที่ตกแต่งเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกสวยงามจนอยากนั่งทานอาหารทั้งวัน ด้วย

เฟอร์นิเจอร์ไม้ ปูด้วยผ้าขนสัตว์เทียม ม้านั่งวางหมอนรองสีธรรมชาติ เก้าอี้อาร์มแชร์หวายที่ได้

กลิ่นอายบ้านแบบกระท่อมในชนบท

เคลลี่ปลูกต้นกระบองเพชรซึ่งเป็นต้นไม้ที่บ่งบอกถึงความเป็นทะเลทรายไว้หลาย ๆ จุด ทั้งใน

บ้านและรอบ ๆ บ้าน ด้านนอกตรงกับหน้าต่างบานใดบานหนึ่งเพื่อที่จะได้ชื่นชมได้ง่าย ๆ อย่าง

ในห้องอาบน้ำที่แสนสบายด้วยอ่างแช่ตัวก็มีกระจกใสบานใหญ่ มองออไปเห็นสวน ต้นกระบอง

เพชร และเนินทรายที่ไกลออกไป ทำให้ห้องนี้ไม่เพียงแต่ใช้อาบน้ำทำธุระส่วนตัวเท่านั้น แต่ยัง

เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้ความสงบขั้นสุดอีกด้วย
บ้านสไตล์กระท่อม

ออกแบบบ้าน : การซื้อบ้านเก่ามาปรับปรุงใหม่ เริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้นในไทยด้วยเช่น

กัน เพราะที่ดินราคาแพงมากขึ้นโดยเฉพาะในตัวเมือง การสร้างบ้านใหม่หรือซื้อบ้านในโครงการ

จัดสรรจึงมีราคาสูงลิ่วตามไปด้วย สำหรับบ้านที่สร้างนานแล้วไม่ได้อยู่ในทำเลทองราคาก็จะ

ตกลงมา ทำให้การเป็นเจ้าของบ้านเอื้อมถึงง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม บางโครงการอสังหามองจาก

ภายนอกแม้จะดูดีแต่โครงสร้างภายในอาจซ่อนปัญหาใหญ่เอาไว้ ทำให้ต้องแก้ไขเสียค่าใช้จ่าย

ที่ไม่คุ้ม ก่อนตัดสินใจซื้อจึงควรจ้างวิศวกรตรวจสอบโครงสร้าง เสา ผนัง คาน ของบ้านเสียก่อน

เพื่อความปลอดภัย

อ่านบทความเกี่ยวกับบ้านถัดไป ไอเดียตกเเต่งบ้านให้น่าอยู่

ไอเดียตกเเต่งบ้านให้น่าอยู่

มาดูเคล็ดลับดีๆในการตกแต่งบ้าน

มาดูเคล็ดลับดีๆในการตกแต่งบ้าน เพื่อไม่ให้บ้านนั้นน่าเบื่อและน่าอยู่มากขึ้นกันดีนะคะ บ้านที่

น่าอยู่นั้นไม่จำเป็นที่ต้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหราราคาเเพงเสมอไป ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ

สำหรับการออกแบบบ้านก็คือความปลอดโปร่ง โล่งสบาย ที่หากขาดไปก็อาจทำให้การใช้ชีวิต

ภายในบ้านอึดอัดไม่น่าอยู่ บทความนี้จะมาเเนะนำ 10 ไอเดียในการจัดบ้านให้ดูปลอดโปร่ง

1. จัดเฟอร์นิเจอร์อย่างเป็นระเบียบ

มาดูเคล็ดลับดีๆในการตกแต่งบ้าน

เฟอร์นิเจอร์ไม่จำเป็นต้องเยอะ ลองเลือกเฟอร์นิเจอร์เอนกประสงค์ใช้งานได้หลายอย่าง เราจะ

ได้เปลี่ยนโหมดการใช้ทำให้ห้องไม่น่าเบื่อและไม่ดูรกเพราะ เฟอร์นิเจอร์มากจนเกินไปจะทำให้

ห้องเล็กดูอึดอัด ความน่าอยู่ของบ้านคุณจะลดลงทันทีหากเหล่าเฟอร์นิเจอร์ของคุณถูกจัดวาง

อย่างไม่เป็นระเบียบ คุณควรวางแผนการจัดวางของเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้น โดยพิจารณาถึงความ

เหมาะสม เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด ยกตัวอย่าง เช่น

ภายในห้องรับแขกควรตั้งเฟอร์นิเจอร์ให้ห่างกัน ควรเว้นที่ว่างระหว่างเฟอร์นิเจอร์เอาไว้เพื่อให้มี

พื้นที่ใช้สอยอย่างเพียงพอเนื่องจากเป็นห้องที่มีคนใช้งานเยอะกว่าห้องอื่นๆ อีกทั้งยังมีผู้คน

สัญจรไปมาตลอดเวลาอีกด้วย

2. คัดแยกสิ่งของต่างๆ

มาดูเคล็ดลับดีๆในการตกแต่งบ้าน

นอกจากเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ที่ทำให้ของบ้านดูอึดอัดตาแล้ว เหล่าสิ่งของกระจุกกระจิกต่างๆ

ที่ถูกวางไว้ไม่เป็นระเบียบก็เรื่องที่ควรจัดการเช่นเดียวกัน อย่าวางของจุกจิกมากจนเกินไป ของ

ชิ้นเล็กชิ้นน้อยควรหาภาชนะใส่อย่าว่างเกะกะ บางบ้านชอบทำชั้นติดผนังสำหรับวางของเล็ก

ของน้อย น่แต่บางทีวางเยอะไปก็ทำให้ดูรกตก ควรเว้นพื้นที่ในการจัดวางจะดูสบายตากว่า แต่

ถ้าหากคุณเป็นคนประเภทที่ชอบเก็บสะสมของชิ้นเล็กๆ ลองหากล่องเก็บไว้เฉพาะ แล้วนำมา

เปลี่ยนเอาออกมาวางโชว์จะช่วยทำให้ชั้นวางของคุณไม่จำเจอีกด้วย ในการจัดเก็บมไม่ได้

หมายความว่าคุณจะต้องนำสิ่งของไปเก็บรวมกันแล้วเก็บไว้ในไว้ในตู้ แต่คุณควรที่จะคัดแยก

จำเเนกสิ่งของเหล่านี้ออกเป็นประเภทต่างๆ แล้วจัดเก็บไว้ให้เป็นที่เป็นทาง นอกจากจะทำให้

บ้านของคุณดูสะอาด และสบายตาเเล้วยังจะช่วยให้คุณสามารถจดจำและหยิบสิ่งของเหล่านั้น

ออกมาใช้ได้อย่างง่ายดาย

3. เลือกโทนสีที่ช่วยให้ดูสะอาดตา

มาดูเคล็ดลับดีๆในการตกแต่งบ้าน

“สีสัน” ที่เราเลือกใช้ในการตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นสีของผนัง ฝ้าเพดาน หรือเฟอร์นิเจอร์ หากคุณ

คุมโทนสีอย่างลงตัวก็จะสามารถสร้าง “บรรยากาศ” ให้บ้านของคุณได้ ในการเลือกใช้สีเพื่อ

ออกแบบบ้านนั้น มีตัวช่วยให้คุณสามารถเลือกใช้โทนสีที่ดูดีเข้ากันได้ ด้วย “Color

Schemes” โดยในการออกแบบสีที่ทำให้บ้านมองดูสะอาดตานั้น ควรเลือกใช้โทนสีอ่อนหรือสี

ที่ให้ความรู้สึกเย็น เช่น สีขาว, สีเทา, สีครีม หรือสีฟ้า เป็นต้น

หลักการเลือกใช้สีมี 3 รูปแบบ ดังนี้

• Analogous หรือ การเลือกใช้กลุ่มสีโทนเดียวกัน เช่น สีครีม, สีขาว,  สีเทา

• Complementary หรือ การเลือกใช้สีที่ตรงกันข้ามกัน เพื่อสร้างความโดดเด่นกระตุ้นอารมณ์

เช่น สีขาว – สีดำ หรือ สีแดง – สีน้ำเงิน

• Triadic หรือ กลุ่มสีแบบสมดุล ประกอบไปด้วยกลุ่มสีน้ำหนักเดียวกัน 3 โทน เช่น เหลือง-

แดง-น้ำเงิน

4. เฟอร์นิเจอร์มากฟังก์ชั่น

See the source image

เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เอนกประสงค์ที่มีการออกแบบใช้งานได้หลายอย่าง จะทำให้บ้านของคุณมี

พื้นที่ใช้สอยได้มากขึ้น แถมยังสามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น เก้าอี้สตูลที่มีช่องวาง

หนังสือด้านล่าง เตียงนอนที่มีลิ้นชักอยู่ภายในตัว หรือโต๊ะกินข้าวที่เมื่อใช้เสร็จสามารถพับเก็บ

ให้เหลือเพียงครึ่งเดียวได้

5.แบ่งสัดส่วนพื้นที่ให้ชัดเจน

See the source image

ควรวางแผนผังของบ้านว่าส่วนไหนที่เป็นห้องรับแขก ก็ควรอยู่ด้านหน้าสุดของบ้าน เวลาที่แขก

มาหาจะได้เห็นส่วนของบ้านที่น่าอยู่ และส่วนห้องนอนนั้นควรอยู่ด้านหลังของตัวบ้านเพื่อ

ป้องกันเสียงรบกวนจากกลิ่นอาหารจากห้องครัวรบกวนการพักผ่อนของคุณ การแบ่งพื้นที่ออก

เป็นสัดส่วนนั้นจะช่วยลดความแออัดคับแคบ ทำให้ดูโปร่งโล่ง และสะดวกในการใช้สอย โดยที่

คุณไม่จำเป็นที่จะต้องก่อกำแพงขึ้นมาเพื่อกั้นห้องเพียงแค่คุณเว้นช่องว่างระหว่างเฟอร์นิเจอร์

ของแต่ละส่วนให้มีพื้นที่กว้างพอที่จะให้ความรู้สึกแยกจากกัน เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้บ้านของคุณดู

มีบริเวณเป็ดสัดเป็นส่วนแล้ว

6. กลิ่นหอมชวนให้หลงไหล

See the source image

ความหอมเป็นการเเสดงถึงความสะอาดและรสนิยมของเจ้าของบ้าน กลิ่นหอมที่ลอยมาตาม

อากาศเมื่อคุณเปิดประตูบ้าน จะช่วยสร้างความประทับใจให้กับคุณและแขกที่มาเยี่ยมเยียนบ้าน

คุณในทุกๆ ครั้ง

กลินที่เหมาะสำหรับสำหรับปรับอากาศบ้าน มี 3 แบบ ดังนี้

  • ก้านไม้หอมปรับอากาศ : นอกจากกลิ่นหอมที่ซึมออกมาผ่านก้านไม้เเห้ง ยังจะสามารถใช้เป็นอุปกรณ์ตกเเต่งบ้านที่แสดงถึงความ Vintage ได้อีกด้วย
  • เครื่องปล่อยไอน้ำอโรม่า : สามารถส่งกลิ่นหอมออกมาได้อย่างรวดเร็วด้วยอุปกรณ์พ่นไอน้ำ สามารถตั้งเวลาเปิดปิดได้อัตโนมัติ เหมาะสำหรับการใช้ในห้องนอน หรือห้องนั่งเล่น
  • เจลหอมปรับอากาศ : สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป ให้กลิ่นหอมยาวนานแต่พื้นที่ในการส่งกลิ่นค่อนข้างจำกัด อีกทั้งรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ไม่เหมาะสำหรับการออกแบบบ้าน จึงแนะนำให้ใช้ภายในห้องน้ำ หรือห้องอาบน้ำ

7. ของประดับไม่ควรเยอะจนเกินไป

See the source image

ของประดับบ้านจะช่วยดึงดูดจุดสนใจทางสายตา แต่ถ้าหากว่ามีเยอะเกินไปก็จะมีจุดดึงดูด

สายตามากเกินไป ไม่รู้จะมองไปที่ไหนดี จนกลายเป็นความรู้สึกรกบ้านเสียเปล่า

แนะนำว่าแต่ละห้องควรมีของประดับที่โดดเด่นดึงดูดสายตาเพียงชิ้นเดียว เพื่อสร้างเอกลักษณ์

ให้กับห้องนั้นๆ

8. ห้องนอนคือพื้นที่สำคัญที่สุด

ห้องนอนเป็นสถานที่ที่คุณใช้เวลามากที่สุดภายในบ้าน สำหรับพักผ่อนนอนหลับยามค่ำคืน

บรรยากาศโดยรอบของห้องจึงควรที่จะปลอดโปร่ง โล่งสบาย ชวนให้อยากหลับไหลไปตลอด

คืน และตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น ส่วนที่สำคัญที่สุดของห้องนอนก็คือ “เตียง” เพราะฉะนั้นบริเวณ

รอบเตียงไม่ควรมีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นวางรอบๆ จนทำให้รู้สึกรกตา มีเพียงโต๊ะข้างเตียง หรือเก้าอี้

เล็กๆ สักตัวไว้สำหรับนั่งพักผ่อนก่อนเข้านอนก็พอ

9. สร้างความผ่อนคลายในห้องน้ำ

See the source image

ห้องน้ำถือว่าเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่สำคัญในบ้านที่จะบ่งบอกถึงความสะอาด และความเป็นตัวคุณ

ใน 1 วันคุณต้องใช้ห้องน้ำอย่างน้อย 3-5 รอบ เพียงเเค่วางกระถางต้นไม้สักต้นวางประดับไว้ที่

มุมห้อง สีเขียวสดชื่นของต้นไม้ตัดกับสีอ่อนๆของผนังห้องน้ำ เพียงเเค่นี้ก็ทำให้คุณรู้สึกผ่อน

คลายในยามที่ใช้ห้องน้ำได้เป็นอย่างดี

10. จัดมุมส่วนตัวให้ตัวคุณเอง

See the source image

หลังจากเมื่อยล้าจากเสร็จกิจกรรมที่ทำมาตลอดทั้งวัน หรือเครียดจากงานมาทั้งสัปดาห์ เสร็จ

คงจะดีไม่น้อยถ้ามีมุมส่วนตัวให้เอนกายพักผ่อน หรือจะใช้สำหรับปาร์ตี้เล็กๆ กับเพื่อน ดูฟุตบอล

เชียร์ทีมโปรดยามค่ำคืน หรือนั่งจิบ Whisky เคล้าเสียงเพลงเบาๆ เพียงเท่านี้ก็ทำให้คุณรู้สึก

ผ่อนคลายลงได้

นอกจากไอเดียการตกเเต่งบ้านทั้ง 10 ข้อนี้เเล้ว ความสะอาดถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้บ้าน

คุณน่าอยู่  นอกจากนี้การสร้างธรรมชาติน้อยๆ ด้วยการนำน้ำตก และปลูกต้นไม้ ทำอ่างเลี้ยง

ปลา  เสียงของสายน้ำที่ไหล รายล้อมไปด้วยต้นไม้ดอกไม้ จะทำให้บริเวณบ้านน่าอยู่มากขึ้น

อ่านบทความน่าสนใจถัดไป เรียบง่าย ไม่คิดมาก กับบ้านแบบเรียงหน้ากระดาน

เรียบง่าย ไม่คิดมาก กับบ้านแบบเรียงหน้ากระดาน

บ้านชั้นเดียวสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้ากระดาน

บ้านชั้นเดียวสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้ากระดาน

บ้านชั้นเดียวสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้ากระดาน การผลิตบ้านนั้น มีเรื่องให้คิดมากมาย ตั้งแต่ การ

ออกแบบ ไป จนกระทั่ง การผลิตจนถึง จบ กระบวนการ “บ้าน ไอเดีย” มั่นใจว่า กรรมวิธีการนาน

ที่ สุดยาก ที่สุดจะอยู่ ที่ ขั้นตอน “ดีไซน์” เนื่องจากว่า จำต้องผ่าน ขั้นตอนการคิด วางแบบ ที่

ถูกใจ ฟังก์ขั้น ที่ใช่ สั่งของ ที่ สมควร บ้านบาง หลังจากที่ได้มีการใช้เวลา ดีไซน์รวมทั้ง ปรับ

แต่ง นานเป็นปี สองปี ก็เลย จะ พอดี ในช่วงเวลาที่ ใช้เวลา ก่อสร้างเพียงแค่ 6 เดือน ก็เสร็จ

สำหรับ ผู้ที่มีที่ดิน หน้ายาว อยู่ในมือ ลองคิดง่ายๆ กันดูดีไหม ด้วยกระบวนการทำ บ้าน ให้เป็น

หน้ากระดาน เรียง ยาวไป แต่ละส่วนเชื่อมต่อ กันได้ ลื่นไหล ก็เป็นอีกหนึ่ง ออกแบบ ที่ตอบ

ปัญหา การใช้ชีวิต ได้ดีครับ

บ้านชั้นเดียวหลังนี้ ตีความร่วมสมัยของบ้านท้องถิ่น ของ Guarani, Kulata Jovai ประเทศ

ปารากวัย ซึ่งก็ออกมาเรียบง่ายอีกทั้ง ทรง แล้วก็ อุปกรณ์ ไม่ต้องทำ ปัญหายาก เนื่องจากว่า

บ้าน เริ่มแรก ของ ตรงนี้ จะ ย้ำาความเที่ยงธรรม ชาติอย่าง ก้อนอิฐ ดิน ต้นหญ้ามุง หลังคา ทรงก็

ไม่ยากเมื่อ ไปสู่ ยุคสมัยใหม่ ก็ ทำให้ทุกๆอย่างมอง แข็งแรง ล้ำยุค ขึ้น แต่ว่ายังคงใช้อุปกรณ์ ที่

มองหา ได้ใน ชุมชน เป็นหลัก ออกมา เป็นบ้านรูป ทรง สี่เหลี่ยม เรียงยาว หน้ากระดาน มี

หลังคา คอนกรีตขนาดใหญ่ ที่สร้าง กันสาดยืน ออกมาคุ้มครองปกป้อง บ้านจาก แสงแดด ที่

ร้อนแรง แล้วก็ฝน สั่งของ ที่ใช้สร้างเนื้อสร้างตัว บ้านก็ เป็นก้อนอิฐ แดง เล็กน้อย โชว์ก้อนอิฐ

นิดหน่อย ก่อแล้ว ฉาบเรียบ ก็ เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย

ที่จริงแล้ว ในรอบๆ บ้านมี ทั้งหมด 2 ตึก แต่ละ ตึกมี ชั้นเดี่ยว เป็นแบบ หน้ากระดาน วางดั้งฉาก

กัน ตึกส่วนแรก จะเป็น โรงจอดรถ พื้นที่ สารพัดประโยชน์นั่งพักผ่อน หรือ ทำบาร์บีคิว ปิ้งย่าง

ส่วน ตึก หลังเปิด โล่งๆ ออกสู่สวน ข้างใน มีห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร ห้องรับแขก ที่เชื่อม

ต่อถึงกันได้หมด ส่วนขอบ สุด จะมี ความ เป็น เป็นส่วนตัว มากเพิ่มขึ้น เป็น ห้องนอน พร้อม วิว

ด้านข้างซึ่ง จะมีหลังคา ยื่น ออกมา ปกคลุม บัง แดดสร้าง ระเบียงเชื่อมต่อ พื้นที่ กลางแจ้ง

กว้างๆ ที่ คุ้มครองป้องกันฝน และก็ แสงอาทิตย์ได้

หลังคา ตั้งอยู่ อย่างมี แผนการ ระหว่าง ต้นไม้ ใหญ่ สามต้น ที่มี อยู่ ซึ่ง ทั้งยัง สามตำแหน่งต่าง

ก็ สมาคม กับ ขนาด ของตึก ต้นหนึ่งอยู่ต่อจาก ปากทางเข้าต้อนรับ ผู้อาศัย ด้วย ไม่ยืนต้น ที่

ทะลุ หลังคา ขึ้นไป อีกต้น อยู่ เด่น เป็น สง่า กลางบ้าน หน้า ทรงกระดาน ให้ ร่มเงา ให้กับบ้าน

รวมทั้งสวน และก็ อีกต้นหนึ่ง หลบซ่อน อยู่ในลาน ภายใน ชิดกับ ห้องนอน เพิ่ม ความมีชีวิตชีวา

แล้วก็ เย็นสบาย ให้มุมพัก

บ้านชั้นเดียว ง่ายๆ แต่ที่ มีคุณภาพ อีกทั้ง ด้าน การใช้แรงงาน แล้วก็ การผลิตสถานการณ์

สบาย ในบ้าน ด้วย อุณหภูมิ ที่ร้อน เต็มที่ ของตรงนี้ ทำให้ คนเขียนแบบ เลือกเปิด ออก สู่ทิศ

เหนื่อ ใส่ ฝ่าผนัง บานเลื่อน ขนาด ในพื้นที่ ศูนย์กลางช่วยทำให้ ระเบียง เปิดรับลม แจ่มใส ที่

พัด เบาๆ เข้ามา ได้ใน ทุกส่วน ของ บ้านองค์ประกอบ ที่มี คานยื่น ขนาดใหญ่ กรองรังสีดวง

อาทิตย์ ที่ ร้ายแรง ประสมประสาน กับ การใส่ ฉนวน ที่ ช่วยเหลือกันความร้อน ที่มา กขึ้น จำเป็น

ต้อง ขอบคุณต้น ดอกไม้ ที่ ปลูกไว้ ที่ขอบ หลังคา ซึ่ง จะต่เลื้อย ลงมา ในอนาคต แปลงเป็นม่าน

แนวดิ่ง ตาม ธรรมชาติ ที่ ทำให้ บ้านเย็นลงตามธรรมชาติ

มุมพักผ่อนที่เฉลียงหน้าบ้าน

ออกแบบภายใน : บ้านแนวยาวหน้ากระดาน แม้จะดูเรียบง่าย แต่ก็ถือว่าเป็นรูปแบบบ้านที่ใช้งานได้ดีรูปแบบหนึ่ง ด้วยรูปด้านที่ยาวเรียงไป ทำให้แต่ละส่วนของบ้านไม่มีส่วนที่บดบังวิสัยทัศน์และทิศทางลมซึ่งกันและกัน ได้มุมมองของวิวด้านหน้า (หรือด้านหลัง) เท่าๆ กัน สามารถผนังบ้านออกรับลมระบายอากาศภายในได้ดี อย่างไรก็ตาม ในบ้านเขตร้อนควรเลือกด้านที่หันไปยังทิศที่ไม่ได้รับแสงรุนแรงมากในช่วงกลางวัน อาทิ ทิศตะวันออกและทิศเหนือ

ตกแต่งห้องน้ำ จับคู่หินอ่อนสีน้ำตาลกับไม้สีเข้ม

ตกแต่งห้องน้ำเป็นธรรมชาติและทันสมัย

ตกแต่งห้องน้ำเป็นธรรมชาติและทันสมัย

ตกแต่งห้องน้ำเป็นธรรมชาติและทันสมัย ห้องน้ำ เป็น อีก หนึ่ง จุด ที่ เจ้าของบ้าน ยุคใหม่ ออก

จะ ให้ความเอาใจใส่ ไม่ต่างอะไร จาก ส่วน อื่น ของ บ้าน เว้นแต่เอาใจใส่ ต่อ การ ออกแบบ

ต้นแบบ การเลือกเครื่องสุขภัณฑ์ เครื่องใช้ไม้สอย อุปกรณ์ต่างๆ แล้ว ยัง ละเอียดลออ สำหรับ

ในการมองหา สั่งของ ที่ ใช้ใน ห้องสุขาเพิ่มมากขึ้น อุปกรณ์ หินอ่อน ก็ เป็นตัวเลือก ยอดนิยม

สำหรับในการเอามา ตกแต่ง ใน ห้องน้ำ ด้วย ความงาม ของ สีส้น และ ลวดลายที่มีเสน่ห์แล้วก็

เป็น เอกลักษณ์ตาม ธรรมชาติ ที่ ไม่มีใครเหมือน ซึ่ง ภาพ ที่ คุ้น จะเป็น หินอ่อน สีขาว ริ้ว สีเทา

ตกแต่ง จับคู่ กับ อุปกรณ์ สีขาว ตัด ขอบ ทองคำ ให้อารมณ์ หรูหรา มากยิ่งกว่า โทน สึ อื่นๆ แม้

กระนั้น หาก พวกเรา ทดลอง เปลี่ยนแปลงมา จับคู่ สี่ หินอ่อน โทน อื่น กับ สั่งของ ใหม่ๆ ก็ จะ

สร้าง บรรยากาศที่ เปลี่ยนไปอย่าง น่าดึงดูด ขอรับ

ปกติ แล้ว โทน สี ของ หินอ่อน ธรรมชาติ ไม่ได้ มี เพียงแค่ สี เดียว แต่ว่า จะมี นานาประการ ตาม

ธาตุ หรือ ส่วนประกอบ อื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น สีขาว, ชมพูอ่อน, เทาหรือ น้ำาตาล ซึ่ง แต่ละสี จะ

ให้อารมณ์ ความรู้สึกต่างๆ กัน สำหรับ ผู้ที่ ถูกใจอารมณ์ สุขา ที่ เสนอ ความชอบธรรม ชาติ ใน

ช่วงเวลาที่ อยาก ความเลิศหรูเล็กๆสามารถเลือก ใช้ แผ่น สั่งของ หินอ่อนริ้ว ลาย สีน้ำตาล จับคู่

กับไม้ สีน้ำตาลเข้มบางครั้งก็อาจจะ เป็น ไม้จริง เก่าๆ ที่ มองเห็น ร่องรอย ตา ไม้ แจ่มกระจ่าง

หรือ เป็นกระเบื้อง ลาย ไม้ ก็ยัง คุม โทน ลุคนี้ เจริญ

ภายในห้องน้ำขนาดไม่กว้าง นักออกแบบเลือกใช้กระเบื้องลายหินอ่อนสีพื้นขาวเป็นพื้นหลัง

ทำให้ห้องดูกว้างกว่าความเป็นจริง เลือกสุขภัณฑ์สีขาวที่ดูเข้ากัน ตัดความรู้สึกหรูหราด้วยการ

ตกแต่งบริเวณขอบซิงค์ล้างหน้า บานตู้ ลิ้นชักด้วยไม้ระแนงเป็นเส้นแนวตั้งที่ให้ลุคความเรียบ

ง่ายแบบโมเดิร์น ทำให้ห้องน้ำมีทั้งความอบอุ่น หรู และความทันสมัยในจุดเดียว

ห้องน้ำแยกโซนแห้งและโซนเปียกด้วยการก่อขอบปูนขึ้นมาเป็นแนวกั้นสูงประมาณ 5-10 ซม.

ในห้องชาวเวอร์ เพิ่มฉากกระจกที่ดึงกั้นน้ำขณะอาบน้ำและพับเก็บเปิดให้โซนอาบน้ำระบาย

อากาศลดชื้นได้ สำหรับไม้ที่ใช้ตกแต่งหากใช้ไม้จริงควรเลือกไม้ที่สามารถทนความชื้นได้ดีเพื่อ

ป้องกันการเปื่อยยุ่ยผุพัง  หากไม่แน่ใจในคุณสมบัติของไม้ก็ลองหันมาใช้วัสดุทดแทนไม้ที่ใช้

สำหรับห้องน้ำ จะช่วยคงความสวยงามและยืดอายุการใช้งานห้องน้ำได้นานขึ้น

สำหรับห้องน้ำตัวอย่างนี้แม้จะมีไม่องค์ประกอบของวัสดุที่ให้ความระยิบระยับแวววาวดูวิจิตร

อลังการ แต่ก็เพิ่มความน่าสนใจด้วยการใช้แสงไฟซ่อนหลืบ Indirect light บริเวณที่ต้องการ

เน้นให้โฟกัสสายตา อาทิ หลังกระจกเงาบานใหญ่และช่องสี่เหลี่ยมที่เจาะสำหรับวางของเหนือ

อ่างอาบน้ำ ช่วยสร้างมิติทางสายตาและเสริมบรรยากาศให้ห้องน้ำได้เป็นอย่างดี

ออกแบบบ้าน :  แผ่นหินอ่อนธรรมชาตินั้นมีความสวยงามมากก็จริงแต่ก็มีราคาสูง ปัจจุบันจึงมีวัสดุใหม่ ๆ ที่ทำออกมาเลียนแบบทั้งสีและลวดลายของหินอ่อนได้สวยงามให้เลือกใช้ในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่ายขึ้น อาทิ กระเบื้องพอร์ชเลนส์ลายหินอ่อน, แผ่นหินอ่อนเทียม, PVC ลายหินอ่อน, กระจกลายหินอ่อน หรือวอลล์เปเปอร์ เป็นต้น ซึ่งการหยิบจับนำมาใช้ต้องศึกษาคุณสมบัติ ความทนทานน้ำ การระบายความชื้น และความลื่น เพื่อให้ตอบสนองการใช้งานที่ตรงจุดมากที่สุด

บ้านสองชั้นไซส์เล็ก ยกพื้นที่ส่วนรวมไปไว้ชั้นบน

Family Room ที่อยู่ชั้นบนของบ้าน

Family Room ที่อยู่ชั้นบนของบ้าน

Family Room ที่อยู่ชั้นบนของบ้าน บน ที่ดิน ที่ มี อยู่ อย่างจำกัด หาก อยากได้พื้นที่ ใช้สอย

ข้างใน ที่ ครบถ้วน มี สวนไว้เติมเต็ม ความมีชีวิตชีวา และไม่ รู้สึก ถึงความคับ แน่นของ ตึก

จนถึงเหลือเกิน การสร้าง บ้าน ชั้นเดียว บางทีอาจ ไม่ตอบปัญหา เพราะว่า เพียงแค่ ตัวตึก จะ

เต็ม พื้นที่ จนถึงไม่ เหลือ ให้ สวน เลยการขยายพื้นที่ ไป บน แนวดิ่ง หรือ มากยิ่งกว่า หนึ่งชึ้น

คือการใช้พื้นที่ตาม แนวตั้ง ก็เลย คงจะ ครอบคลุม ความปรารถนา ใน ทุกๆ ด้าน พอดีมากยิ่งกว่า

ทั้งยังบ้าน ที่ พอดี สวน ที่ พอดิบพอดี และก็พื้นที่ว่างที่ทำให้เกิดความรู้สึก

สมดุลตึกสองชั้น บน ที่ดิน จำกัด วางแบบ ทรง อย่างเรียบง่าย เหมือน รูป ตัวU ที่เว้น คอ ร์ท เอา

ไว่ใน กึ่งกลาง เพื่อทุกด้าน ในบ้าน ได้รับ พลังงานธรรมชาติ อย่างทัดเทียมกัน ตัวบ้าน กับ โรง

จอด รถ ดีไซน์ ให้เป็น ส่วนเดียวกัน ไม่มีวไม่มีกำแพง บริเวณ ตัวบ้าน ทำให้มีพอเพียงมีลานที่

โล่งแจ้ง ข้างหน้า ไว้ สำหรับ ให้ รถ แขก ที่มาเยี่ยมเยือน ได้ หยุด ไม่ สร้างความลำบาก ให้ กับ

เพื่อนบ้าน ใกล้เคียง

พื้นตรง โรง จอดรถ หรูหรา ที่ต่ำ กว่าพื้นของ บ้าน แบ่ง Step เป็น ขั้นบันได เพียงแค่ 2 ขั้นเพียง

แค่นั้น ก็ได้ ความรู้สึก ที่ เป็น ขอบเขต มีการแยก อย่างเห็นได้ช้ด ด้านหลัง โรง หยุดรถยนต์

ปลดปล่อย ว่างไม่มี การก่อฝาผนัง สามารถเดิน ทะลุ ไป ยัง คอ ร์ท ที่โล่งแจ้งได้ อย่างสะดวก

วันใด ที่จัด งานเลี้ยงใน สวน สหาย ๆ สามารถ เดินผ่านไป ได้ โดย ไม่ต้องผ่าน พื้นที่ ส่วนตัว ใน

บ้าน

แม้คอร์ทกลางแจ้งจะไม่ได้มีพื้นที่มาก  แต่เพื่อการใช้งานอย่างยืดหยุ่นและคุ้มค่า จึงออกแบบ

ไว้ทั้งในส่วนที่ไร้หลังคาและมีหลังคา ในส่วนที่มีหลังคานั้น ได้ใช้พื้นบนระเบียงชั้นสองเป็น

หลังคาของระเบียงชั้นล่าง ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไร แดดร้อนหรือฝนตก ก็สามารถลาก

เก้าอี้ตัวโปรดออกมานั่งเพลิน ๆ ชมบรรยากาศชิล ๆ ได้อย่างสบายอกสบายใจ

ยกห้อง Family เอาไปไว้บนชั้นสอง เป็นการจัดฟังก์ชันที่แตกต่างจากบ้านทั่วไปที่มักนิยมให้

ห้องส่วนรวมอยู่ชั้นล่าง ซึ่งข้อดีในการจัดฟังก์ชันลักษณะนี้จะเหมาะกับบ้านที่ตั้งใจออกแบบไว้

สำหรับเป็น HomeOffice หรือมีสองครอบครัวอาศัยอยู่ร่วมกัน ชั้นล่างเป็นที่ทำงาน ส่วนชั้นบน

เป็นที่พักผ่อนของครอบครัว เวลาที่ลูกค้ามาติดต่อสามารถต้อนรับหรือใช้คุยงานได้อย่างสะดวก

ไม่เคอะเขิน

การตกแต่งภายในเน้นบรรยากาศเบาสบายและอ่อนโยน ไม้ที่นำมาใช้มีสีอ่อนสว่าง ยิ่งเสริมให้

ผนังสีขาวดูนุ่มนวล ฝ้าเพดานเรียบกรุด้วยไม้เช่นเดียวกัน คุมธีมของบ้านให้ลื่นไหลไปตลอดทั่ว

ทั้งหลัง มุมนั่งเล่นตกแต่งอย่างเรียบง่าย ใช้เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวเป็นหลัก ยืดหยุ่นในการ

เคลื่อนย้ายและปรับแต่งได้ในทุกเวลาที่ต้องการ

ในส่วนของห้องครัวที่อยู่บริเวณใกล้กัน มีการเล่นระดับพื้นให้แตกต่าง พื้นห้องนั่งเล่นสูงกว่าพื้น

ห้องครัว นับเป็นวิธีการแบ่งขอบเขตโดยไม่ต้องก่อผนังหรือใช้ประตูมาปิดกั้น บิลท์อินเคาน์เตอร์

ทำอาหารให้มีฉากสูงด้านหน้า เพื่อปกปิดความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย เพิ่มพื้นที่การจัดเก็บ

ด้วยการบิลท์อินชั้นวางที่มีหน้าบานปิดสนิทตรงริมหน้าต่าง ด้านบนใช้วางของตกแต่ง เช่น

แจกัน กระถางต้นไม้ ส่วนชั้นล่างวางอุปกรณ์จิปาถะต่าง ๆ ให้เข้าที่เข้าท่าอยู่เสมอ

ตรงกันข้ามกับเคาน์เตอร์ครัว ได้ทำการบิลท์อินมุมนั่งอ่านหนังสือไว้เช่นกัน มีฉากสูงด้านหน้า

และด้านข้าง เพื่อให้มุมเล็ก ๆ มีความสงบเหมาะกับการใช้สมาธิยิ่งขึ้น นำกระถางไม้ประดับสี

เขียวขจีมาวางไว้ใกล้ ๆ ให้บ้านสีขาว น้ำตาล มีชีวิตชีวายิ่งกว่าเดิม

สถาปนิก : บ้านที่ตั้งใจไว้ว่าจะใช้เป็นทั้งที่ทำงานและที่อยู่อาศัย สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ ประตูทางเข้า จะสะดวกมากยิ่งขึ้นหากออกแบบประตูบ้านแยกออกจากประตูออฟฟิศ นอกจากจะทำให้ใช้งายได้สะดวกแล้ว ยังลดความเกร็งของพนักงานและทำให้สมาชิกในครอบครัวไม่รู้สึกอึดอัดด้วย

Nature Home เชื่อมธรรมชาติมาไว้ใกล้ตัว

บ้านอารมณ์ธรรมชาติ

เปลผ้า

บ้านอารมณ์ธรรมชาติ ด้วยเหตุว่า หลายคน ทราบว่า การ ได้ ใช้ชีวิต อยู่ ท่ามกลาง ธรรมชาติ

ทำให้ ชีวิต ชื่นบาน แค่ไหน โครงงาน ที่พัก พักผ่อน มาก จึงเลือก ในซุกซ่อน ตัว อยู่ ใน ชายป้า

ห่างจากเมือง ในประเทศ บราซิล ก็เช่นเดียวกัน รอบๆ ที่ราบสูงตอนกลางของ บราซิล ใกล้กับ

อุทยานแห่งชาติ Chapada dos Veadeiros เมือง Alto Paraiso เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่

เป็น เครื่องหมาย ของ ภูมิภาค ท่ามกลางรัศมี รายล้อมตำแหน่งที่ตั้ง อัน เขียวชอุ่ม ของ

Chapada ซึ่งเต็มไปด้วย พลังงานของความมีชีวิตชีวา ก็มี โครงงาน ที่พักเล็กๆ ชื่อ

Casa daMangueira ตั้งอยู่ นอกเหนือจากที่จะ ปฏิบัติหน้าที่เป็นรีสอร์ทบูติกสุด พิเศษ แล้ว

ยังเป็นบ้าน ของ สถาปนิก ที่ออกแบบ มา สำหรับ ตนเองและก็ครอบครัว ด้วย

บ้านหลังนี้ มี พื้นที่ ใช้สอย 290 ตารางเมตร เป็น ตึก ชั้นเดี่ยว ที่ ได้รับการออก แบบ มา ห้

สอดคล้องกับ ชีวิตครอบครัว ซึ่งสามารถ ใช้งาน ทำกิจกรรม ที่ ชอบใจ ได้ ด้วย ความสบาย

สบาย แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวของ แขก ที่มา พักด้วยการแบ่ง โซน ใช้งาน ที่ แยก ออกมาจาก

กัน ตั้งแต่ทางเข้า

ประตูหน้า ที่เชื่อม ต่ กับ ที่จอดรถ เปิด ออกสู่สวน มีทางเดิน ปู แผ่น หินเลาะตัวตึกผ่านลาน

เฉียงส่วนตัว ส่งผลให้เกิด ห้องสวีท สำหรับผู้เข้าพัก 3 ห้อง สำหรับ ประตู ท้ายที่สุด จะเข้า สู่

ลาน หลัก ซึ่งเป็นหลัก ที่เปิด โล่งเตียน ที่ ล้อมรอบ ต้น มะม่วง เชื่อมต่อ กับ บ้าน ส่วนตัว ของนัก

ออกแบบ ที่อยู่ ด้านหลังสุด

อยู่ กลาง ธรรมชาติ ก็เลือก ใช้ วัสดุ ที่ แสดงออก ถึงความใกล้เคียง ดังเช่นว่า ไม้ หิน ก้อนอิฐ

ซึ่งไม่ได้ เอามา ก่อสร้างเป็น องค์ประกอบ ของตัวตึก ประตู หน้าต่าง ทางเท้า เท่านั้น แม้กระนั้น

ยังดัดแปลงกับ วัสดุอุปกรณ์ อุปกรณ์ ด้วย อาทิ มือจับประตู ทำมาจากหินเก๋ๆ ฯลฯ บ้านพักอิง ที่

เพอร์เฟ็ค สำหรับ แขก ที่ ใช้เวลา ทั้งวัน ตรวจ บรรยากาศ แบบ บ้านนอกได้ไม่รู้เบื่อ

เส้นเรียบง่าย แล้วก็ วัสดุ ไม่ กี่ ชั้น รวม กับ ลาน และ สวน สร้าง บรรยากาศที่เชื้อเชิญ ให้ความ

รู้สึกผ่อนคลาย ได้ใช้เวลา กับ ตนเอง เพื่อ อยู่กับที่ปลดปล่อย ความนึกคิด ดูดซับสายลม แดด

สัมผัสต้นไม้ที่ไมี มี ในเมืองใหญ่ นอนนอนในเปล ที่เป็นเหมือน signature ของตรงนี้มีอยู่ถึง 4

มุมของ โครงงาน ใกล้ที่แห่งไหน ก็นอน ที่นั่น

ในห้องพักแต่ละห้องจะมีฟังก์ชันครบสำหรับใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นมุมทานข้าว

เคาน์เตอร์ครัวเล็ก ๆ มุมดูทีวี เตียงนอน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ซึ่งแต่ละห้องจะสามารถเชื่อมต่อกับ

ธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ผ่านวัสดุที่ใช้ ของตกแต่ง ไปจนถึงประตูกว้าง ๆ ที่เชื่อมต่อห้องนอนกับ

คอร์ทยาร์ด

รับออกแบบบ้าน : ในพื้นที่ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติ ต้นไม้ น้ำ ภูเขา เป็นเรื่องง่ายที่จะออกแบบให้ธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาคารแบบ outside in -inside out  ทำให้บรรยากาศในการอยู่อาศัยสบายไม่รู้สึกถึงความอึดอัดจากสิ่งก่อสร้าง ซึ่งแนวคิดนี้ถูกนำมาใช้กับโครงการบ้านเดี่ยวมากขึ้น แต่ข้อเสียก็อาจจะมีตรงจุดที่ต้องเปิดโล่งให้ต้นไม้เติบโตจะได้รับน้ำฝนตรงๆ เช่นกัน จึงต้องวางระบบการรองรับซึมซับน้ำและการระบายน้ำที่ดี เพื่อไม่ไห้น้ำแทรกซึมเข้าไปขังสร้างความชื้นบริเวณรากฐานหรือผนังอาคาร และควรศึกษาชนิดของต้นไม้ด้วยว่ารากดุชอนไชหรือไม่ ความสูงเท่าไหร่ ใบร่วงมากหรือน้อย การดูแลรักษาเป็นอย่างไร เพราะสิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อบ้านได้ทั้งหมด

บ้านอบอุ่นเน้นมองเห็นกัน ทั้งบ้านเสมือนเป็นพื้นที่ห้องเดียว

บ้านเล่นระดับสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์น

บ้านเล่นระดับสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์น

บ้านเล่นระดับสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์น บ้าน คือ สถานที่ ที่เจ้าของบ้าน จะ มองเห็น ภาพ ตนเอง อยู่ใน

นั้น ทั้งในสมัยก่อน ปัจจุบันนี้ และก็ อนาคต โดยเหตุนั้น การออกแบบบ้าน ก็เลยจำต้องตกผลึก

ก่อน ว่า พวกเรา อยากที่จะให้ บ้าน เป็น แบบไหนบางบุคคล บางที่อาจจะ อยากได้ มุมมอง ออก

ไป ข้างนอก ด้วยเหตุว่ารอบ บ้าน มี ทิวภาพ ที่งาม ถ้าหาก จะปิด บ้าน ก็เสียดาย แม้กระนั้น

ฃสำหรับ บางบุคคล สิ่งรอบตัวด้านนอก กลับ ไม่จำเป็น พอๆกับ การได้ อยู่อย่างใกล้ชิด กับ สมา

ชิก ใน ครอบครัว เพียงแค่นั้น ก็เลย เลือก ที่จะเปิดข้างในบ้าน แทน ราวกับ บ้าน หลัง นี้ ใน ญี่ปุ่น

ที่ ใช้ แนวทางลำดับที่สองเป็น เน้นย้ำา พื้นที่ ด้านใน ที่ เชื่อมต่อกัน มากยิ่งกว่าภายนอก

บ้านเล็กๆ เรียบ กะทัดรัด หลัง นี้ อยู่ ใน จังหวัด นา ระ ประเทศญี่ปุ่นปัญหา ของเจ้าของบ้าน มี

สำคัญ เยงแค่ สิ่งเดียว เป็น “ให้ความรู้ความเข้าใจ สึก ว่า เห็น คนในครอบครัว เสมอ ทั้ง บ้าน

เปรียบได้เสมือนดั่งพื้นที่ ห้องเดียว” ซึ่ง จะ มองว่าง่าย ก็ง่าย แต่ว่า ถ้าหาก จะคิดว่ายาก ก็ยาก

เพราะเหตุว่า พื้นที่ บ้านค่อนข้างจะจำกัด แต่ต้องรู้สึกโปร่งเตียนโล่งความเกี่ยวข้อง กันได้ รวม

ทั้งต้องมี ฟังก์ชัน ครบ พร้อมสำหรับ ทุก กิจกรรม ของ ทุกคน จาก หน้าบ้าน พวกเรา จะ มองเห็น

ตึกฝาผนัง กระจกใส ดูอย่างกับว่า ไม่มี ฝาผนัง หลังคา ชิงเกิ้ล รูฟ เรียบ สูงๆ ที่ดูเมือ น เป็นบ้า น

ชั้นเดี่ยว แต่ ภายใน กลับ ซ่อน ชั้นลอย เอาไว้ ด้วย

จากลาน หน้าบ้าน เดิน ขึ้น ตาม สเต็ป บันได มาถึง ประตู บ้าน ที่ ทำมาจากกระจกบาน เลื่อน

ขนาดใหญ่ เข้ามา ภายใน จะ พบ กับ ห้องครัว ที่สว่างไสว แล้วก็ โล่ง โปร่ง ต่อจาก ห้องครัว จะ

มี โต๊ะ รับประทานข้าวแล้วก็สเปซว่างๆ ซึ่งสามารถ ใช้งาน ได้แบบ สารพัดประโยชน์ โดย ที่ด้าน

ล่าง ไม่มี ผนัง แบ่ง กั้น ห้อง เป็นส่วน เล็กส่วนน้อย ดังนี้ ก็เพื่อเป็นการ สนองตอบ ต่อ ปัญหา ที่

เจ้าของบ้าน ต้องการ นั่นเอง

พื้นที่ ใช้ชีวิตหลัก ของครับ ห้องครัว จะ ถูก ยกพื้น สูงมากขึ้น จาก ลานหน้าบ้าน น้อย แล้วก็ ยัง

เลือก ใช้ วัสดุ ที่ด่างกัน เพื่อ บอก ขอบเขต การใช้แรงงาน ที่ต่าง ออก ไป ตรง ส่วน นี้ จะคล้าย

Genkan หรือ ปากทางเข้าบ้าน แบบ ยกพื้น แบบ เริ่มแรก ของ ประเทศญี่ปุ่น แม้กระนั้น ลด

ทอนเนื้อหา ลงให้เรียบง่าย และก็ เข้ากันได้ กับ บ้าน สไตล์ โมเดิร์น มากขึ้น

ความสูงจากพื้นถึงหลังคาที่มากกว่าบ้านชั้นเดียวปกติ จึงสามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้เพื่อเพิ่ม

พื้นที่ใช้งานในแนวตั้งได้ แต่หากเทพื้นเพดานปิดทึบจะทำให้ระหว่างชั้นถูกปิดกั้น สถาปนิกจึง

เจาะบางส่วนเป็นโถงสูงและทำพื้นที่เล่นระดับ ซึ่งระดับพื้นจะเปลี่ยนไปตามความสูงของขั้น

บันไดยาวและขั้นบันไดสั้นๆ  การมองเห็นจึงเปลี่ยนไปตามการเคลื่อนไหวขึ้นและลงด้วย ในส่วน

บันไดนั้นยังมีรายละเอียดที่ลึกลงไปอีกว่า ควรมีความสูงเท่าใดและจะสร้างโครงสร้างอย่างไร

โดยคำนึงถึงการต้านทานแผ่นดินไหวด้วย บทสรุปจึงลงตัวที่การแบ่งบันไดเป็น 2 จุดไปทาง

ซ้ายและขวา ทำให้ส่วนห้องนั่งเล่น ทานข้าว และครัวเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง

ความสูงของหลังคา ความสูงของแต่ละชั้น ความสูงของเพดาน ทุกองค์ประกอบล้วนเชื่อมโยง

ถึงโครงสร้างที่สถาปนิกมองภาพรวมเอาไว้ทั้งหมด เพื่อวางแผนให้ภายในมีฉากชีวิตมารวมกัน

อย่างไหลลื่น รู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดและความสามัคคีของพื้นที่ในห้องเดียว ตนที่อยู่ชั้นล่างจะ

มองเห็นคนที่อยู่ชั้นบน ส่วนคนที่ใช้ชีวิตอยู่ชั้นบนก็ไม่ขาดการติดต่อกับคนที่กำลังทำกิจกรรรม

อยู่ชั้นล่าง สิ่งเหล่านี้เป็นข้อพิสูจน์ว่าการจัดพื้นที่มีส่วนต่อรูปแบบในการใช้ชีวิตและเสริมความ

ใกล้ชิดของคนในครอบครัวได้จริง

ทั่วทั้งบ้านได้สัมผัสความอบอุ่นของแสง งานไม้ และสีขาวที่เป็นเสมือนฉากหลังขนาดใหญ่ของ

บ้าน แทรกด้วยลูกเล่นที่น่ารักกับโถงทางเดินที่มีเส้นสายเป็นรูปบ้านหลังคาจั่ว และช่องลับเล็ก

ๆ ใต้บันได

การใส่พื้นที่ต่างระดับ ช่องเปิด บันได บวกกับเทคนิคต่างๆ ที่เสริมเข้ามาสร้างสถาปัตยกรรมที่

เหมือนเมโลดี้เป็นจังหวะโน้ตดนตรีที่กำลังบรรเลง ทำให้บ้านเรียบง่ายสไตล์โมเดิร์นมินิมอลมี

สีสันของชีวิตชีวาเสมือนอยู่ในฤดูใบไม้ผลิตลอดเวลา

สถาปนิก : บ้านเล่นระดับเป็นหนึ่งรูปแบบการจัดแปลนภายในให้ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับบ้าน และเป็นการแบ่งฟังก์ชันอย่างเป็นสัดส่วนโดยไม่รู้สึกว่าทำให้บ้านแคบหรืออึดอัด เพราะลักษณะของพื้นที่ตัดแบ่งระดับเยื้องกันช่วยให้เกิดช่องว่างในบ้าน ภาพรวมของชั้นล่างและชั้นบนดูเชื่อมต่อเป็นบริเวณเดียวกัน ในส่วนของระยะทางในการเดินขึ้นแต่ละชั้นก็ไม่ได้สูงมากเท่าบันไดบ้านปกติจึงไม่ดูชัน และยังเพิ่มมิติให้บ้านดูมีลูกเล่นสนุกสนานมากขึ้นด้วย