The Birds ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดแนวระทึกขวัญ

The Birds เป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากนวนิยาย

The Birds

The Birds เป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากนวนิยาย ชื่อ เดียวกันของ ดาฟเน่ต์ ดูเมอริเอ เป็น

ภาพยนตร์ ที่ บรรลุผลสำเร็จอย่างยิ่ง เมื่อ ออกฉายโดย อัลเฟร็ด ได้รับความนิยม ชค็อก ผู้กำกับ

ซึ่งพึ่งจะ ประสบผลสำเร็จ จาก Psycho ภาพยนตร์เรื่อง ก่อนหน้า นั้นโดย ที่ ฉบับนิยาย นั้น นัก

เขียน ตั้งอกตั้งใจ จะให้ เป็น นิยาย ซึ่งสามารถแปลความหมายได้ ทางด้นจิตวิทยา โดย ให้ นก

เป็น เครื่องหมายผู้แทน ความหึงหวงของสตรี (เมลานี้ ที่กำลังจะออกเดินทางมา เป็นแฟน ของ

มิทในเวลาที่ ลิเดี ยหวาดกลัว จะ เสียลูกชายไป) โดยได้รับความนิยม ชค์ อก ได้รับ แรงผลัก

ดัน มาจาก ข่าวสาร พิลึก ที่ ลงในหนังสือพิมพ์ ท้องถิ่น แถบ ซาน ตา อาจารย์ซ ชิ้น หนึ่งในปี

คริสต์ศักราช 1961 ถึงเรื่องราว ที่ ฝูง นก จมูก หลอดสี เขม่า ที่ พึ่งจะรับประทาน ปลา กะ ตัก ไป

ใหม่ๆ บิน พ่อกระจกหน้า ต่างหล่น ตกลงมาตายจำนวนมาก

แม้กระนั้น เมื่อ ได้ ทำเป็น ภาพยนตร์ แล้ว ได้รับความนิยมชค็อกมิได้แปลความ ในหัวข้อ นี้

อย่างชัดเจน แต่ว่า เน้นย้ำ ไป สำหรับเพื่อการสร้าง เล่า กา ศระ ที่ก ขวัญ จวนเจี่ยนเกือบจะ เป็น

สยองขวัญ มีหลายฉาก ซึ่งสามารถ ระทึกใจ ผู้ชม อาทิเช่น ฉาก ที่เมลานี นั่งดูดบุหรี่ อยู่เพียง

ลำพัง ในเวลาที่ กำลังรอคอย เค กาด้านหลัง ก็ บิน มา เกาะ โครงเหล็ก เพียงแค่ ไม่ กี่ตัว แต่ว่า

เมื่อตัด มา อีกทีเปลี่ยน มา เป็น ฝูง กา นับร้อย ตัว และก็ พร้อม จะ จู่โจมผู้คน หรือ ฉาก ที่ ฝูงนก

ได้ จู่โจมเด็กๆ ที่กำลัง หลบซ่อน จากสถานศึกษา เข้าบ้าน ซึ่ง ไม่มี ช็อต ไหน หรือ ซีนไหน

เลย ที่ ให้มองเห็น ปากของ นก จิก ลงไป ใน ตัว ของเด็กๆ แม้กระนั้น เพราะว่า ฉาก ที่ถ่ายทำ

ออกมา เชื้อเชิญ ให้ ผู้ชม เชื่อฟังภาพยนตร์ไป นั่นเอง ซึ่งอย่างกับฉากการฆ่าใน ห้องสุขาที่ ลือ

ลั่นของ ไซโค ที่จริง อันที่จริงแล้ว มีด มิได้ ปัก ลง ไป ใน ตัว ของ แมเรี่ยนเครน เลย

เมลานี้ เดเนี่ยลส์ (ทิปปี้ เฮเดรน ) ลูกสาว แสน งาม ของผู้ครอบครองหนังสือพิมพ์ ยักษ์ ใหญ่

ของซานฟรานซิสโก ผู้ใช้ ชีวิตหมดไป กับพฤติกรรม ไม่เป็นประโยชน์ ไป วัน ๆ ได้ เข้าไป ใน

ร้านค้า ขาย สัตว์เลี้ยงรวมทั้ง พบเห็น กับ มิท (ร็อด เทเลอร์) ทนาย ชายหนุ่ม เมลานีกำเนิด

ถูกใจ มิทเมื่อได้มองเห็น รวมทั้งสั่งนกเลิฟเบิ ร์ด 2 ตัว เพื่อเป็นของขวัญ วันเกิด ให้แก่น้อง สาว

ของมิท

>>> movie hd <<<

ต่อมา เมลานีได้เดินทางไปถึงเมือง โบเดก้า เบย์ เมืองชายฝั่งทะเล เพื่อแอบเอานกเลิฟเบิร์ดไป

ให้เป็นของขวัญแก่เคธี่ น้องสาวของมิท โดยไม่ให้ครอบครัวของมิทรู้ตัว และได้พักอยู่ที่บ้าน

ของแอนนี่ (ซูซาน เพลเซ็ตต์) อดีตแฟนสาวของมิทและครูประจำชั้นของเคธี่ ขณะที่เมลานี่

กำลังขับเรือกลับอยู่นั้นนกนางนวลตัวหนึ่งได้โฉบมาจิกเธอโดยไม่ทราบสาเหตุ

เมลานีได้ใกล้ชิดกับครอบครัวของมิท โดยที่ลิเดีย แม่ของมิท (เจสสิก้า แทนดี้) ไม่ชอบใจในเม

ลานี ด้วยกลัวว่าเธอจะมาแย่งลูกชายไป ในงานฉลองวันเกิดของเคธี่ บรรดานกทั้งหลายที่อยู่ใน

เมือง ไม่ว่าจะเป็น อีกา, นกนางนวล หรือแม้กระทั่งนกกระจอกได้รวมกลุ่มกันและอาละวาดโจมตี

ผู้คนจนกลายเป็นความหายนะของเมือง โดยไม่มีใครรู้สาเหตุ

Drive เป็นหนัง Drama ผสมกับ Action ที่ถือว่าน่าติดตาม

Drive ชีวิต และความรัก ก็เหมือนกับการขับรถ

Drive ชีวิต และความรัก ก็เหมือนกับการขับรถ

Drive ชีวิต และความรัก ก็เหมือนกับการขับรถ เป็น ภาพยนตร์ ที่ ไม่ ค่อย ได้รับ กระแส ตอบรับ

ในประเทศ ไทย สักเท่าไหร่ ในขณะที่เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่อง Drive นั้น มี อะไร ให้ พูดถึง

เยอะแยะ ผลงาน การแสดง ของ ไร อัน กอส ซิง ที่ ยังคงประสิทธิภาพ ของ การควบคุมอารมณ์

แล้วก็การแสดงออก ของ แววตาเจริญ ประกอบ กับเรื่องราว จุดหักเหของ ตัว เรื่องราว ที่จะ

ทำให้อย่างไร ซะ ผู้ชม คาดคะเน ได้ว่า จะ จบ อย่างไร แต่ คาดการณ์ มิได้ ว่า ผู้แสดงนำ จะ ทำ

เช่นไร บรรยากาศ ของตัว ภาพยนตร์ แล้วก็เสียงดนตรีประกอบ ของ Drive มีชีวิตชีวา ของ

กราฟิก แบบ Groovy ร่วมผสมกับวิธีการย้อม ฟิลม์ ชี้ให้เห็นว่า ภาพยนตร์ เรื่อง Drive มี

คุณลักษณะเด่น ในเรื่องของ แสงสว่าง รวมทั้งสี ที่ งามเชิญชวน เย้ายวนใจ น่าคันหา กลับ กัน

แล้วรายละเอียด ของ Drive นั้น นับว่า มีเรื่องมีราวราวที่หม่นหมอง แล้วก็ปวด ของ ผู้แสดงนำ

“Driver” ชายที่ ไม่มี ชื่อ ในรูปภาพยนตร์ เรื่องนี้แบบหนัก ที่เดียว

>>> ดูหนังออนไลน์ <<<

เรื่องราวเปิดฉากแบบ นิ่งเงียบ ไร้ซึ่งบทสนทนาระหว่าง รถยนตร์คู่ใจ กับการขับรถระดับเทพของ

ชายปริศนาที่รับบทโดย ไรอัน กอสซิง กับภาวะหน้านิ่ง แต่ซิ่งเทพพาโจรปล้นเงิน 2 รายหนีการ

จับกุมของ เจ้าหน้าที่ตำรวจแบบไร้ที่ติ และเพราะเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเป็นการโยงที่มาที่ไป

ถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันว่าทำไม ชายนิรนาม หรือ “Driver” ผู้นี้ต้องมาอาศัยอยู่ชานเมือง

เงียบๆ กับนายจ้างที่มีอดีตมืดมนร่วมกันชื่อ แชนนอน ในอู่ซ่อมรถยนตร์ และ “Driver” คนนี้

เองก็ใช้ชีวิตแต่ละวันกับการเป็น สตันแมน ในกองถ่ายภาพยนตร์ในฉาก อุบัติเหตุ และฉากไล่ล่า

ที่ต้องใช้นักขับ “ตัวจริง” มาแสดง ชีวิตของ Driver นั้นนอกจากจะอยู่ที่ อู่รถยนตร์ กองถ่าย

ภาพยนตร์ แล้วก็มีแค่อพาร์ทเม็นต์ของแค่นั้น

เรื่องราวชีวิตของ Driver อาจจะเรียบง่ายไปเรื่อยๆ หากว่าเขาไม่ได้พบกับ ไอรีน หญิงสาวที่มี

ลูกติดชื่อ อันโตนิโอ ผู้หญิงที่พักอยู่ห้องข้างๆ ของเขา ที่แม้กระทั่งตัวของเขาเองก็ตอบไม่ได้ว่า

ทำไม เขาถึงอยากรู้จักเธอ ณ วันที่พวกเขาพบกันครั้งแรกที่ ลิฟท์ของอพาร์ทเมนต์ เช่นกันใน

เรื่องของการงานแชนนอน นายจ้างขี้บ่นของ Driver เองได้รับข้อเสนอจาก กลุ่มมาเฟีย กลุ่ม

หนึ่งในการแข่งรถ GranPrix และเสนอตัว Driver ให้เข้าแข่งขัน ทั้งที่ตัวของ Driver เองก็

ไม่ค่อยอยากจะทำธุรกิจกับคนพวกนี้เท่าไร แต่เพราะแชนนอนเคยมีพระคุณกับตัวเขา ก็ต้อง

ลงเอยรับคำไป

ตัวเอกของเรา นั้นเริ่มมีขยายความสัมพันธ์ของเขากับไอรีนมากขึ้น การเลี้ยงดูลูกชาย เข้ากันได้

ดี นัดออกไปขับรถเล่นกัน จนกระทั่งวันหนึ่งที่สามีของไอรีน ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำ และ

จะกลับมาอยู่พร้อมหน้ากัน ไอรีน ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่กำลังไปได้ดีกับตัวเอกของเรื่อง

แม้ว่าลึกๆ แล้วตัวเธอเองนั้นก็มีความลังเลมากมายในตัวเองกับความรู้สึกจริงๆ ระหว่างชายที่เธอ

รัก กับ สามีที่พร้อมจะกลับใจเพื่อเป็นครอบครัวที่พร้อมหน้าอีกครั้ง ฉาก ในช่วงเวลานี้คือฉากที่

แสนเจ็บปวดที่ตัวเอกของเราต้องเผชิญ อย่าง การเป็นแขกเพื่อนั่งร่วมวงทานอาหารค่ำกับ ไอรีน

สามีของเธอ และลูก รับฟังทุกเรื่องราวทุกความทรงจำระหว่าง ครอบครัวของผู้หญิงที่เขารัก ซ้ำ

ร้ายในเวลาต่อมา สามีของไอรีนต้องเป็นหนี้ของมาเฟีย และต้องไปรับงานปล้นธนาคารสินเชื่อ

ทั้งยังโดนข่มขู่หากไม่ทำตามจะมีอันตรายถึงไอรีน และลูกชาย

Driver ของเราเลยต้องหวนกลับมาเป็นคนขับรถมือพระกาฬอีกครั้ง เพราะต้องการช่วยเหลือไอ

รีน และลูก โดยรับงานนี้เป็นงานสุดท้าย แต่แล้วทุกสิ่งก็ผิดพลาด เมื่อแผนการปล้นถูกซ้อนแผน

สามีของไอรีนถูกหักหลัง และเสียชีวิต และตัวเขาเองก็ตกกระไดพลอยโจนที่ต้องมาเป็นส่วน

หนึ่งของการปล้นซ้อนปล้นครั้งนี้ แต่เรื่องอะไรที่ตัวเอกของเราจะยอมตกเป็นเบื้ยง่ายๆ

ภาพยนตร์เรื่อง Drive ฉลาดพอที่จะไม่เล่าถึงปมหลังของตัวเอก “Driver” เลย แต่ให้ตัวเอก

ของเราแสดงแววตา และท่าท่างให้คนดูเดาได้เอง ไรอัน กอสซิง ทำได้ดีในจุดนี้ แววตาของคน

ที่ย่อนโยนจากใจจริงทำได้ดีมาก แววตาที่เลือดเย็นในการ “เอาคืน” แบบไม่ปราณีของเขาใน

ตอนหลังก็ทำเอาคนดูสะใจได้พอตัว

เนื้อเรื่องมีจุดตกหล่นหลายจุดแต่พอให้อภัย ตัวละครที่น่าสงสารมีมากมาย แต่ที่น่าสงสารที่สุด

นั้นคือตัวเอกของเราที่ต้องเผชิญหลายๆ สิ่งตั้งแต่ความรัก เพื่อนสนิท และการหักหลัง ฉากแอ็

คชั่น และวางแผนแก้แค้นในช่วงกลางเรื่องไปจนจบเรื่องนั้น ถือว่า ดุ เด็ด และ สะใจ พอดู โดย

เฉพาะฉากที่ตัวเอกของเราเดินหน้านิ่งๆ ไปในบาร์โป๊ พร้อมค้อนตอกตะปูเข้าไปฟาดแบบไม่

บันยะบันยังกับไอ้ตัวแสบที่วางแผนหักหลัง

หลายคนที่คาดหวังว่า ภาพยนตร์เรื่อง Drive น่าจะมีฉากขับรถให้ดูมากมาย อาจจะผิดหวัง

เพราะว่า Drive ชื่อของหนังอาจจะไม่ใช่เรื่องของการขับรถ แต่ Drive อาจจะหมายภาวะของ

คนที่อยู่หลังพวงมาลัย หรือคนที่รับผิดชอบ

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะสอนว่าชีวิตก็เปรียบเสมือนการขับรถ คนที่เป็นคนขับรถ หรือ Driver นั้นเวา

อยู่บนท้องถนน การตัดสินใจที่จะเลี้ยว ซ้าย หรือขวา หรือจะกลับรถนั้นต้องตัดสินใจทันที อีกทั้ง

หากมีคนที่นั่งข้างหลัง หรือคู่กับเราแล้ว เราเองต้องมั่นใจว่าเราจะขับรถ และพาพวกเขาไปถึงที่

หมายโดยปลอดภัยที่สุด เช่นเดียวกับตัวเอก หรือ “Driver” ของเรื่องเมื่อมือของเขาปราศจาก

พวงมาลัยแล้ว เขาจะต้องขับเคลื่อนชีวิตของตัวเองต่อไปเช่นเดียวกับพวกเรา การตัดสินใจ

หลายๆ อย่างของชีวิตก็ไม่ต่างอะไรกับการหักพวงมาลัย ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ไม่ต่างกันกับการขับ

รถ ถึงจุดหมาย เจออุบัติเหตุ

แต่อย่างน้อยๆ ภาพยนตร์เรื่อง Drive ก็ยังบอกกับเราเป็นนัยว่า ไม่ว่าจะขับรถ หรือขับเคลื่อน

ชีวิต หากเลี้ยว ผิดทาง หรือหลงทางแล้ว ถ้าเรายังคงเป็นคนขับ หรือ “Driver” เรายังมีโอกาส

ถอย หรือ กลับรถได้ตลอดเวลา เพราะเส้นทางชีวิตที่เรารัก ที่เราเป็นนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องวิ่ง

ทางตรงเสมอไป

หนังภาคต่อสนุกๆ Harry Potter and the Prisoner of Azkaban

Harry Potter and the Prisoner of Azkaban

Harry Potter

Harry Potter and the Prisoner of Azkaban ภาพยนตร์ ลำดับที่ 3 โดยวอร์ เนอร์ บรา เด

อร์ส พิกเจอ ร์ส จากวรรณกรรม เยาวชน แฮรี่ พอตเตอร์ รวมทั้ง คริส โคล้มบัส ผู้กำกับภาคที่ 1

แล้วก็ 2กับเดวิด เฮย์แมน เป็น ผู้เขียนบทละคร จากนิยายโดย เจ.เค . โรว์สิ่ง แสดงนำ โดย แด

เนียล แรด คลิฟฟ์, รูเพิร์ท กรินท์ เอ็มม่า วัตสั้น ไมเคิล แกรม บอลล์ ที่มารับตำแหน่ง ดัม เบิลด

อร์แทน คน ก่อน เพราะว่า ผู้รับตำแหน่ง ดัม เบิลดอร์ คน ก่อนที่จะสูญเสียชีวิต

แฮรี่รี่ กำลังปิดเทอม อยู่ บ้าน ในขณะนั้น ป้ามาร์จ พี่ ของคุณลุงเวอร์นอน มาเยี่ยม บ้าน เมื่อมา

ถึงบ้าน ป้ามาร์จ เริ่มดุด่าแฮร์รี่ แฮร์รี่ บากบั่นทน ด้วยเหตุว่า ถ้าเกิด เขา ประพฤติดี คุณลุงจะ

เซ็น ใบตอบรับ การไป ฮอก ส์มีดของเด็กนักเรียน ปีสามให้ แม้กระนั้น เมื่อ ป้า มาร์จ เริ่ม ดุด่า

แฮร์รี่แล้วก็กล่าวถึงบิดามารดาเขาต่างๆ นานา แฮร์รี่ ก็เลย ทนไม่ไหว เสกเวทมนตร์คาถา เปาลม

ใส่ คุณป้า จนลอยออกไป แฮร่รี่ ซึ่ง ทราบว่า กฎของ สถานศึกษาคือ ห้าม ใช้คถาต่อหน้าต่อตา

มัก เกิ้ล เมื่อ อายุยัง ไม่ถึง 17 ปี แฮร์รี่ ก็เลย เก็บของ และ หนี ออก นอกบ้านไป

เมื่อ แฮรี่ มาถึง ที่ ถนนหนทาง แห่งหนึ่งรวมทั้ง พบเขา กับหมาดำตัวใหญ่ แล้วก็เจอ กับรถเมล์

อัศวินราตรีกาล เขาเข้าใจ คนร้าย ที่ยังลอยนวล อยู่นั่น เป็น ซีเรียส แบล็ก ที่มีข้อกล่าวหาฆ่า

มักเกิ้ล 13 คนรวมทั้ง ว่า กันว่าเขา เป็น ลูกน้องมือขวาของ ลอร์ด โวลเดอมอร์ เมื่อถึงที่ ร้านค้า

หม้อ ใหญ่ รั่ว เขา เจอรัฐมนตรี กระทรวง เขา ให้วินิจฉัยแฮร์รี่ ไม่มี ข้อผิดพลาด แล้วก็สามารถ

กลับไปเรียน ที่ ฮอกวอตส์ ได้อย่างเดิม แล้วก็เขา ก็พบรอน กับ เฮอร์ไม โอนี่ ที่ ร้านค้าหม้อ

ใหญ่รั่วใน คืน นั้นเองนายวิสลีย์ ได้ บอก เขาว่า แบล็ก อยากได้ ตามล่า และก็ฆ่าแฮร์รี่

ใน วัน ขึ้นรถไฟ เขา แล้วก็เพื่อนๆ นั่งห้องเดียวกัน กับคุณครูวิชาป้องกันตัวจาก ศาสตร์ มืดคน

ใหม่ รี มัส ลูปิน โดยเขา เจอ กับ ผู้คุมวิญญาณ เขา ช่วยไล่ ผู้คุม วิญญาณ ให้ วันที่ เขา เรียน

วิชา คาดเดาศาสตร์ ถ้วย ชา ของเขา ปรากฏ ลางมรณะ กริม ขึ้น ใน ช่วงเวลาบ่ายวันนั้น พวกเขา

เรียน กับ แฮกริด แฮกริด นำ ตัว ฮิปโป กริฟ ที่ ชื่อว่า บัคบีคมา สอน และก็แฮร์ สามารถ ขึ้นขี่ได้

แต่ว่า มัล ฟอยไป ท้ามัน แล้วก็ถูกข่วน แขน จนได้ รับ เจ็บ ใน วันที่ พวก รอน ท่องเที่ยว ฮอกมีด

ส์ รูปของคุณผู้หญิง อ้วน หายไป รวมทั้งเจอ เธอ เธอ กล่าวว่า ซีเรียส กางล็กกำ ลัง อยู่ ใน วัง ที่

นี้ ใน วันที่ พวกเขา แข่งขัน ควิด ดิช แฮร์รี่ มองเห็นกริม และก็เจอ กับ ผู้คุมวิญญาณ โจมดี

กระทั่ง ตกจากไม้กวาดไม้กวาด ของเขา ลอยละลิ่ว ไป ตก ที่ ต้นวิล โลว์ จอมหวด ทำให้ หักรวม

ทั้งเสียหาย

เขาขอร้องให้ลูปินสอนคาถาที่ขับไล่ผู้คุมวิญญาณ เขาเรียนกับลูปินเรื่องคาถาที่สามารถขับไล่ผู้

คุมวิญญาณได้นั่นคือคาถาผู้พิทักษ์ และเขาสามารถทำได้สำเร็จ แต่ในขณะเดียวกันบัคบีคถูก

ตัดสินประหาร ในวันที่ไปฮอกมีดส์ครั้งสุดท้ายเขาพบกับเฟร็ดและจอร์จที่ให้แผนที่ตัวกวนกับ

เขา แฮร์รี่เดินไปทางลับ และพบกับรอนและเฮอร์ไมโอนี่ แต่เขาก็ได้รู้ว่าซีเรียส แบล็กเคยเป็น

เพื่อนกับพ่อแม่เขา และหักหลังพ่อกับแม่ อีกอย่างซีเรียสเป็นพ่อทูนหัวของแฮร์รี่ แฮร์รี่แค้นใจ

มาก จึงอยากแก้แค้น

วันที่ประหารบัคบีคเขาไปหาแฮกริดและพบกับสแคบเบอร์หนูของรอนที่หายไป หลังจากนั้นพวก

เขาออกจากมาจากบ้านแฮรกริด แต่รอนถูกหมาลากเข้าไปในโพรง แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ตามไป

และพบว่าหมาคือซีเรียส แฮร์รี่พยายามฆ่า แต่ลูปินขวางไว้ และเผยความจริงว่าซีเรียสนั้น

บริสุทธิ์ แต่คนที่หักหลังพ่อแม่แฮร์รี่คือปีเตอร์ เพ็ตดิกรูว์ซึ่งแปลงร่างเป็นหนูของรอน พวกเขาจับ

ปีเตอร์ได้ แต่ในขณะเดียวกันลูปินแปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่าและทำร้ายซีเรียสจนเขาตกลงไป

เจอผู้คุมวิญญาณ แฮร์รี่ไปช่วยแต่ก็ต้านไม่ไหว แต่ก็มีคนมาช่วยแฮร์รี่เสกคาถาผู้พิทักษ์ใส่ผู้คุม

วิญญาณ แต่พอแฮร์รี่ฟื้นขึ้นมา ปรากฏว่าซีเรียสถูกจับและกำลังจะถูกมอบจุมพิตจากผู้คุม

วิญญาณ พวกเขาจึงใช้เครื่องย้อนเวลาย้อนไปในอดีตเพื่อช่วยบัคบีคและซีเรียส เรื่องราวจะเป็น

อย่างไร ต้องติดตาม… >>> เว็บดูหนังฟรี <<<

หนังสไตล์ฟิล์มนัวร์ Sunset Boulevard

Sunset Boulevard

Sunset Boulevard

Sunset Boulevard ถือได้ว่าเป็น อัญมณีเม็ดงาม ของ หนัง สไตล์ ฟิล์มถ่ายรูปนัวร์ ผสมผสาน

กับหนังแบบ โศกการละคร ของ ฮอลลีวู้ด ที่ สำคัญมัน เป็นหนังที่ ปลอกลอก เสียดสีวงการ

ฮอลลีวู้ด ได้อย่างแสบๆ คันๆ เหมือนกันกับเรื่อง The Player (1992) ของ Robert Altman

ภาพยนตร์ขาวดำ ความยาว 110 นาที ประเด็นนี้ ถูก นำ ออกฉาย ในปี 1950 แล้วก็ผู้กำกับ จะ

เป็น ผู้ใดกัน ไป มิได้เด็ดขาด นอกเหนือจาก Billy Wilder คนออสเตรีย เชื้อสาย ชาวยิว ผู้ลี้ภัย

รุกราม จากฮิตเลอร์ มา ตั้งถิ่นฐาน ในอเมริกา ใน ปี 1 933 ถึง ภาพยนตร์ แนว ฟิล์มถ่ายรูป นัว ร์

ที่ ชื่อ DoubleIndemnity (1944) หนัง เรื่อง ลำดับที่สาม ของ เขา ใน ฮอลลี่วู้ด จะ ดีเปี่ยม

ด้วย พลัง กระทั่ง เข้า ถูก เสนอชื่อ เข้า ชิงรางวัล ออ สก้า หลายสาขา แต่ว่า พลาด ทุกสาขา จน

กระทั่งเขา จำเป็นต้องคอย ให้หนังเรื่อง ที่ ห้าเป็น The Lost Weekend (1945) เกี่ยวกับ ชีวิต

ของ ชายหนุ่ม ใหญ่ (นำแสดง โดย Ray Milland) ผู้พากเพียร ต่อสู้ กับ การคลุม งำ ของเหล้า

ออก ฉาย ฮอลลี่วู้ดก็เลย หันมา ยิ้มให้ไว ล์เดอร์พร้อมด้วย มอบ รางวัล ออ สกา ให้ถึงสี่สาขา

โดย หนึ่ง ใน นั้น คือ สาขาภาพยนตร์ ยอดเยี่ยม

>>> เว็บดูหนังฟรี <<<

จากนั้นก็มีภาพยนตร์อีกหลายเรื่องของไวล์เดอร์ที่ได้รับเสียงยกย่องจากนักวิจารณ์และคนดูทั่ว

โลกด้วยธีมที่ค่อนข้างหลากหลายไม่ว่า Stalag 17 (1953) หนังเกี่ยวกับพวกเชลยศึกในค่าย

นาซีอันโหดเหี้ยมที่ต้องสืบหาสปายผู้บอกข้อมูลให้กับนาซีเกี่ยวกับการหลบหนีของพวกเขา

,Sabrina (1954) ที่ให้ Audrey Hepburn กลายเป็นซินเดอริลล่ายุคใหม่ในสังคมไฮโซของ

อเมริกา, Seven Year Itch (1955) เรื่องของพ่อบ้านที่ลูกเมียเดินทางไปตากอากาศนอก

เมืองและต้องใจหวั่นไหวเมื่อพบสาวสวยมาพักที่อาพาร์ทเมนท์เดียวกัน ,Some Like It Hot

(1959)เรื่องของนักดนตรีหนุ่มสองคนที่ต้องปลอมตัวเป็นผู้หญิงเพื่อหนีการปองร้ายของแก๊งส

เตอร์ในทศวรรษที่ยี่สิบ และ The Apartment (1960)เรื่องของมนุษย์เงินเดือนหนุ่มที่ต้อง

สละอาพาร์ทเมนท์เพื่อให้บรรดาเจ้านายนำสาวๆ มากก นับเป็นหนังตลกเสียดสีสังคมทุนนิยม

ของอเมริกาที่แสบลึก

Sunset Boulevard มีพล็อตเรื่องหลักที่คาบลูกคาบดอกยิ่งนักในช่วงทศวรรษที่ห้าสิบที่กอง

เซ็นเซอร์ของฮอลลีวู๊ดเคร่งครัดศีลธรรม มันเป็นเรื่องของJoe Gillis หนุ่มนักเขียนบทภาพยนตร์

เกรดบีที่กำลังตกทุกข์ได้ยากจนต้องขับรถหนีเจ้าหนี้ที่ตามมายึดรถอันเป็นสมบัติอันล้ำค่าเพียง

ชิ้นเดียวที่เขามีอยู่ แต่เพราะยางเจ้ากรรมดันมาแตก กิลลิสก็เลยพลัดหลงเข้าไปในคฤหาสน์ทึม

ๆ ซึ่งมีรูปทรงที่นิยมในทศวรรษที่ยี่สิบย่านซันเซท บูเลวาร์ดของฮอลลี่วู๊ด (อันเป็นที่มาของชื่อ

หนังเรื่องนี้) ที่นั่นเองเขาต้องเข้ามาพัวพันกับเจ้าของสถานที่แห่งนั้นคือ Norma Desmond

ราชินีหนังเงียบในทศวรรษที่ยี่สิบอย่างไม่ตั้งใจ ด้วยหนังพูดได้เป็นเรื่องแรกของโลกคือ Jazz

Singer (1927)ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของวงการฮอลลีวู๊ดอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

ดาราหนังเงียบจำนวนมากต้องตกงานเพราะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับระบบบันทึกเสียง คนเหล่า

นี้รวมไปถึงตัวเดสมอนด์ด้วย เธอจึงต้องอำลาจากวงการมานั่ง ๆ นอน ๆ กินบุญเก่าอยู่ใน

คฤหาสน์อันใหญ่โตของตัวเองพร้อมกับคนใช้หัวล้านท่าทางประหลาด นามว่า Max von

Mayerling ท่ามกลางความฝันถึงอดีตอันหอมหวน เมื่อเดสมอนด์รู้ว่ากิลลิสประกอบอาชีพ

อะไร เธอจึงพยายามใช้เขาให้เป็นประโยชน์โดยจ้างให้ปรับปรุง เรียบเรียงบทภาพยนตร์ที่เธอ

เคยเขียนเองขึ้นมาเสียใหม่ ด้วยความสัมพันธ์อันเก่าแก่ระหว่างเดสมอนด์กับผู้กำกับหนังอันทรง

อิทธิพลเช่น Cecil B.DeMille ที่เคยสร้างหนังระดับตำนานเช่น Ten Commandments

หรือ The Greatest Show on Earth หากภาพยนตร์เรื่องนี้(ที่แน่นอนว่ามีเธอเป็นนางเอก

เท่านั้น)ออกมาสู่สายตาชาวโลก การก้าวกลับมาเป็นราชินีจอเงินอันยิ่งใหญ่ย่อมไม่ใช่เป็นเพียง

แค่ความฝันลมๆ แล้งๆ อีกต่อไปสำหรับเดสมอนด์ ส่วนกิลลิสก็ตอบรับโดยดีเพราะความหิว

กระหายเงิน

จะด้วยความเหงาของเดสมอนด์หรือความเป็นหนุ่มหน้าตาดีของกิลลิสก็ตามแต่ เดสมอนด์เริ่ม

รุกล้ำเข้ามาในโลกส่วนตัวเองของกิลลิสขึ้นเรื่อย ๆ จนเกินขอบเขตของความสัมพันธ์ระหว่าง

นายจ้างวัยห้าสิบเศษ ๆ กับลูกจ้างวัยสามสิบกว่า (ท่ามกลางการสังเกตการณ์และการช่วยเหลือ

อยู่ห่าง ๆ จาก คนใช้ผู้ซื่อสัตย์วัยหกสิบต้น ๆ ) จนในที่สุดกิลลิสพบว่า เขาได้ตกอยู่ในวังวนของ

ความหลุ่มหลงที่เดสมอนด์มีให้กับเขาโดยการทุ่มเท ปรนเปรอของมีค่าที่ในชีวิตเขาไม่เคยได้

มาก่อน ถึงแม้ชายหนุ่มจะพยายามขบถ หลบหนีออกจากคฤหาสน์ที่เดสมอนด์จัดงานเลี้ยงเพื่อ

เขาและเธอเพียงสองคนในคืนฝนตก แต่แล้วกิลลิสก็ต้องกลับมาหาหล่อนอีกครั้งหนึ่งด้วยความ

สงสารกลัวว่าเธอจะฆ่าตัวตายอีกครั้งหาใช่ความรักไม่ กระนั้นเขาก็ได้แอบไปสร้างความสัมพันธ์

กับนักเขียนบทภาพยนตร์สาวผู้มีอายุน้อยกว่าเขาเกือบสิบปี นามว่า Betty Schaefer ที่สำคัญ

เธอยังเป็นคู่หมั้นกับเพื่อนรักที่สุดของเขา แต่แล้วเดสมอนด์ก็สืบพบกับความสัมพันธ์ของเขาทั้ง

สองคนจึงหันไปอาละวาดเบ็ตตี้ด้วยความหึงหวง เรื่องจึงดูเหมือนจะบานปลายขึ้นเรื่อยๆ กิลลิส

จึงต้องตัดสินใจว่าจะเลือกใครดีระหว่างนายจ้างสาวใหญ่ผู้มีทุกสิ่งทุกอย่างให้แต่ลดคุณค่าของ

เขาแค่เครื่องเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งกับนักเขียนสาวน้อยซึ่งมีฐานะไม่ต่างกับเขาในตอนต้นเรื่อง

ด้วยบทสนทนาอันแสนคมคายพร้อมกับตลกร้ายเล็กๆ ที่หนังมีให้คนดูไปพร้อมกับความเข้มข้น

ขึ้นเรื่อย ๆ กับชะตากรรมของกิลลิส เช่นเดียวกับภาพเรืองแสงแม้จะเป็นหนังขาวดำก็ตามทำให้

Sunset Boulevard ดูมีเสน่ห์อันน่ากลัวยิ่งกว่าหนังฟิล์มนัวร์ทั่วไป หนังเรื่องนี้เริ่มต้นด้วยคำ

บรรยายความคิดและความรู้สึกของตัวกิลลิสเองแต่ที่สำคัญคือตอนที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว หนัง

เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องแรก ๆในประวัติศาสตร์ฮอลลีวู๊ดเองที่ให้คนตายเป็นผู้บรรยายเหตุการณ์ตั้งแต่

เริ่มต้นแล้วจึงย้อนระลึกกลับไปในอดีต แน่นอนว่าหนังดังๆในทศวรรษที่เก้าสิบอย่างเช่น

American Beauty หรือ Casino ย่อมรับเอาเทคนิคนี้มาใช้เต็มๆ นอกจากนี้ภาพในตอนต้น

เรื่องที่ทำให้คนดูรู้สึกทึ่งก็คือภาพจากข้างล่างของสระน้ำซึ่งหันขึ้นไปมองศพของกิลลิสที่กำลัง

คว่ำหน้าอยู่อยู่เหนือน้ำ สำหรับการถ่ายภาพจากใต้น้ำหากเป็นสมัยนี้เหมือนกับเรื่องปลอกกล้วย

เข้าปาก แต่เมื่อห้าสิบปีที่แล้วไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย กระนั้นฉากนี้ย่อมทำให้คนดูเดาได้ว่าตอน

จบเป็นอย่างไรตามประสาหนังฟิล์มนัวร์ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญหากเป็นคำถามที่ว่าทำไมกิลลิส

ต้องกลายเป็นศพขึ้นอืดบนสระน้ำต่างหากเป็นเรื่องที่คนดูอยากรู้ หนังจึงมีพลังเหลือเฟือใน

การนำคนดูท่องไปกับชีวิตของกิลลิสหลังจากนั้นอย่างไม่เบื่อหน่าย

สิ่งหนึ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้อื้อฉาวคือความสัมพันธ์ระหว่างเดสมอนด์กับกิลลิสซึ่งฝ่ายหลังอยู่ใน

ฐานะอะไรไม่ต่างกับ “นายบำเรอ”หรือ gigolo ของฝ่ายแรก ว่ากันว่ามันกลั่นมาจาก

ประสบการณ์ของไวล์เดอร์ตัวผู้กำกับเองที่ต้องรับอาชีพนี้ในช่วงกำลังตกทุกข์ได้ยากในกรุง

เบอร์ลิน (ในปี 1960 เขาได้พัฒนามันในเรื่อง The Apartment โดยให้นางเอกตกเป็นภรรยา

น้อยของประธานบริษัท) และมันได้ทำให้เกิดปัญหาว่าไม่มีดาราหนุ่มคนไหนจะกล้ามารับบทขอ

งกิลลิส เพราะกลัวว่าภาพพจน์ของตัวเองจะเสียไม่ว่า Montgomery clift หรือ Fred

MacMurray (ผู้เคยรับบทนำใน Double Indemnity) จนในที่สุดไวล์เดอร์ได้ดาราหนุ่ม

Billy Holden เจ้าของฉายาไอ้หนูทองคำหรือ Golden Boy ของวงการฮอลลี่วู๊ด ผู้ที่ไวล์เด

อร์ไม่เคยประทับใจผลงานของเขามาก่อน แต่เมื่อทั้งคู่ได้มาร่วมมือกันในหนังเรื่องนี้ดาราหนุ่มก็

สามารถชนะใจผู้กำกับจนทั้งคู่ก็ได้เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่บัดนั้นและโฮล์เดนยังได้แสดงใน

หนังของไวล์เดอร์อีกหลายเรื่องเช่น Sabrina และ Stalag 17 (ซึ่งทำให้ฮอล์เดนได้รางวัลออ

สก้าเป็นตัวแรก)

Captive State สงครามปฏิวัติทวงโลก

Captive State

Captive State

Captive State หลัง เอเลี่ยน ในชื่อ แผนก ปกครอง โลก ได้ เถลิง อำนาจ แล้วก็ ผลาญ

ทรัพยากร กระทั่งเกือบจะ เกลี้ยง ได้ ก่อกำเนิด กรุ๊ป เปลี่ยนแปลงนามฟินิกซ์ นำโดย ราฟ (โจนา

ธาน เม เยอ ร์ส) แม้กระนั้น หลังเหตุจลาจล ที่ วิค เกอร์ พาร์ค ชื่อ ของรา ฟก็แปลงเป็น

เพียงแต่ตำนาน มีเพียงแต่ วิลเลียม มัลลิ แกน (จอห์น กู๊ดแมน ) ตำรวจสันติบาล ชิคาโกแค่นั้น

ที่ ตาม สืบเสาะหา หวัง โค่น กลุ่ม ฟีนิกซ์ ที่ กำลังคิดแผนก่อการร้าย ครั้ง ใหญ่ โดย กุญแจ

สำคัญ อยู่ ที่ ปลอมบ (แอ ชตัน แซนเดอร์ส) น้องชาย ของราฟ เป้าหมาย จะ หนี ออกมาจาก

เมือง อัน ท้อใจโดยไม่เคยทราบ เลย ว่า เขา บางทีอาจ เป็น กลไก สำคัญ สำหรับการทวง ความ

อิสระ จาก เผด็จการ ต่างดาว

>>> ดูหนังออนไลน์ฟรี <<<

มา ใน แนวทาง หนังไซไฟ การเมือง จากมันสมอง ของ รูเพิร์ต ไว แต ผู้กำกับ ที่เคย ปลุกตำนาน

พื้นพิภพ วานร อีกครั้ง จาก Rise of theplanet of the apes เมื่อ ปี 20 11 ซึ่ง น่าจะเป็น หลัก

ฐาน ถึงความพึงพอใจ ใน เรื่องการเมืองได้ เป็นอย่างดี แต่เอา เข้า จริง แล้ว การคิดสถานะ

การณ์ แบ็คกราวด์ ของเรื่อง เป็น เอเลี่ยน ยึดรวมทั้งดูแลโลก ก็มิได้ เป็น ของใหม่ เสียรู้เดียว มัน

เคย ถูก บอก จนกระทั่ง เฝือ อีกทั้งในหนัง ดัง อย่าง District 9 (2009) หรือ ซีรีส์ดังทั้ง V

(2009-2011)หรือ Colony (2016-2018) กระนั้น การที่ Captive State เลือกเล่าเรื่องราว

โดย มี ศูนย์กลาง เป็น ครอบครัว นักปฏิวัติ ที่ มี แนวความคิด ขัดแย้งกัน คน นึงคิด สู้ กระทั่ง ตัว

ตาย อีก คน กลับ ต้องการ หนี ไป ให้ไกลก็ ช่วย เพิ่ม เสน่ห์ ส่วนตัว ให้หนังได้ อย่างแปลก แม้

กระนั้น การ ที่ หนังมิได้มีฉากแอ็คชั่น ไซไฟ บึ้ม บั้ม แล้วก็ไป เน้นย้ำา บรรยากาศวิพากษ์

การบ้านการเมืองแบบ เผด็จการ เข้ม ๆ เครียดๆ ก็ บางทีอาจ เข้าเกณฑ์หนัง ที่ ไม่ รัก ก็รังเกียจ

เลยไป โดยปริยาย

กระนั้นต้องขอบอกไว้ก่อนนะครับว่าบทหนังเองมีช่องโหว่ในหลายด้านทีเดียว ทั้งปมประเด็น

การเมืองที่หนังเองก็ปูไม่แน่นทั้งอุดมการณ์ที่ตัวละครยึดถือ เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่หนังเลือก

ข้ามไปจนคนดูไม่ได้อินกับเบื้องหลังการปฏิวัติของราฟ หรือปมพี่น้องระหว่างเขากับเก๊บเท่าที่

ควร แม้แต่ตัวละครตำรวจอย่าง วิลเลียม มัลลิแกน ที่ทั้งเรื่องเราแทบไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้อง

มุ่งมั่นกับการตามทะลายแก๊งฟีนิกซ์โดยที่ไม่ได้ปูสายสัมพันธ์หรือความศรัทธาของวิลเลียมที่มี

ต่อคณะปกครองจากต่างดาวชัดเจนนัก (ก่อนที่จุดหักมุมจะมาอธิบายในส่วนนี้แต่ก็ยังไม่สมเหตุ

สมผลเพียงพอนัก) ซึ่งหากมองในเชิงตรรกะของเรื่องก็สังเกตความพังได้ไม่ยาก แต่อะไรล่ะที่

จะทำให้คนดูอินได้

ประการแรกเลยคงหนีไม่พ้นการเล่าเรื่องเปรียบเปรย (Allegory) เรื่องแต่งมาวิพากษ์สังคม

การเมืองของหนังเนี่ยแหละที่น่าจะโดนใจคนไทยมิใช่น้อย หลายช่วงตอนของหนังดูไปสะอึก

ไปแบบไม่ต้ั้งใจทั้งบทบรรยายที่ผู้นำฝ่ายมนุษย์พูดถึงคณะปกครองว่าทำให้สังคมที่เคย

แตกแยกกลับมารวมตัวกันได้ หรือนัยหนึ่งก็คือการบังคับให้คนยอมรับในอำนาจเบ็ดเสร็จนั่นเอง

หรือแม้แต่โปรโมช้ั่น “คืนความสุข” ต่างๆนานาทั้งเศรษฐกิจ ตัวเลขคนว่างงานที่ลดลง ก็ทำให้

เราได้ระลึกถึงความดีงามที่เรามักได้ยินกันทุกวันศุกร์มิใช่น้อยเลยแหละ และยิ่งหนังมาฉายก่อน

วันเลือกตั้งแบบหายใจรดต้นคอนี่ก็ยิ่งท้าทายสมองให้เราได้คิดตีความไปจนถึงหวาดหวั่นกับ

ผลลัพธ์ที่ภาวนาขออย่าให้เหล่าเอเลี่ยนกลับมา ‘คืนความสุข’ กันอีกเลย

ประการต่อมาการได้เห็นทางเลือกอันแตกต่างระหว่าง ราฟ และ เก๊บ นี่แหละที่สะท้อนทางเลือก

ของประชาชนที่อยู่ภายใต้การปกครองของเผด็จการได้อย่างชัดเจน แม้เราอยากจะสุดขั้วแบบรา

ฟถึงขั้นวางแผนวินาศกรรมเพื่อปลดแอกประชาชนสู่เสรีภาพ แต่ความจริงแล้วเรากลับเลือกที่จะ

ปฏิบัติตนแบบ เก๊บ ก้มหน้าทำงานและพอเหตุการณ์จะรุนแรงคงไม่มีทางเลือกใดดีกว่าการหนี

ให้ตัวเองปลอดภัยอีกแล้ว ซึ่งการที่หนังทำให้เห็นมุมมองสองด้านของประชาชนที่มีต่อการกดขี่

ของอำนาจเผด็จการก็ทำให้เราย้อนกลับไปสัมผัสกับความจริงอันแสนขมขื่นตลอด 5 ปีได้

ชัดเจนขึ้น จนอยากรณรงค์ให้คนไปดูหนังเรื่องนี้ในวันแรกๆที่มันเข้าฉายก่อนไปเลือกตั้งวันที่

24 มีนาคมนี้เป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว

แม้จะน่าเสียดายที่เหล่านักแสดงนำทั้ง โจนาธาน เมเยอร์ส และ แอชตัน แซนเดอร์ส ไม่อาจ

นำพาให้คนดูรัก เห็นใจและเอาใจช่วยพี่น้องนักปฏิวัติได้มากนัก แต่กระนั้นการที่หนังนำ ป๋า

จอห์น กู๊ดแมน มารับบท วิลเลียม มัลลิแกน ตำรวจสันติบาลผู้น่าเกรงขามที่พยายามทำลายกลุ่ม

ปฏิวัติฟีนิกซ์ก็ช่วยให้หนังมีไดนามิกที่น่าสนใจ และทุกครั้งที่ตัวละครของกู๊ดแมนปรากฎตัวก็

ทำให้เราไม่อาจนั่งติดเก้าอี้ได้จริง อีกคนที่ปรากฎตัวน้อยแต่สร้างแรงสั่นสะเทือนได้ดีทีเดียวคือ

เวรา ฟามิกา ที่มาในบทโสเภณีไร้ชื่อก็เปล่งประกายจนเราไม่อาจละสายตาได้จริงๆ

หักลบกลบหนี้ทั้งข้อดีข้อเสียแล้วก็คงต้องขอโหวดเชียร์ให้คนไทยทุกคนไปดูหนังเรื่องนี้อยู่ดี

เพราะแม้หนังจะห่างไกลความสนุกแบบหนังบล็อคบัสเตอร์ที่คุ้นเคย แต่ก็ไม่ได้เล่าเรื่องน่าเบื่อ

สักนิด งานวิช่วลยังคงทำงานกับคนดูได้ดีแถมให้ภาพสมจริงและสร้างบรรยากาศขมุกขมัว

เปรียบเปรยถึงฝันร้ายในยุคสมัยของเผด็จการได้เป็นอย่างดี ก็น่าจะช่วยให้เราตัดสินใจกันง่าย

ขึ้นว่าควรใช้สิทธิของตนกำหนดทิศทางการปกครองของประเทศอย่างไรในวันที่ 24 มีนาคมนี้

ครับ

หนังเรื่อง FIGHT CLUB ภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยฉากต่อสู้

 FIGHT CLUB

 FIGHT CLUB

FIGHT CLUB (1999) นั้น เดินเรื่อง โดยผู้ชาย พนักงานประจำ คน หนึ่ง หรือ ก็คือ ผู่แสดงนำ

ชาย ของเรื่อง นี่เอง ซึ่ง Edward Norton เป็นวิทยากร เรื่องราว ในหนัง ทั้งหมดทั้งปวง ( บอก

ไว้ ก่อน ว่า ผู้แสดง ของเขา ไม่ถูก เอ่ยชื่อหรือ สกุล เลย แม้แต่ ครั้ง เดียว ใน เรื่อง เพราะฉะนั้น

เวลา กล่าวถึง นักแสดงใน เรื่อง จะ ขอ ใช้ ชื่อว่า Edward ไปเลย) เขาเล่าความรู้สึก ต่างๆ ของ

เขา ที่ ได้เผชิญ พบเห็น ใน ทุกๆวัน และก็เรื่องราว ต่างๆใน สมัยก่อน ที่ สะสม มา ซึ่งเขา ชี้แจง

ให้ พวกเรา ได้ มองเห็น ถึง เรื่องราว ของ เพศชาย คน หนึ่ง ที่สุด แสน จะอิดหนาระอาใจ กับ

สังคม ระบบทุนนิยม ที่ดูเพียงแต่รูปลักษณ์ภายนอก ที่ สวยงาม ทว่า อันที่จริงแล้วกลับได้มาพบ

ว่า มัน ช่างเหี้ยมโหด แล้วก็ เป็น สังคม ที่ใกล้จะเน่าขึ้นไปทุกครั้งๆ สังคมที่มีการข่มขี่ การ

แข่งขันชิงชัย สังคม ที่ ทำให้เขาเกือบจะ เป็นบ้า แต่ว่าแล้วเขา ก็เริ่ม ที่จะนอนไม่หลับ นานวัน

เข้าเขาก็พบว่า มันคือปัญหา ใหญ่มากสำหรับ เขา ไป แล้ว โดย ที่ ตัวเขาเองก็ไม่เคยทราบด้วย

ว่า ไอ้ อาการ บ้านี่ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เขาเริ่ม ที่จะเข้าพวก คน ใกล้ตาย

ซึ่งทำให้เขาได้พบกับ Marla Singer ผู้หญิงที่ชอบเข้าร่วมกลุ่มไปทั่วแบบเดียวกับเขาซึ่งเป็น

ตัวละครที่สะท้อนมุมมองสังคมที่เสื่อมทรามลงนี้ได้ชัดเจน และในส่วนของการแสดงป้าเฮเลน่า

ก็ทำได้ดีและถ่ายทอดมันออกมาได้ชัดเจนเข้าไปอีก (กระแทกใจจริงๆ) Edward เสพติดมัน

เมื่อพบว่ากลุ่มเหล่านี้บรรเทาอาการนอนไม่หลับของเขาได้ หากถามว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนั้น

ก็คงเป็นเพราะชีวิตที่สุดแสนจะน่าเบื่อ และความเหงาที่ต้องใช้ชีวิตที่น่าเบื่อนั่นลำพัง ทั้งที่ชีวิต

ของเขาก็ไม่ได้ลำบากยากเข็ญอะไรเท่าไหร่นัก เพียงแต่ต้องมาอยู่ในสังคมที่ถูกความน่าเชื่อถือ

บดบังทัศนะต่อความคิด และการมองของผู้คน แล้ววันหนึ่งเขาต้องเดินทางขึ้นเครื่องบิน ซึ่งเรา

สะดุดประโยคนึงที่ชอบมาก ซึ่งเป็นประโยคที่ย้ำเตือนให้คนดูรู้ว่าเค้าเบื่อชีวิตตัวเองมากแค่ไหน

นั่นคือประโยค “Could you wake up as a different person?” ซึ่งในระหว่างที่เขากำลัง

บรรยายประโยคนั้น กล้องได้ถ่ายไปที่ผู้ชายคนหนึ่งที่มีบุคลิกที่ต่างไปจากเหล่ามนุษย์เงินเดือน

(หรือก็คือ Tyler นั่นเอง) แต่จุดเปลี่ยนของเขาคือการที่เขาได้พบกับชายแปลกหน้าคนหนึ่งชื่อ

Tyler Durden ที่นำแสดงโดย Brat Pitt

>>> ดูหนังออนไลน์ฟรี <<<

Tyler เป็นตัวละครที่มีความลึกลับ เพราะไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร และมาจากไหน เป็นตัวละครที่มี

ความคิดบ้าดีเดือดโคตรๆ มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณแรงกล้า มีความคิดขบถต่อทุกๆสิ่งรอบตัว

หล่อ เท่ ฉลาด แตกต่างจาก Edward อย่างสิ้นเชิง เรียกได้ว่าเป็นแม่เหล็กคนละขั้วเลยก็ว่าได้

แต่ไอ้ความโฉดหลุดโลกของ Tyler นี่แหละที่ค่อยๆ ทำให้ Edward ค้นพบอะไรบางอย่างของ

ตัวเอง ทำให้เขาลืมที่จะเข้ากลุ่มบำบัดไปเลย นั่นคือการถือกำเนิดขึ้นของ FIGHT CLUB

นั่นเอง

สิ่งที่ทำให้รู้ว่าผู้คนเบื่อหน่ายกับชีวิตของตัวเองมากขนาดไหน ก็คงวัดจากจำนวนคนที่หลั่งใหล

กันเข้ามาเข้าร่วม FIGHT CLUB นั่นแหละเพราะที่นี่แตกต่างจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ได้

ปลดปล่อยสัตว์ร้ายที่อยู่ในตัวของมนุษย์ออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องคำนึงถึงสังคมกลวง

โบ๋ข้างนอกนั่น และไม่ได้เป็นเหมือนประโยคแรกๆ ที่ Edward ได้บรรยายไว้ “Everything’s

a copy of a copy of a copy”

เมื่อ FIGHT CLUB ขยายวงอย่างกว้างขวาง ทำให้ Tyler ก่อตั้ง Project Mayhem ขึ้น ซึ่งมี

เป้าหมายที่หลุดโลกยิ่งกว่าแค่เพียงการต่อสู้แลกหมัดกัน นั่นคือการระเบิดเมือง คิดว่าที่ Tyler

ทำแบบนั้นก็เพื่อต้องการที่จะลบสังคมห่วยแตกนี่ไปซะ ซึ่ง Tyler เชื่อว่าทุกสิ่งที่เป็นทุนนิยม

เหล่านี้กำลังหลอกลวงเรา ทำให้ผู้คนเชื่อในสิ่งที่ผิดไปจากความจริง แต่ Edward เริ่มมีความ

รู้สึกขัดแย้ง และต่อต้านความคิดของ Tyler เขาจึงเริ่มค้นหาตัวตนของ Tyler จนทำให้เขาพบ

กับความจริงที่ว่า แท้จริงแล้วนั้นตัวเขาเองนั่นแหละที่สร้าง Tyler ขึ้นมา  เพราะว่าการที่เขา

กำลังดำเนินชีวิตแบบธรรมดา อีเรื่อยเฉื่อยแฉะ ซ้ำๆซากๆ แถมยังเป็นโรคนอนไม่หลับ ซึ่งโรค

นอนไม่หลับนี่เองที่เป็นเหมือนสะพานที่เชื้อเชิญ Tyler Durden ให้ออกมา สังเกตุช่วงที่

พระเอกนอนไม่หลับ จะมีภาพไทเลอร์แว๊บๆ อยู่ 4 ฉากก่อนที่ตัวละครของเขาจะปรากฏจริงๆ

จิตใต้สำนึกของ Edward นั้นอยากเป็นคนที่เหมือนกับ Tyler เขาจึงเริ่มที่จะสร้างตัวตน Tyler

ขึ้นมาโดยอัตโนมัตินั่นเอง

จุดที่ชอบที่สุดของหนังเรื่องนี้นั่นคือการเสียดสีสังคมได้อย่างเจ็บแสบและโคตรจะสะใจ ซึ่ง

สะท้อนชีวิต ความคิดของมนุษย์ได้อย่างดีเยี่ยม การมองคนที่ภาพลักษณ์ หรืออะไรก็ตามที่เป็น

ทุนนิยมมันไร้สาระสิ้นดี หนังเรื่องนี้ทำให้รู้ว่าการใช้ชีวิตแบบสุดโต่งไม่แคร์โลกมันน่าสนุกกว่า

กันเยอะ! ดั่งคำกล่าวที่ว่า “ชีวิตไม่ใช่งาน เราไม่ใช่เงินที่อยู่ในบัญชี”

seobok มนุษย์โคลนนิ่ง คนแรกของโลก

seobok เป็นภาพยนตร์ไซไฟ

seobok เป็นภาพยนตร์ไซไฟ

seobok เป็นภาพยนตร์ไซไฟ เกี่ยวกับ (พัค โบก อม) มนุษย์โคลนนิ่ง คนแรก ของโลก ที่ ชีวิตอมตะเพราะเซลล์

พิเศษ ที่ เขามีชีวิตอมตะ ทำให้ เขา เป็นความ หวัง ของมนุษยชาติ ที่จะ สร้าง ยารักษาโรค แต่ ก็เป็น เหตุ ที่

ทำให้ มี หลาย ชาติปรารถนา ชิง ตัว seobok เอาไว้ใน ครอง และก็เมื่อ หนึ่งใน นักวิทยาศาสตร์ ที่ สร้าง

seobok ขึ้นมา โดนฆ่า ‘มินฮอน’ (กงยู) บอดี้การ์ด อิสระ ที่ เป็นโรคร้าย ระยะ ท้ายที่สุด ก็เลย ได้รับ ข้อเสนอ

แนะ ให้มา คุ้มครองปกป้อง ซอ บก ระหว่างที่ถูกย้ายไป ที่ ฐาน ลับใหม่ ไม่นกีฮอน ก็เลย จำาเปีนต้อง คุ้มครอง

seobok สุด ชีวิต เนื่องจาก มัน เป็นความมุ่งหวัง เดียว ของเขา ที่จะ รอดชีวิต เช่นกัน

>>> movie hd <<<

ประเทศเกาหลีใต้เป็นหนึ่ง ในชาติ ที่ ใช้ soft power ในการ สร้างภาพลัก ษณ์ ของใน สายตา ชาวโลกรวมทั้ง

ขัดเกลา ประชาชน ของตนเองไป พร้อม และ seobok ก็เป็นเลิศในภาพยนตร์ที่ ใช้ soft powerได้ อย่างยอด

เยี่ยม โดย seobok ย้ำ ความเป็นผู้นำใน โลกวิทยาศาสตร์แล้วก็เทคโนโลยี จากการที่ ชาติมหาอำนาจ ยัง

ต้องการ ตัว seobok และก็เทคโนโลยี อัน ล้ำยุค ดู ได้ว่าความ เป็น ผู้น่า นี้ ถูกย้ำ อย่างสม่ำเสมอ ผ่าน

ภาพยนตร์ แล้วก็ ซีรีส์ เกี่ยวกับเทคโนโลยี มากไม่น้อยเลยทีเดียว ที่ ประเทศเกาหลี ผลิต ออกมา ช่วง 1-2 ปีนี้

อย่างเช่น Space Sweepers และก็ Sisyphus หรือแม้แต่ Start-up ทีสร้างให้ คนเกาหลี เก่ง ไม่แพ้ คนชาติ

ไหน

จุดสังเกต ที่ น่าดึงดูด เป็น แม้ว่าจะ เน้นย้ำเรื่องเทคโนโลยี แม้กระนั้น จะมีเรื่อง สภาพแวดล้อม เข้ามา ประกอบ

อยู่ตลอด ไม่ว่า จะเป็น โลก ที่ ล่มสลาย เพราะเหตุว่านุษย์ ทำลาย สภาพแวดล้อม การ หา จุด สมดุล ระหว่า

เทค โลยี สภาพแวดล้อม แล้วก็มนุษย์ อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งสอดคล้องกับ หลักการ เศร ฐ กิจ ที่ ส่งเสริม การ

พัฒนา เทคโนโลยี พร้อมกันไปกับการรักษา สภาพแวดล้อม ของเกาหลีใต้

นอกจากนี้ seobok ยังเป็นการสร้างภาพ ลัก ษณ์ ใหม่ ให้วงการวิทยศาสตร์ ของ ประเทศเกาหลี สังเกต ได้

จาก ในเรื่องที่ มี ฉาก ที่ เอ๋ยถึงนักวิท ยศาสตร์ ที่ นำความเสียหาย มาสู่ ประเทศ อย่าง ‘ฮวางอู ซอก’ที่ อ้างว่า

เขา สามารถ โคลน เซลล์ เอ็มบริโอมนุษย์ได้เสร็จ แต่ว่า วันหลัง ถูกจับ ได้ ว่า โกหก ทั้งปวง ซึ่ง ประเด็นนี้ ดัง

ไป ทั้งโลก ใน ปี2007 และก็เป็นแรงจูงใจ สำหรับเพื่อการ สร้างหนังเรื่อง TheWhistle Blower’ ใน ปี 2014

seobok ก็เลยมิได้เป็นการ สร้างภาพแต่ เป็นการล้างจุดด่างพร้อย แล้วก็ ข้อบกพร่อง ใน อดีต ไป พร้อมกัน

seobok เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่เสริมความแข็งแกร่งของวงการภาพยนตร์เกาหลีใต้ เพราะหากดูที่พลอตเพียว ๆ

เรื่องของ seobok นั้นไม่ต่างกับ ภาพยนตร์ไซไฟของฮอลีวูดเลย และฉากกับคอมพิวเตอร์กราฟฟิคต่างๆ ก็ทำได้

ไม่แพ้กัน นี่อาจะเป็นการประกาศศักดาของภาพยนตร์เกาหลีอีกครั้ง ว่าพวกเขาทำได้ไม่แพ้ฮอลลีวูดในทุกแนว

หลังจากพิสูจน์ว่าเขาสามารถทำภาพยนตร์แนวทริลเลอร์ ตลกร้าย ครอบครัว หรือภาพยนตร์แอคชั่นซอมบี้ได้ดี

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นภาพลักษณ์ใหม่ที่เกาหลีใต้มุ่งหมายที่จะสร้างให้ทั้งชาติอื่นที่มองเข้ามา พร้อมกับสร้าง

ตัวอย่างให้ประชาชนดุว่าพวกเขาสามารถเติบโตได้แข็งแกร่งและเฉลียวฉลาดเหนือใคร เราคงต้องรอดูกัน ว่า

หลังจากที่ซีรีส์เกาหลี สร้างให้ภาพลักษณ์ของผู้ชายเกาหลีเป็นหนุ่มหล่อโรแมนติกมาแล้ว

ซีรีส์ในปีหลัง ๆ ที่เน้นความฉลาดของตัวละคร ความสามารถที่จะผลิกธุรกิจ สร้างเทคโลโยลีที่ล้ำสมัย แต่ยัง

ใส่ใจสิ่งแวดล้อมจะสร้างประชาชนแบบไหนให้กับประเทศของเขา

หลังจากเลื่อนฉายมาหลายครั้งจากกำหนดเดิมเมื่อ 31 ธันวา seobok ก็ได้เข้าโรงฉายในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา

นี้ นอกจากจุดขายใหญ่อย่างนักแสดงอย่าง กงยู กับ พัคโบกอม ที่มาพร้อมกับฉากแอคชั่นอลังการยังมีการใช้

soft power หรืออำนาจอ่อนที่สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับเกาหลีใต้อยู่กับสิ่งเหล่านั้นอย่างแนบเนียน

Black Widow ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่

Black Widow ภาพยนต์ยักษ์ใหญ่จากมาร์เวลสตูดิโอส์

Black Widow กับไทม์ไลน์ที่แท้จริงของหนังเรื่อง และปมของเรื่องราวทั้งหมด - Akara Channel [อัครชาแนล]

Black Widow ภาพยนต์ยักษ์ใหญ่ จากมาร์เวลสตูดิโอส์ กลับการกลับมา อีกครั้ง ของ นาตา ชาโรมา นอฟ กับ

ภารกิจ ที่ ยิ่งใหญ่เมื่อคุณ จะต้อง ประจันหน้า กับ อดีตกาล ในด้านมืด ของ ตัวเธอ เอง ที่ มันรอ ตาม หลอก เธอ

เธอ ก็เลย จะต้องรีบ สะสาง ทุกสิ่งทุกอย่าง ใน คราวนี้ให้จบ พร้อม สาน ความสัมพันธ์ ที่เคย แตกหัก ของ เธอ

ก่อนหน้า ที่จะร่วม กลุ่ม อเวนเจอร์

>>> หนัง hd <<<

Black Widow ภาพยนต์ยักษ์ใหญ่ อเมริกันที่กำลังจะฉาย เรื่องราว ปรับเปลี่ยน มาจาก

ผู้แสดง ของ มาร์เวลคอมิกส์ในชื่อ เรื่องเดียวกัน ผลิต โดย มาร์เวลสตูดิโอ ส์ ละ จัดจำหน่ายโดยวอลต์ดิสนีย์

สตูดิโฮส์โมชั่นพิกเชอส์ จะ เป็น ใน จักรวาล ภาพยนตร์มาร์เวล (MCU)

จากตอนท้าย ของภาพยนตร์ เรื่อง Captain America: Civil War นาตาชา ตัดสินใจ ช่วยเหลือ กัปตัน อเมริกา

จนถึง ทำให้ คุณ เปลี่ยนเป็น ผู้ร้าย ผู้ล่วงละเมิด ข้อตกลง โซ โคเวีย ซึ่ง ผู้ที่ เป็น หัวหอกสำหรับเพื่อการ ออก

ตามล่า เธอ เป็น นาย พลรอสส์ หรือ ผู้ที่เสนอ ให้มี ข้อตกลง เพื่อ เหล่า อเวน เจอ ร์ แอ ยู่ ภายใต้อำนาจบังคับ

ซึ่งใน หนังใหม่2021 อย่างภาพยนตร์เรื่อง Black Widow พวกเรา จะได้ มองเห็นฉาก การ หลบซ่อน ของ นา

ตาชา เนื่องจากว่า เธอ ไม่สามารถที่จะ อยู่ ในสหรัฐ อมเริกา ได้ อีกต่อไป โดยการ แอบหนี คราวนี้ เธอ ถูก

ลอบ จู่โจมจากคนร้าย ปัญหา ที่ ใช้ ชื่อว่า ทาส์กมาสเตอร์ สถานะการณ์จะจบเช่นไร เธอ จะ เอาชนะ คนร้าย

ปัญหา ได้ หรือเปล่า

เตรียมพบกับหนังเดี่ยวของฮีโร่ตัวแม่งในหนังเปิดจักรวาลมาร์เวลเฟส 4 เรื่องแรก จิ๊กซอว์ที่จะเติมเต็มจักรวาล

ให้สมบูรณ์ กับภารกิจล้างอดีตครั้งสำคัญของ “นาตาชา โรมานอฟ” ใน Marvel Studios’ Black Widow แบล็ค

วิโดว์

นักแสดงนำ

สการ์เลตต์ โจแฮนสัน รับบท นาตาชา โรมานอฟ / แบล็ค วิโดว์

ฟลอเรนซ์ พิวจ์ รับบท เยเลนา เบโลวา

เรเชล ไวซ์ รับบท เมลินา วอสโตคอฟ

เดวิด ฮาร์เบอร์ รับบท อเล็กซี่ ชอสตาคอฟ / เรด การ์เดี้ยน

วิลเลี่ยม เฮิร์ต รับบท แธดเดียส รอสส์

โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ รับบท โทนี่ สตาร์ค / ไอรอน แมน

โอ-ที แฟกเบนล์ รับบท เมสัน

Godzilla vs. Kong

Godzilla vs. Kong การเผชิญหน้าระหว่างสองยักษ์ใหญ่

Godzilla vs. Kong การเผชิญหน้าระหว่างสองยักษ์ใหญ่ ที่แฟนหนังทั่วโลก ต้องยอม

ศิโรราบ ผลงานลำดับที่ 4 จากจักรวาล MonsterVerseออกมา อย่างเป็นทางการ เมื่อ ตอนต้น

ปีที่ล่วงเลยไป ก็ได้ เสียงตอบรับจากสาวกหนัง ตัวประหลาด อย่างล้นหลาม จนถึงกลายเป็น

หนึ่ง ใน หนัง ฟอร์ม ยักษ์ ที่ แฟน ทั่วทั้งโลกรอคอย การถึงมากที่สุดของปี 2021

Godzilla vs. Kong การเผชิญหน้าระหว่างสองยักษ์ใหญ่

>>> ดูหนังฟรี <<<

ซึ่งผู้กำกับอย่าง อดัม วินการ์ด ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ต้องผิดหวัง เพราะเหตุว่า การเผชิญหน้า

ระหว่างสอง ยักษ์ ใหญ่ อย่าง ก็อดสิลล่ารวมทั้งคองใน คราวนี้ มากับฉากแอ็ก ชัน ที่ รุนแรง

แล้วก็ จัดเต็ม กล่าวได้ว่าแฟนๆ ต้องการมองเห็น อะไร อดัม ก็พร้อม เสิร์ฟ ให้แบบ ไม่อั้น

Godzilla vs. Kong บอกเล่าเรื่องราวต่อจาก เหตุการณ์ ใน Godzilla:King of the

Monsters (2019) เมื่อคองถูก กลุ่มมนุษย์นำ ตัว มาจากเกาะ ภูมิลำเนา โดย มีเด็กผู้หญิงคน

หนึ่ง ซึ่งสามารถ ติดต่อ กับ คองได้เดินทางมาด้วย แต่ว่า แล้ว เหตุการณ์กลับกลายก็เกิดขึ้น เมื่อ

จู่ๆ ก็อดซิลล่าได้แสดงตัว ขึ้น แลก็เข้า จู่โจม คอ ง พร้อมทั้งออก ก่อกวนทำลาย บ้านเรือน อย่าง

ไร้ ปัจจัย ก็เลย เปลี่ยนเป็น จุดเริ่ม การต่อสู้ ของสองสัตว์ประหลาด เวลาที่ฝ่าย มนุษย์ จะต้อง

ร่วมมือ กัน ค้นหา ข้อเท็จจริง ว่า คนไหน เป็น ผู้อยู่เบื้องหลังสถานะการณ์ ใน คราวนี้

นับตั้งแต่วันที่ Godzilla (2014) หนังเปิดจักรวาล MonsterVerse ของผู้กำกับ แกเร็ธ เอ็ด

เวิร์ดส์ ออกฉายสู่สายตาผู้ชม มาจนถึง Godzilla vs. Kong เราจะสังเกตได้อย่างชัดเจนถึง

พัฒนาการของจักรวาลสัตว์ยักษ์ที่เริ่มจับทางได้ว่าจุดขายของตัวเองคืออะไร ควบคู่ไปกับการ

ขยายจักรวาลของตัวเองให้น่าสนใจยิ่งขึ้น

จุดสังเกตที่เห็นได้ชัดจาก Godzilla vs. Kong คือการที่ผู้กำกับอย่าง อดัม วินการ์ด ตระหนักดี

ว่าผู้ชมอยากจะเห็นอะไร เขาจึงไม่รีรอที่จะเสิร์ฟฉากแอ็กชันอันดุเดือดให้แฟนๆ ได้ชมแบบจัด

เต็ม พร้อมทั้งพยายามลดทอนบทบาทและความซับซ้อนในพาร์ตเนื้อเรื่องฝั่งมนุษย์ลง เรียกได้

ว่าตลอด 2 ชั่วโมงของหนัง เราจะได้เห็นสองยักษ์ใหญ่อย่างคองและก็อดซิลล่าปรากฏตัวอย่าง

ไม่ขาดสาย พร้อมทั้งฉากแอ็กชันในช่วงท้ายเรื่องที่ยาวนานกว่า 10 นาที

สลับมาที่พาร์ตเนื้อเรื่องฝั่งมนุษย์เองก็ทำหน้าที่บอกเล่าประเด็นสำคัญที่ผู้ชมควรรู้ และขับ

เคลื่อนเนื้อเรื่องให้ดำเนินต่อไปอย่างกระชับฉับไว ไม่ยืดเยื้อ อีกทั้งยังหยิบประเด็นที่หนังภาค

ก่อนอย่าง Godzilla: King of the Monsters (2019) ทิ้งเอาไว้ในตอนจบกลับมาต่อยอด

ได้อย่างสมเหตุสมผล โดยเฉพาะการเปิดเผยเรื่องราวของ Hollow Earth ดินแดนใต้พิภพของ

เหล่าไททันที่เคยถูกกล่าวถึงมาแล้วใน Kong: Skull Island (2017) เองก็ถือเป็นวัตถุดิบชั้น

ดีที่ผู้สร้างสามารถนำไปต่อยอดเรื่องราวในจักรวาล MonsterVerse ให้กว้างใหญ่และน่าสนใจ

กว่าเดิมได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การที่ Godzilla vs. Kong เลือกจะลดทอนความสำคัญของเรื่องราวส่วนของตัว

ละครมนุษย์ให้น้อยลงไป ผู้เขียนเองกลับรู้สึกเสียดายเป็นการส่วนตัวที่นักแสดงระดับคุณภา

พหลายๆ คนพลาดที่จะโชว์ความสามารถของพวกเขาอย่างเต็มที่ เช่น มิลลี บ็อบบี้ บราวน์ นัก

แสดงจากซีรีส์ Stranger Things หรือชุน โอกุริ นักแสดงหนุ่มชาวญี่ปุ่นเองก็ยิ่งน่าเสียดาย

เพราะผลงานนี้เป็นการก้าวขึ้นมารับงานแสดงในหนังระดับฮอลลีวูดเป็นครั้งแรกของเขา

แต่เมื่อผู้กำกับและเหล่าผู้สร้างตระหนักดีว่าหนังของพวกเขากำลังจะขายอะไร จึงทำให้โอกาส

ที่เราจะได้เห็นทัพนักแสดงเหล่านี้ได้โชว์ความสามารถถูกลดทอนลงไปอย่างน่าเสียดาย

โดยภาพรวมแล้ว Godzilla vs. Kong ถือเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของก็อดซิลล่าและคอง

ที่สมการรอคอยอย่างแน่นอน และยังเป็นการเปิดจักรวาล MonsterVerse ให้กว้างใหญ่และ

ชวนติดตามไม่แพ้จักรวาลหนังของค่ายอื่นๆ อีกด้วย

The Trial of the Chicago 7

The Trial of the Chicago 7

The Trial of the Chicago 7

The Trial of the Chicago 7 คือหนังคอร์ตรูมที่ 90% ของเรื่องเกิดขึ้นในศาล การ ประท้วง

อย่าง สันติ ณ งานประชุม แห่งชาติ เพื่อ ประชาธิปไตย ใน ปี1968 เปลี่ยนเป็น การประจันหน้า

กัน อย่างหนัก ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมทั้ง ที่ทำการ กองกำลัง ปกป้อง ชาติ แกนนำ ผู้

ประท้วงอย่าง แอ็บ บี้ฮอฟแมน, พบร ปรี รูบิน, ทอมเฮย์เดน และบ็อบบี้ ซีลโดนจับข้อกล่าวหา

สมคบคิด สำหรับเพื่อการ ปลุกปั่น การจลาจล แล้วก็ การพินิจคดี ที่ตามมา แปลงเป็น สถานะ

การณ์ ที่ ฉาวโฉ่ ที่สุด กาลครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

(ตัวอย่าง ที่ เห็น ฉากรวมกัน จาก ปะทะ กัน โน่น โคตร ฉ้อโกง นะครับ)เกี่ยวกับคดี ที่ รัฐบาล

อเมริกัน ฟ้องแกนนำ ผู้ประชุม ต้าน สงครามเวียดนาม ที่ ก่อให้เกิด การปะทะ กับ เจ้าหน้าที่

ตำรวจ ใน ปี 1968 (ตอนแปลงเข้ายุค ผู้นำ นิก สั้น สมัย แรก)

แอรอน ซอร์กิน ที่เคยเขียนบท The Social Network มา ปฏิบัติภารกิจเขียน บท และก็ดูแล

ได้ โคตร เก่ง บทพูด เปลือย ค้างแรกเตอร์ผู้แสดงและตัว สั่งคมได้ อย่างชาญฉลาด ( ส่วนตัว

เป็น ถูกใจ งานสไตล์ หนังคุย กันของ ปีเตอร์ มอร์แกน จากหนังอย่าง Frost/Nixon แล้วก็

The Queen มากมาย เลยยิ่งสนุกสนานกับประเด็นนี้เป็นบอกกันอีกทั้งเรื่องแต่ว่ามอง บันเทิงใจ

เพียงแค่ความขบขัน ร้ายที่ ชื่อว่า The Trial of the Chicago 7 แต่ว่า เชลยมี 8 คน ก็ย้อน โต้

เถียง แสบ สัน แล้ว เนื่องจากอีก 1 คน นั้นเป็น หัวหน้าทีม ผิวดำ หัวรุนแรง อย่าง แบล็ก แพนเธอ

ร์ ( ที่ ไม่ใช่ ฮี โรมาร์เวล) ขนาด นักแสดง ยัง จำต้อง กล่าวว่า “โลก ทั้งยัง ใบบอกว่า ต้อง

ปล่อยตัวพวก ชิคาโก ทั้ง 7 คน โดยไม่นับ ผม ซะ อย่างงั้น”

ฝีมือการเขียนบทและกำกับด้วยตนเองเรื่องที่ 2 ของ แอรอน ซอร์กิน หลังจาก Molly’s Game

ถ้าถอดเหตุการณ์จริงในปี 1968 และภาพการเมืองที่ขัดอคติผู้ชมต่างวัฒนธรรมการเมืองออก

ไป หนังเรื่องนี้ก็กล่าวได้ว่ามีเนื้อแท้พูดถึงมนุษย์ธรรมดาหลากหลายกลุ่ม หลากหลายความคิด

ที่ต่างดิ้นรนต่อสู้ตามความเชื่อของตนเอง

ภาพเหล่าแกนนำตัวจริงในประวัติศาสตร์

ทั้งนักศึกษาหัวก้าวหน้าบุคลิกดีความตั้งใจมาเต็ม แต่กลับอ่อนต่อโลกไปหน่อย (เอ็ดดี้ เรดเมย์

น) ยิปปี้เมายาบ้าอุดมการณ์กวนประสาทแต่ฉลาดลึกและมองโลกแตกฉาน (ซาช่า บารอน โค

เฮน) คนที่มาร่วมชุมนุมแล้วได้แต่สงสัยว่าทำไมถึงถูกจับมาเทียบเท่าแกนนำ และพ่อผู้แสนดีที่

ใฝ่หาสันติวิธีและต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบจนถึงหัวหน้าแก๊งฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง ก็ล้วนอยู่ใน

คอกจำเลยเดียวกัน โดยมีผู้ช่วยเป็นทนายจอมเก๋าที่ประหนึ่งแกนดัลฟ์ของกลุ่มฮอบบิตหัว

ขบถ (มาร์ก ไรแลนซ์)

หนังใด ๆ จะน่าลุ้น น่าสนุก ก็เพราะตัวร้ายดูเก่งฉกาจ สำหรับเรื่องนี้ตัวร้ายก็คือ ระบบอคติใน

สังคมที่มีอำนาจมหาศาลขนาดว่าสามารถ ยกเว้น กระบวนการยุติธรรมปกติทุกอย่างได้ จนการ

พิจารณาคดีนี้อื้อฉาวระดับประวัติศาสตร์ แถมมันยังอวตารร่างเป็นผู้พิพากษาชราที่หัวรั้นและ

ดึงดันแบบผิด ๆ

โดยฉากที่ฮาสุดและชัดเจนสุดฉากหนึ่ง คือผู้พิพากษาพยายามให้จำเลยคนหนึ่งชื่อ เดอร์ลิง

เจอร์ให้ได้ทั้งที่เขาชื่อเดลลิงเจอร์ และแม้เจ้าตัวเอง ทนายจำเลย อัยการต่างก็พยายามแก้ให้

ถูก แต่แกโนสนโนแคร์ให้เสมียนศาลจดไปว่าชื่อเดอร์ลิงเจอร์เอาจนได้ แล้วฉากหลังจากนั้น

ทนายจำเลยก็ปรึกษากันเองว่าจะให้จ้างจิตแพทย์เชี่ยวชาญด้านผู้สูงวัยมานั่งฟังพิจารณาคดีวัน

หลังด้วย เพื่อประเมินอาการทางจิตของผู้พิพากษา (บทอย่างปั่นเลย)

แฟรงก์ แลงเจลลา ที่เคยเข้าชิงออสการ์ในบทนิกสันจาก Frost/Nixon มารับบทผู้พิพากษาที่โคตรน่าหมั่นไส้ได้น่าจดจำมาก ๆ

แล้วนอกจากอวตารเป็นผู้พิพากษาแล้ว ภาคเจ้าหน้าที่รัฐก็ใช่ย่อยส่งตำรวจนอกเครื่องแบบไป

ปะปนแถมล่อลวงผู้ชุมนุมให้กระทำผิดกฎหมาย อย่างเช่น เสนอขายกัญชาให้เป็นต้น จนว่าเมื่อ

มีการขึ้นศาล ได้มีการเบิกพยานเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบมาเป็นพยานถึง 30 กว่าปาก และ

ช็อตความฮาคือจำเลยสองคนหันมาคุยกันว่า “ตำรวจปลอมตัวเยอะขนาดนี้ เป็นไปได้มั้ยว่า ที่

ผ่านมาพวกแกนนำพาตำรวจนอกเครื่องแบบกว่าหมื่นนายไปชุมนุม (แทนที่จะเป็นประชาชนจริง

ๆ)” (ปั่นดีอีกแล้ว)

และความสนุกที่สุดมันอยู่ตรงหนังเหมือนจะแทนสายตาผู้ชมผ่านตัวละคร ริชาร์ด ชูลต์ส ที่มี โจ

เซฟ กอร์ดอนเลวิตต์ เล่น แต่พี่แกกลับเป็นหัวหน้าอัยการผู้ฟ้องจำเลยที่เป็นมือไม้ของฝั่งรัฐนี่ล่ะ

แถมหน้าแกจะประมาณ “ตูมาทำอะไรอยู่ตรงนี้” หรือแบบ “ศาลเอียงขนาดนี้ไม่ต้องใช้ตูก็น่าจะ

ชนะมั้ง” ตลอดเวลา เพราะส่วนตัวแกไม่เห็นด้วยในการฟ้องร้องกลุ่มผู้ชุมนุม แถมบ่นไม่ได้กับผู้

พิพากษาประสาทแตกเพราะมองในแง่ความเป็นมืออาชีพ ฝั่งตัวแกก็ได้ประโยชน์ คือแกรับบท

ไปตามหัวโขนที่ใส่ล่ะ มันเลยย้อนแย้งประหลาด ๆ ดีหนังมีฉากมัน ๆ ปั่น ๆ เยอะมาก สายตลก

ร้ายฮาขมขื่นได้สนุกแน่ แถมครึ่งหลังพลิกกลายเป็นซึ้งดราม่า ๆ แล้วตบท้ายด้วยฟีลกู้ดได้ไปอีก

เอาเป็นว่าไม่ต้องอินการเมืองบ้านไหน ดูเรื่องนี้ก็บันเทิงได้ล่ะ ส่วนใครอินการเมืองบ้านนี้ดูก็จะ

เห็นฝั่งฝ่ายต่าง ๆ มีร่างจำลองอยู่ในหนังเรื่องนี้ไม่มากก็น้อยทีเดียว

ดูหนังออนไลน์