วิธีการดูแลรักษากระจก หลังการติดตั้งฟิล์มกรองแสง

วิธีการดูแลรักษากระจก หลังการติดตั้ง ฟิล์มกรองแสง

หลังการติดตั้งฟิล์มรถยนต์แล้ว เราต้องเพิ่มความระมัดระวังในการดูแลกระจก เพราะถ้าฟิล์มเกิดหลุดออกเสียหาย จะต้องเสียเวลากลับไปแก้ไขอีกครั้ง ดังนั้น ภายหลังการติดตั้งฟิล์ม ควรดูแลรักษากระจกดังต่อไปนี้

  1. โดยทั่วไปวิธีการติดตั้งฟิล์มกรองแสงจะต้องใช้น้ำผสมแชมพูแบบอ่อนๆ หรือ น้ำยา Film-on ฉีดลงไปบนด้านแผ่นกาวของฟิล์มและกระจกที่ติดตั้ง เพื่อช่วยขยับฟิล์มให้เข้าที่ แล้วจึงรีดน้ำออกด้วยเครื่องมือชนิดต่างๆ ดังนั้น ภายหลังการติดตั้ง ท่านมิต้องกังวลใจหากพบว่ามีคราบน้ำขัง, กระจกมัว หรือเป็นฝ้า อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1-4 สัปดาห์
    • ยกเว้นรุ่น L60MAX SPECIAL จะใช้ระยะเลา 1-45 วัน เมื่อฟิล์มแห้งสนิทและกาวทำงานอย่างเต็มที่ในการยึดติดกระจก ดังนั้นในช่วงระยะเวลา 7 วันแรกหลังการติดตั้งฟิล์ม ห้ามไขกระจกขึ้นลงเพราะฟิล์มอาจหลุดลอกได้
  2. ห้ามเช็ดถู หรือใช้น้ำล้างกระจกจนกว่าจะพ้น 21 วัน นับจากวันติดตั้ง
  3. ใช้ผ้าสะอาดและน้ำสะอาดเท่านั้น เช็ดทำความสะอาดกระจกที่ติดตั้งฟิล์ม และเช็ดให้แห้งด้วยผ้านิ่มๆ ที่สะอาด
  4. ห้ามเช็ดถูด้วยผ้าที่ใช้เช็ดตัวถังรถ, เบาะ หรือวัสดุตกแต่งภายในรถ เนื่องจากอาจจะมีการปนเปื้อนของสารเคมีที่เคลือบวัสดุดังกล่าวไปทำความเสียหายให้กับผิวฟิล์มได้
  5. ห้ามเช็ดถูด้วยผ้าเย็น, ขนแปรง, สก็อตไบร์ท หรือวัสดุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ฟิล์มได้
  6. ห้ามเช็ดล้างด้วยน้ำยาล้างกระจกที่มีส่วนผสมของสารแอมโมเนียโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้กาวเสื่อมสภาพหลุดลอกได้ ควรใช้น้ำสะอาดอย่างเดียวเท่านั้น
  7. รอยต่อของฟิล์มจำเป็นต้องเห็นในกรณีที่กระจกมีความโค้งมาก ๆ และอาจมากกว่า 1 รอยในกระจกบางรุ่น
  8. กรณีหลังติดตั้ง 1-7 วัน ถ้าสังเกตเห็นฟองอากาศ แต่มิใช่คราบน้ำขัง กรุณานำรถของท่านเข้าศูนย์ติดตั้งเพื่อตรวจสอบทันที
  9. ไม่ต้องกังวลใจ ถ้ากระจกมัวหรือมีลักษณะคล้ายน้ำขังอยู่ อาการเหล่านี้จะหายไปเอง ภายในเวลา 1-4 สัปดาห์ เฉพาะรุ่น L 60 Max Special จะใช้เวลา 4-6 สัปดาห์
  10. เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เราแน่ใจได้ว่า เราได้ฟิล์มติดรถยนต์ที่มีคุณภาพ และทราบการดูแลรักษากระจกรถอย่างถูกวิธี เพราะในการดูแลเอาใจใส่ฟิล์มติดรถยนต์ที่ติดตั้งมาใหม่อย่างถูกวิธีนั้น จะทำให้ฟิล์มที่เราติดตั้งมานั้นอยู่คู่กับรถไปได้ทนทานนาน 7-10 ปีทีเดียว ฟิล์มติดรถยนต์

ฟิล์มกรองแสง คืออะไร ?

ฟิล์มกรองแสง คืออะไร ?

ฟิล์มกรองแสง ลดความร้อน ผลิตจากพลาสติกโพลีเอสเตอร์ที่มีคุณสมบัติเหนียว ใส เรียบ ยืดหยุ่นน้อย ไม่ดูดซับความชื้น มีความทนทานต่อสภาพอากาศทั้งสูงและต่ำได้เป็นอย่างดี ในเนื้อฟิล์มกรองแสง จะมีวัสดุที่ใช้เพื่อป้องกันความร้อนและรังสียูวี โดยใช้เทคโนโลยี ในการผลิตเป็นชิ้น ๆ ผสานด้วยกาวพิเศษเพื่อการยึดเกาะได้อย่างเหนียวแน่น ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าว จึงเหมาะที่จะนำไปเป็น ฟิล์มอาคาร ฟิล์มคอนโด ฟิล์มโรงแรม ฟิล์มรีสอร์ท ฟิล์มสำนักงาน ฟิล์มที่พักอาศัยและฟิล์มติดกระจกในสถานที่ต่าง ๆ

ความหนา (Thickness) ความหนาของฟิล์มจะมีหน่วยวัดเป็น MIL (มิว) โดย 1 MIL
= 0.001 นิ้ว ( 1/1000 นิ้ว)
ความหนาของฟิล์มกรองแสงจะอยู่ระหว่าง 1.5-2.0 มิล. (.0015-.0020 นิ้ว)

  • ฟิล์มเข้ม 80 คือฟิล์มที่ยอมให้แสงส่องผ่าน (VLT) ได้ประมาณ 5 %
  • ฟิล์มเข้ม 60 คือฟิล์มที่ยอมให้แสงส่องผ่าน (VLT) ได้ประมาณ 20 %
  • ฟิล์มเข้ม 40 คือฟิล์มที่ยอมให้แสงส่องผ่าน (VLT) ได้ประมาณ 40-50 %

ถ้าใสกว่านี้โดยทั่วไปก็จะเรียกว่าฟิล์มใส

  • ค่าแสงส่องผ่าน (Visible Light Trasmittance) ค่า VLT สูง = สามารถส่องผ่านได้มาก = ทำให้ห้องสว่าง
  • การสะท้อนของแสง (Visible Light Reflectance) ค่า VLR สูง = มีปริมาณปรอทมาก = แสงสะท้อนได้มาก = สามารถลดความร้อนดี
  • การป้องกันความร้อน (Infrared Light Rejection) ค่า IR สูง = สามารถลดความร้อนดี
  • การลดรังสียูวี (UV Rejection) โดยปกติฟิล์มทุกชนิดจะสามารถป้องกัน UV ได้เท่ากันคือ 99%

หลายๆ คนยังเข้าใจผิดๆว่า ฟิล์มที่มีสีเข้มหรือทึบ ช่วยลดความร้อนได้ดี ในความจริงแล้ว สีหรือความทึบของฟิล์มกรองแสงไม่ได้เป็นตัวช่วยลดความร้อน แต่กลับเป็นสารเคลือบตัวอื่นๆ ที่ทำหน้าที่หลักนี้ต่างหาก

ส่วนประกอบของความร้อนที่เราได้รับนั้นมีสัดส่วนและแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ
1. ความสว่างของแสงมีสัดส่วน 44%
2. รังสีอินฟาเรด (รังสีใต้แดด) มีอยู่ 53%
3. รังสียูวี (รังสีเหนือม่วง,รังสีอุลตร้าไวโอเลต) มีอยู่ 3% ฟิล์มติดรถยนต์