ภาพยนต์เรื่อง The Midnight Sky

The Midnight Sky

The Midnight Sky เป็นเรื่องราวหลังจากหายนะลึกลับที่ทำลายล้างโลกและเผ่าพันธุ์มนุษย์ นักวิทยาศาสตร์ประจำสถานีอาร์กติก (จอร์จ คลูนีย์) พยายามที่จะเตือนนักบินอวกาศที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในห้วงอวกาศ (เฟลิซิตี โจนส์) และลูกเรือของเธอ ถึงอันตรายในการย้อนกลับมายังโลก ในช่วงเวลาที่กำลังเผชิญหน้ากับการสูญสิ้นของเผ่าพันธุ์ ความเป็นมนุษย์ได้กระตุ้นให้พวกเขาติดต่อกัน แม้จะอยู่ห่างไกลกันหลายปีแสง เพื่อเชื่อมโยงผู้รอดชีวิตของมนุษยชาติไว้ด้วยกัน

The Midnight Sky
.
นอกจาก จอร์จ คลูนีย์ จะนำแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว เขายังรับหน้าที่กำกับภาพยนตร์อีกด้วย และได้ มาร์ค แอล.สมิธ (Mark L. Smith) รับหน้าที่เขียนบท โดยดัดแปลงมาจากนิยายของ ลิลลี่ บรูคส์-ดาลตัน (Lily Brooks-Dalton) เรื่อง Good Morning, Midnight ที่ได้รับรางวัลนิยายแนว Post-Apocalyptic (วรรณกรรมที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโลกหลังภัยพิบัติหรือสงคราม) เมื่อปี 2016
.
นี่คือผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของ Netflix จาก Smokehouse Pictures บริษัทผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 โดยจอร์จ คลูนีย์และแกรนท์ เฮสลอฟ โดยเป็นบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเรื่อง Argo
.
นอกจากนี้  (สัญญาณสงัด) ยังรวบรวมนักแสดงมากฝีมือไว้อีกคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น เฟลิซิตี โจนส์ (Felicity Jones) นักแสดงสาวผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากเรื่อง The Theory of Everything, เดวิด โอเยโลโว (David Oyelowo) ผู้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ จากเรื่อง Selma, ไคล์ แชนด์เลอร์ (Kyle Chandler) เจ้าของรางวัลเอมมี่ อวอร์ด จากเรื่อง Friday Night Lights และ เดเมียน บิเชอร์ (Demián Bichir) ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากเรื่อง A Better Life ร่วมด้วย ทิฟฟานี บูน (Tiffany Boone)

ภาพยนตร์ The Fast and the Furious

เร็ว..แรงทะลุนรก ซิ่งแหกพิกัดโตเกียว

เร็ว..แรงทะลุนรก ซิ่งแหกพิกัดโตเกียว

เร็ว..แรงทะลุนรก ซิ่งแหกพิกัดโตเกียว (อังกฤษ: The Fast and the Furious: Tokyo Drift) เป็นภาพยนตร์โลดโผน/อาชญากรรม/แข่งรถลำดับที่ 3 ในชุดเดอะฟาสต์แอนด์เดอะฟิวเรียส กำกับโดย จัสติน ลิน เขียนบทโดย คริส มอร์แกน นำแสดงโดย ลูคัส แบล็ค และ ซุง กัง โดยในภาคที่ 3 จะเป็นเหตุการณ์ต่อจากภาคที่ 6 เข้าฉายเมื่อปี ค.ศ. 2006

เรื่องย่อ

ขอต้อนรับสู่ยุคของพวกวัยรุ่นนอกคอกที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกของการซิ่งบนถนนหลวง เป็นการรุกเข้าสู่โลกแห่งการซิ่งรถที่ถูกปิดซ่อนไว้ของนครโตเกียว ที่ซึ่งเทรนด์ล่าสุดที่ถือกำเนิดจากญี่ปุ่นกำลังเข้าครอบงำโลก นั่นคือการซิ่งที่เรียกว่า “ดริฟต์”

รถแรง หญิงงามสุดเซ็กซี่ในเขตแดนต้องห้าม และการซิ่งดริฟต์ที่กลายเป็นหัวใจของส่วนผสมอันลงตัวนี้ สไตล์การซิ่งที่สุดโดดเด่นของญี่ปุ่นได้สร้างนักซิ่งรูปแบบใหม่ที่ต้องใช้เทคนิคผสมผสานไปกับความเร็วแบบท้าความตาย ที่ซึ่งการควบคุมในโลกที่ไม่มีสิ่งใดควบคุมได้คือสิ่งสำคัญยิ่งกว่าการเข้าเส้นชัย

ถึงแม้การออกไปซิ่งรถตามถนนหลวงจะเป็นหนทางหลบหนีให้พ้นจากบ้านที่ไร้ความสุขและโลกอันสุดฉาบฉวยรอบๆ ตัวสำหรับหนุ่มน้อยนอกคอกที่ชื่อ ฌอน บอสเวลล์ (ลูคัส แบล็ค) แต่การเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซิ่งทำให้เขาไม่เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าเจ้าหน้าที่บ้านเมือง หลังจากอุบัติเหตุครั้งล่าสุด และเพื่อหลีกเลี่ยงการต้องไปกินข้าวแดงในคุก เพราะข้อหาเดิมๆคือ ทำลายทรัพย์สินโดยเจตนา แถมยังเป็นเยาวชนอยู่ ฌอนจึงถูกส่งตัวไปให้อยู่กับพ่อที่ห่างเหินของเขาที่เป็นทหารประจำการอยู่ในโตเกียว

บัดนี้ ฌอนที่กลายเป็นไกจิน (พวกคนนอก,คำแสลงของคนญี่ปุ่นมักเรียกพวกฝรั่งยุโรป หรือคนอเมริกันตาน้ำข้าวอย่างฌอน แปลว่า ‘ไอ้หรั่ง’ เป็นต้น) อย่างเป็นทางการ รู้สึกว่าเขายิ่งถูกปิดกั้นในดินแดนแห่งขนบธรรมเนียมและความมีศักดิ์ศรีแบบต่างถิ่น แต่หลังจาก ทวิงกี้ (บาว วาว) เพื่อนซี้ชาวอเมริกันของเขา แนะนำให้เขารู้จักกับโลกใต้ดินของการซิ่งดริฟต์ ซึ่งเป็นการสร้างสมดุลระหว่างความเร็วและการเลี้ยวเลื้อยซิ่งไปตามทางโค้งและเส้นทางวกวนที่ทำ ให้หัวใจหยุดเต้นเอาได้ง่ายๆ ฌอนเกิดติดใจและพาตัวเองมาเจอปัญหาอีกเช่นเคย การซิ่งเพื่อความมันแบบเดิมถูกแทนที่ด้วยรูปแบบการซิ่งแบบใหม่ ซึ่งเข้ากันดีทีเดียวกับนิสัยหัวรั้นของฌอน

ครั้งแรกที่ออกไปซิ่ง ฌอนได้เจอกับ ดีเค (ไบรอัน ที) “ราชาแห่งการซิ่งดริฟต์” แชมป์ซิ่งรถที่เกี่ยวพันกับพวกยากูซ่า แก๊งค์มาเฟียญี่ปุ่นโดยไม่รู้ตัว ความพ่ายแพ้ของฌอนมาพร้อมกับราคาสูงลิ่วเมื่อเขาถูกบังคับให้ต้องทำงานใช้หนี้ภายใต้การดูแลของ ฮาน (ซ็อง คัง) ในไม่ช้า ฮานต้อนรับฌอนเข้าสู่ครอบครัวของเขาและแนะนำให้ฌอนได้รู้จักกับกฎในการดริฟต์ของแท้ แต่เดิมพันสำหรับฌอนและการซิ่งของเขายังคงสูงลิ่ว เมื่อพวกเขาเรียนรู้ที่จะยกระดับการซิ่งจนกลายเป็นศิลปะรูปแบบหนึ่ง พวกเขาจะต้องขับรถซิ่งที่ผ่านการปรับแต่งไปตามท้องถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนใจกลางกรุงโตเกียวด้วยความเร็ว ลัดเลาะเลื้อยไปตามทางโค้งแคบด้วยเสียงขูดขีดของโลหะและกลิ่นยางไหม้ร้อนฉ่า

แต่เมื่อฌอนเกิดตกหลุมรัก นีล่า (นาธาลี เคลลี่) แฟนสาวของดีเค เหตุการณ์สุดระห่ำต่างๆ เริ่มบานปลายจนหยุดไม่อยู่ กระตุ้นอารมณ์จนถึงจุดไคลแม็กซ์ด้วยการเผชิญหน้าที่มีเดิมพันสูงลิ่วกับศัตรู บทลงโทษสำหรับผู้พ่ายแพ้ คือการโดนเนรเทศไปจากโตเกียวตลอดกาลโดย คามาตะ หัวหน้าแก๊งค์ยากูซ่า ซึ่งมีศักดิ์เป็น ลุงของดีเค (ซันนี่ ชิบะ) ถ้าพวกเขามีชีวิต รอดจากการซิ่งได้ เมื่อศักดิ์ศรีถูกท้าทาย และฝีมือในการซิ่งถูกผลักดันไปถึงขีดสุด โดยมีผู้ชนะเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้รับตำแหน่งแชมเปี้ยนใน The Fast and the Furious: Tokyo Drift

รีวิวหนังเรื่อง The King  ของNetflix กับ สงคราม 100 ปี อังกฤษ-ฝรั่งเศส

รีวิวหนังเรื่อง The King  ของNetflix กับ สงคราม 100 ปี อังกฤษ-ฝรั่งเศส

The King Netflix

The King Netflix ภาพยนตร์ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการเชิดชูวีรกรรมของ พระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 (Henry V) ซึ่งเป็นกษัตริย์อังกฤษผู้เข้าร่วมในสงคราม 100 ปี อังกฤษ-ฝรั่งเศส และมีชื่อเสียงมากในบรรดากษัตริย์ของอังกฤษ

The King เป็นผลงาน กำกับ และ เขียนบท โดย David Michôd ซึ่งเข้าใจว่านี่คือผลงานกำกับเต็มตัวเองเรื่องแรก หลังจากเคยทำหน้าที่เป็นคนเขียนบทให้กับผลงานอย่าง Animal Kingdom, The Rover, War Machine (ทั้งหมดสามารถรับชมได้ทาง Netflix)

สำหรับ The King นับว่าเป็นผลงานที่ดัดแปลงและอ้างอิงเนื้อหามาจาก Henry V บทละครเรื่องยิ่งใหญ่ของ วิลเลียม เช็คสเปียร์ กวีชื่อดังชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานอมตะมากมายไว้ให้โลก ไม่ว่าจะเป็น Romeo & Juliet, Hamlet, The Midsummer Night Dream ฯลฯ

เรื่องย่อ

เรื่องราวในหนังจะเริ่มจับเหตุการณ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 14-15 ในยุคสมัยที่ อังกฤษ และ ฝรั่งเศส กำลังทำสงคราม 100 ปี โดยจะบอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่สมัยยังเป็น เจ้าชาย เฮนรี่ “ฮัล” (รับบทโดย ทิโมธี ชาลาเม็ต) โอรสองค์โตของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 กษัตริย์แห่งอังกฤษ ซึ่งเป็นเจ้าชายที่มีอุปนิสัย เสเพล ชอบการดื่มสุรา และผู้หญิง และยังมีความขัดแย้งกับบิดาตนเอง ทำให้ตำแหน่งรัชทายาทไปอยู่กับโธมัสที่เป็นน้องชาย แม้ว่าที่จริงแล้วเจ้าชายเฮนรี่จะเป็นคนหนุ่มที่มีความสามารถ ทั้งในด้านการทำสงครามและทัศนคติทางการเมืองที่แตกต่างจากบิดาตนเอง

สำหรับสถานการณ์ของอังกฤษในเวลานั้น กำลังเผชิญหน้ากับการลุกฮือก่อกบฏภายในจากสก็อตแลนด์และเวลส์ ในขณะที่พระเจ้าเฮนรี่ที่ 4 ล้มป่วยและสิ้นลง เจ้าชายโธมัสก็เสียชีวิตในสนามรบ ทำให้ เจ้าชายเฮนรี่ ผู้ซึ่งไม่ได้ตั้งใจจะขึ้นเป็นกษัตริย์ ได้รับสืบทอดราชบัลลังก์ต่อมาแล้วกลายเป็น พระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 เรื่องราวจึงได้เริ่มขึ้น

เรื่องราวในหนังช่วงแรกจะโฟกัสที่ความขัดแย้งภายในของอังกฤษ ซึ่งเฮนรี่ต้องเผชิญตั้งแต่ยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์ เมื่อเขาขึ้นเป็นกษัตริย์ตั้งแต่ยังหนุ่ม ก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาหลายอย่างด้วยมุมมองและวิธีการที่แตกต่างจากบิดาตนเอง

ส่วนในช่วงที่สอง ซึ่งถือว่าเป็นเส้นเรื่องหลักอีกเส้น ก็คือความขัดแย้งกับฝรั่งเศส ซึ่งมีโดแฟ็งแห่งฝรั่งเศส (รับบทโดย โรเบิร์ต แพททินสัน พระเอกดังจาก ทไวท์ไลท์) เป็นคู่ปรับคนสำคัญ

สำหรับปัญหาของหนังคือ การเล่าเรื่องราวในช่วงนี้ ไม่ได้ปราณีกับคนดูที่ไม่ได้ทราบพื้นหลังภายในอังกฤษเวลานั้นเอาซะเลย แม้ว่าตัวหนังจะมีการเดินเรื่องที่ค่อนข้างกระชับ แต่มันกลายเป็นข้อเสียสำหรับคนที่ไม่ได้ทราบประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นมาบ้าง จะมีปัญหาพอสมควร เพราะเรื่องไม่ได้มีการปูพื้นให้คนดูทราบเรื่องความขัดแย้งต่าง ๆ ในอังกฤษ รวมถึงกับฝรั่งเศสมากนัก

ปัญหาอีกจุดที่เกิดขึ้นคือ การปูเรื่องราวส่วนตัวของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 ซึ่งพบว่าตัวหนังไม่ได้ทำให้คนดูรู้สึกเกิดความน่าเชื่อถือนักว่า เจ้าชายหนุ่มจอมเสเพลและปลงโลกจากในช่วงต้นเรื่อง ในเวลาเพียงไม่นาน เขากลับกลายมาเป็นนักการทหาร นักรบ และนักการเมืองชั้นยอดได้ยังไง ซึ่งทั้งหมดนี้กลับใช้เวลาภายในไม่กี่ฉากของหนังเท่านั้น แต่ตรงนี้ก็พอเข้าใจได้ว่า เพราะตัวหนังเองไม่มีเวลาปูเรื่องนี้ตรงนี้มากนัก เนื่องจากความขัดแย้งและสถานการณ์ภายในตัวหนังเองก็มีความซับซ้อน และโดยบริบทของเรื่องเองก็ไม่ได้ให้เวลาตัวละครตั้งหลักมากอยู่แล้ว เมื่อเจ้าชายหนุ่มคนนี้ต้องขึ้นมาเป็นกษัตริย์ปกครองอังกฤษในช่วงเวลาที่ยำแย่ และปัญหามากมายจากสมัยของพระบิดา

นอกจากนี้ ตัวหนังยังมีการดัดแปลงประวัติศาสตร์บางอย่าง ดังนั้นถ้าจะเอาความถูกต้องทางประวัติศาสตร์จากในหนังเรื่องนี้คงทำไม่ได้

มีจุดที่หนังทำออกมาได้ค่อนข้างดิบดี นั่นคือฉากดวลกันระหว่าง เจ้าชายเฮนรี่ กับ ฮอตสเปอร์ ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นเรื่อง เป็นฉากการดวลกันระหว่างอัศวินในชุดเกราะเหล็กที่ทำออกมาได้ชวนน่าขบขัน ปนสังเวช ของอัศวินในชุดเกราะสองคนที่ต่อสู้ตะลุมบอนกันในระดับมวยวัด เรียกว่าเทคนิคชั้นเชิงในฐานะนักดาบหรืออัศวินแทบไม่ต้องมีกันเลย แต่ก็ถือว่าเป็นความกล้าของทีมสร้างที่ทำให้ฉากนี้ออกมาดูมีความดิบ และสมจริงอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งเป็นสิ่งตรงกันข้ามของฉากดวลดาบระหว่างยอดอัศวินในหนังที่ใช้ฉากแนวยุคกลางเรื่องอื่น ๆ ซึ่งฉากสงครามในช่วงท้ายเรื่อง ก็ถือว่าเป็นจุดที่ทำได้ดี

แต่ข้อด้อยร้ายแรงของหนังเรื่องนี้คือ งานภาพ และโปรดักชั่น ที่ไม่รู้ว่าหลายฉากจะทำให้งานภาพของหนังมันมืดเกินไปไหน รวมถึงการกำกับภาพบางจุดที่ไม่ได้ช่วยให้ขับเน้นพลังของนักแสดงออกมาอย่างที่ควรเลย

ส่วนการแสดงของ โรเบิร์ต แพททิสัน ที่ต้องมารับบท โฟแด็งแห่งฝรั่งเศส ซึ่งถือว่าเป็นศัตรูคู่ปรับของเฮนรี่ในเรื่องนี้ ก็ได้ปล่อยพลังการแสดงออกมาได้ยอดเยี่ยม จนเราสามารถพูดได้เต็มปากว่าเขาสลัดภาพลักษณ์ของ แวมไพร์หนุ่มจากในเรื่องทไวไลท์ออกไปได้หมดจดเลยทีเดียว

สรุปในภาพรวมแล้ว หนังเรื่องนี้น่าจะเข้าถึงและอินได้มากสำหรับคอหนังประวัติศาสตร์อังกฤษในยุคกลาง หรือคนที่มีพื้นความรู้เกี่ยวกับยุคสมัยนั้นมาบ้าง รวมถึงคนที่ชื่นชอบเรื่องราวของ พระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 หรือ Henry V ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งของอังกฤษ ซึ่งตรงนี้ความเห็นส่วนตัวผู้เขียนรู้สึกเสียดายเล็กน้อยว่า ถ้าสร้างออกมาเป็นซีรีส์ หรือเป็นลิมิเต็ดซีรีส์ ที่มีความยาว 6-8 ตอน แล้วสร้างสัก 2-3 ซีซัน เราอาจจะได้สุดยอดซีรีส์แนวอิงประวัติศาสตร์ยุคกลางออกมาอีกเรื่องเลยก็ว่าได้ ซึ่งแม้ว่าตัวหนังจะทำได้ดี แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่พอสมควร

นอกจากนี้ถ้าหากไม่ใช่คอหนังแนวนี้ เชื่อว่าจะมีปัญหาในการรับชมพอสมควรครับ เพราะตัวหนังก็ไม่ใช่แนวสงครามย้อนยุคอลังการจัดเต็มแบบหนังขึ้นหิ้งอย่าง Kingdom of Heaven และก็ไม่ใช่แนวอีพิคยอดคนแบบ Brave Heart, Gladiator, 300 ซะด้วย แต่ถ้าเป็นแฟน ๆ ที่อยากดูการแสดงของ โรเบิร์ต แพททิสัน ซึ่งถือว่าทำได้เกินคาดมาก และสนใจบริบททางประวัติศาสตร์และความขัดแย้งของอังกฤษและฝรั่งเศสในสมัยนั้น ไปจนถึงรูปแบบการทำสงครามของเหล่าอัศวินที่มีความดิบ เรียล ก็สามารถลองรับชมกันดูได้ทาง Netflix  ดูหนังออนไลน์

รีวิวซีรีย์เกาหลี 2021 : Taxi Driver ที่มาแรงแซงทางโค้งตอนนี้ 

รีวิวซีรีย์เกาหลี 2021 : Taxi Driver ที่มาแรงแซงทางโค้งตอนนี้ 

ดูดีไหม ? Taxi Driver (2021) | แท็กซี่ VIP พร้อมปิดบัญชีแค้น

ซีรีส์ที่มาแรงแซงทางโค้งในตอนนี้จะเป็นเรื่องอะไรไม่ได้อีกแล้วนอกจาก Taxi Driver ถึงแม้จะออกอากาศมาเพียง 4 ตอนแต่สามารถเรียกเรตติ้งไปได้มากถึง 15.6%!!!  ซึ่งคิดเทียบจำนวนผู้ชมในเกาหลีใต้ในตอนดังกล่าว จำนวนผู้ชมตอนนี้จึงมีมากถึง 3.117 ล้านคนเลยทีเดียว เรียกได้ว่าซิ่งแรงแซงทางโค้งเรื่องอื่นๆแบบไม่เห็นฝุ่น และเรื่องนี้ยังเป็นการกลับมารับบทนำซีรีส์ในรอบ 3 ปี ของนักแสดงอีเจฮุนอีกด้วย บอกได้คำเดียวว่าปังมากกก งานดีงานพรีเมี่ยม ไม่ดูไม่ได้!

axi Driver เป็นซีรีส์อีกเรื่องในปีนี้ที่สร้างมาจากเว็บตูนที่ชื่อว่า โมบอมเท็กชี (모범택시) ผลงานของนักเขียนคาร์ลอส และนักวาดอีแจจิน เมื่อถูกนำมาเนรมิตให้กลายเป็นซีรีส์สุดมันส์ในล็อตที่ 2 ของไตรมาสนี้ก็ได้นักเขียนบทโอซังโฮ นักเขียนบทสายหนังแอคชั่นเจ้าของผลงาน Codename: Jackal (2012) , Fabricated City (2017) และได้ผู้กำกับอย่าง พัคจุนอู จากซีรีส์เรื่อง Doctor Detective มาร่วมทีมในการรังสรรค์ Taxi Driver ให้ออกมาพรีเมี่ยมที่สุด

เมื่อกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์ไม่จริง กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถทวงคืนความเป็นคนคืนให้พวกเขาได้ เสียงกรีดร้องและความทุกข์ทรมาณที่ไม่มีใครได้ยิน ความเจ็บปวดที่เดินทางมาถึงจุดสูงสุดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่แล้วแสงสว่างหนึ่งเดียวท่ามกลางชีวิตที่มืดมนก็ได้ปรากฎขึ้น Rainbow taxi company “อย่าตาย แก้แค้นสิ เราจัดการให้เอง” ฮีโร่สายดาร์กจะมาช่วยคุณปิดบัญชีแค้นให้อย่างสาสมเอง!

จางซองชอล (รับบทโดย คิมอึยซอง) ประธานมูลนิธินกสีฟ้าที่คอยช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมรุนแรงที่ถูกทำร้ายอย่างไม่เป็นธรรมรวมไปถึงดูแลและเยียวยาครอบครัวของเหยื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติอีกครั้ง เจ้าของบริษัท Rainbow taxi company ที่เบื้องหลังมีบริการพิเศษให้กับลูกค้าอย่างการ ‘รับแก้แค้น’ โดยคนขับแท็กซี่ระดับ VIP คิมโดกี (รับบทโดย อีเจฮุน) อดีตทหารหน่วยรบพิเศษจู่โจมใต้น้ำ ที่มีความแค้นฝังหุ่นกับพวกคนไร้อารยธรรมเพราะแม่ของเขาถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมทำให้เขาผันตัวมาเป็นคนขับแท็กซี่ระดับ VIP

นอกจากนี้ยังมีตัวจี๊ดในทีมอีก 3 คนหน่วยซัพพอร์ตในแต่ละภารกิจให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี อันโกอึน (รับบทโดย พโยเยจิน) แฮกเกอร์สาวที่สามารถทำได้ทุกอย่างไม่ว่าจะแฮกกล้องวงจรปิด ค้นหาข้อมูลลับ ดักฟัง หรือเรื่องอื่นๆที่ล้ำกว่านี้เธอก็ทำได้ ชเวคยองกู (รับบทโดย จางฮยอกจิน) และพัคจินอึน (รับบทโดย แบยูรัม) วิศวกรที่ทำทุกอย่างให้เธอแล้วนอกจากจะคอยดูแลดัดแปลงรถแท็กซี่ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอก็มักจะคอยปลอมตัวเพื่อเป็นตัวล่อเหยื่อในทุกๆภารกิจ

บอกได้คำเดียวว่าปังงงงง!!!! งานดีงานพรีเมี่ยม โคตรสนุก โคตรมันส์ค่ะ 1 ชั่วโมงกลายเป็น 20 นาทีได้ง่ายๆเพราะดูเพลินมากกกกก เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อนเพราะเป็นการตามแก้แค้นแบบรายต่อราย โดยเรื่องราวของ 1 ภารกิจจะเริ่มต้นและจบลงภายใน 2 ตอน (4 พาร์ท) แต่ถึงอย่างนั้นก็มีปมใหญ่ให้เราติดตามกันไปเรื่อยๆไม่ว่าจะการพยายามสืบหาความจริงเกี่ยวกับการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของเหล่าอาชญากรที่ทุกครั้งจะต้องมี Taxi VIP เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ ของอัยการคังฮานา (รับบทโดย อีซม) อัยการสาวที่รักความยุติธรรมและสุดแสนจะเที่ยงตรง

การดำเนินเรื่องของเรื่องนี้ไม่มีการมาเกริ่นนำเอื่อยๆ เฉื่อยๆแน่นอนค่ะเพราะเปิดตัวมาตอนแรกก็พาเราดำดิ่งไปกับเคสแรกสุดสะเทือนใจทันที เรื่องราวของ มาเรีย ผู้พิการที่บกพร่องทางสติปัญญาระดับ 3 ที่ถูกนักสังคมสงเคราะห์หลอกให้ไปทำงานในโรงงานอาหารทะเลที่เบื้องหน้าบอกว่าเป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่จะเข้ามาช่วยในเรื่องของการจ้างงานคนพิการ แต่แท้จริงแล้วมาเรียและคนงานอื่นๆกลับถูกทรมาณสารพัด นอกจากนี้เธอยังถูกล่วงละเมิดทางเพศและถูกยักยอกเงินจากการถูกให้ทำประกันชีวิตไว้กับนักสงคมสงเคราะห์อีกด้วย ไม่ว่าเธอจะพยายามหนีออกไปเท่าไหร่ก็ไม่มีทางที่เธอจะหนีออกจากนรกแห่งนี้ได้เลย แม้แต่ตำรวจในท้องที่ก็เป็นพวกเดียวกันหมด ทางออกสุดท้ายที่เหลืออยู่เธอจึงเลือกที่จะฆ่าตัวตายแต่แล้วเธอก็ได้เห็นนามบัตรของ Rainbow taxi เข้าการแก้แค้นจึงเริ่มต้นขึ้น! ดูหนังออนไลน์

 รีวิวซีรีย์จีน You are my glory : ดุจดวงดาวเกียรติยศ

รีวิวซีรีย์จีน You are my glory : ดุจดวงดาวเกียรติยศ

ปักหมุด 5 ซีรีส์จีนน่าดูปี 2021 !! | TrueID In-Trend

ซีรีส์จีน 2021 เรื่องแรก กับเรื่องราวที่สร้างจากนิยายดัง You are my glory : ดุจดวงดาวเกียรติยศ เป็นเรื่องราวของ เฉียวจิงจิง นักแสดงหญิงสาวสวยสุดเพอร์เฟคที่เข้ามาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับเกมชื่อดังอย่าง MOBA แต่เพราะเธอเล่นเกมส์ได้แย่มากจึงเป็นจุดเริ่มต้นของโชคชะตาที่พาให้เธอกลับมาพบกับ อวี๋ถู่ ที่ต้องกลายมาเป็นโค้ชให้กับเธออย่างช่วยไม่ได้ แต่ใครจะรู้ว่าในอดีตเขาเป็นหนุ่มเทพเกมที่เธอเคยสารภาพรักแต่กลับถูกปฏิเสธ! เมื่อความใกล้ชิดของทั้งคู่ก่อเกิดเป็นความผูกพัน เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ทั้งสองจะได้ลงเอยกันหรือเปล่าต้องรอชมกันค่ะ

เราชอบความละมุนของเรื่องราวของคนสองคนที่ทำงานกับคนละแบบ อยู่กับแทบจะคนละโลก แต่โลกกลับดึงพวกเขาให้ได้กลับมาเจอกัน และความซนของจิงจิงที่เป็นฝ่ายเข้าหาอวี๋ถู คนที่เธอแอบชอบสมัย ม.ปลาย และตื๊อให้เขามาสอนเธอเล่นเกมเพราะเธอจะเสียหน้าในฐานะพรีเซ็นเตอร์ของเกมนี้ไม่ได้
จากคนที่แทบจะไม่เคยได้คุยกันในสมัย ม.ปลาย (เพราะท่านเทพอวี๋ถูหมกมุ่นกับการเรียนเหลือเกิน ชวนคุยก็ไม่ยอมตอบ) พอได้โอกาสมาได้อยู่ด้วยกัน ได้รู้จักโลกของอีกคนในแบบที่ไม่เคยคิดมอง และต่างฝ่ายต่างโสดมานานแล้ว ความรู้สึกต่างๆ มันเลยเริ่มก่อตัว
คนอ่านอ่านแล้วก็รู้สึกละมุน หัวใจหวิวๆ ก็อวี๋ถูกับจิงจิงช่างน่ารัก!!
ในสายตาของจิงจิง : ท่านเทพก็ยังเหมือนเดิม หล่อแบบไม่หัก ความสามารถรอบตัว เรื่องงานก็ดี เรื่องเกมก็เก่ง เธอสามารถพึ่งพาและไว้ใจเขาได้ และแค่อยู่ใกล้ๆเขา เธอก็ยังหวั่นไหวเหมือนเดิม
ในสายตาของอวี๋ถู : เจ้าหญิงของประเทศมาขอให้เขาสอนเล่นเกม เขาได้รู้จักเธอในแบบที่เมื่อก่อนไม่เคยมองให้ดีดี เขารู้ว่าเธอว่าง่าย ซุกซน และขี้อ้อนมาก ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะรู้จักเขาได้ดีขนาดนั้น และหลายๆอย่างที่เธอแสดงออกทำให้เขารู้ว่ามีบางสิ่งที่กำลังก่อขึ้น แต่เขาไม่อยากจะยอมรับ ก็ทั้งคู่ช่างมีชีวิตที่แตกต่างเหลือเกิน
รีวิวมาขนาดนี้ต้องรู้แล้วว่า กว่าจะลงตัวมันไม่ง่ายเลย ความแตกต่างของสังคม หน้าที่การงาน เงินในการใช้ชีวิตทุกอย่างมีผลกับความรัก เพราะทุกคนไม่สามารถอยู่ได้เพียงอาศัยแค่ความรัก .. 😢
หนังสือจะพาเราเสียใจร่วมกับจิงจิง และเศร้าไปกับความรู้สึกของอวี๋ถู และอบอุ่นเมื่อสุดท้ายเขาก็รู้ว่าต้องยอมรับว่าจิงจิงคือคนที่เกาะกุมหัวใจเขาไว้แล้ว และจะต้องหาทางเพื่อให้เธอกลับมา [มันดีมากกกก!!]
เราจะได้เห็นคุณอวี๋ในมุมของชายหนุ่มผู้โรแมนติค และสาวน้อยผู้ขี้งอน คิดว่าเธอจะยอมคืนดีง่ายๆเหรอ (ที่อ่านมาก็ไม่ยากมากนะจิงจิง แต่เราเข้าใจก็คุณอวี๋เขาดีซะขนาดนั้น 😆) ดุจดวงดาวเกียรติยศ

รีวิว After 2019 (Netflix) หนังรักพล็อตนิยายแจ่มใส! ดูละแอบเคลิ้มกับพระเอก!!

รีวิว After 2019 (Netflix) หนังรักพล็อตนิยายแจ่มใส! ดูละแอบเคลิ้มกับพระเอก!!

 After (2019)

มาอีกแล้วสำหรับหนังแนวโรมานซ์ของ Netflix ซึ่งเป็นแนวถนัด พอจะคาดหวังได้ สำหรับ After 2019  นี้ตอนแรกเราเห็นตัวอย่างแล้วเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกว่าแปลกใหม่อะไร ดูพล็อตธรรมดา โรแมนติกดราม่า แต่ได้ยินเสียงรอบด้านบอกว่าแม้พล็อตจะเฉยๆ แต่ก็สนุกดี มีความเป็นนิยายแจ่มใสฉบับผู้ใหญ่ ความเป็น 50 Shades of Grey ฉบับเด็กวัยรุ่น ก็ว่ากันไป เราเลยลองกดดู

After เล่าเรื่องของเทสซา (Josephine Langford) หญิงสาวเรียบร้อยที่ต้องย้ายเมืองไปเรียนมหา’ลัยปีแรก เธออยู่กับแม่มาตลอด โดยมีโนอาห์ (Dylan Arnold) เป็นแฟนที่รู้จักกันมาตั้งแต่ 5 ขวบ (เอ่อ…) เมื่อเธอเข้าสังคมมหา’ลัย ก็ได้เจอกับกลุ่มเพื่อนใหม่ที่จะเรียกว่าเพื่อนก็เรียกไม่ได้เต็มปาก เอาเป็นว่าพวกเขามีชีวิตที่ค่อนข้างต่างจากเทสซา นั่นคือเป็นกลุ่มแก๊งที่ชอบปาร์ตี้ในขณะที่เทสซาจะเป็นเด็กเนิร์ดอ่านหนังสืออยู่บ้าน แต่แล้วเทสซาก็ได้เจอกับฮาร์ดิน (Hero Fiennes Tiffin) หนุ่มหล่อลุคแบดบอยที่แวบแรกเธอไม่ถูกชะตาเอาซะเลย แต่ไปๆ มาๆ พอได้มาใกล้ชิดกัน เธอก็โดนเสน่ห์ความหล่อความละมุนครอบงำเข้าเต็มๆ จนเผลอสานสัมพันธ์ แต่แล้วโนอาห์ล่ะเธอจะทำยังไง? แล้วฮาร์ดินเป็นคนดีจริงๆ รึเปล่า?

นี่มันพล็อตนิยายแจ่มใส!

อ่านแค่นี้ ก็รู้สึกแล้วว่านี่มันพล็อตนิยายแจ่มใสชัดๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวละครวัยรุ่นแนวสาวเนิร์ดกับหนุ่มแบดบอย, ความสมเหตุสมผลที่บางจุดก็เบาบางชวนเอ๊ะ หรือ พล็อตเรื่องที่เน้นเส้นความสัมพันธ์เป็นพิเศษ เรียกง่ายๆ ว่าวันๆ ตัวละครไม่ต้องทำอะไร ว้าวุ่นกับเรื่องรักอย่างเดียว เรื่องรงเรื่องเรียนเหรอไม่เหลือหัวให้คิดหรอก เอาเป็นว่าตัวหนังโฟกัสไปที่ความสัมพันธ์ของพระนางเป็นหลัก เรียกได้เต็มปากว่าหนังรักจริงๆ

พอไปสืบค้นที่มาของหนัง ก็ได้รู้ว่าจริงๆ แล้ว After เคยเป็นนิยายมาก่อน ถ้าให้สืบสาวไปยาวกว่านั้นอีกก็คือ เรื่องนี้เคยอยู่บน Wattpad มาก่อน ถ้าใครไม่รู้จัก มันคือแพลตฟอร์มนิยายคล้ายๆ เด็กดีบ้านเรานั่นแหละ พอเรากดเข้าไปดูแล้วอ่านสำนวนคร่าวๆ โอ้โห ฟีลแจ่มใสมาเลย แค่ไม่มีอีโมติคอนแค่นั้นแหละ

Good Girl Gone Bad. Nice Guy is Too Boring.

มาว่ากันที่ตัวละคร ตัวนางเอกอย่างเทสซานั้น เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบคลาสสิกของนิยายแจ่มใส คือเป็นเด็กสาวไม่รู้เดียงสา ใสๆ เนิร์ดๆ ชีวิตเรียบง่าย ไม่เที่ยวไม่ปาร์ตี้ ชอบอ่านหนังสือ คือเป็นตัวแทนของผู้หญิงหลายๆ คนเลย แต่แล้วเมื่อเจอฮาร์ดิน เธอก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป จากตอนแรกดูไม่ประสีประสา ตอนหลังๆ เป็นฝ่ายรุกพระเอกเฉย จนเราอดคิดไม่ได้ว่านางยังซิงแน่ๆ รึเปล่าวะ 555 คือเปลี่ยนไปมากจริงๆ ดูกล้าเสี่ยงขึ้น คงเพราะไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ในกรอบที่แม่วางไว้อีกต่อไปแล้ว

และนี่คงเป็นความนัยของชื่อหนัง After ที่แปลว่า “หลังจากนั้น” ในแง่นี้คือ หลังจากที่เจอฮาร์ดิน ชีวิตของเทสซาก็กลายเป็นนิยายที่เดาทางไม่ได้ จากก่อนหน้านั้นมีการวางแผนมาตลอด พอเจอฮาร์ดิน เธอเดาอะไรไม่ออกเลย ส่วนหนึ่งคงเพราะฮาร์ดินเองที่ทำตัวลึกลับ แต่อีกส่วนก็คือเธอพร้อมที่จะสยายปีกออกบินเองแล้ว ดูหนังออนไลน์

รีวิวความรู้สึกหลังจากที่ดู “Maleficent กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ภาค 1”

รีวิวความรู้สึกหลังจากที่ดู “Maleficent กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ภาค 1”

"Maleficent กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ภาค 1"

 สวัสดีเพื่อน ๆ นักอ่านที่น่ารักทุกคนนะคะ วันนี้พบกันครั้งแรกกับการรีวิวหนัง การรีวิวหนังของแอดมินในที่นี้ไม่ได้เป็นการเล่าเรื่องย่อ แนะนำนักแสดง ตัวละคร หรือสปอยหนังแต่อย่างใด แต่จะมารีวิวความรู้สึกที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ว่าดูแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง และหนังเรื่องนี้ให้ข้อคิดอย่างไร กับการรีวิวหนังภาพยนตร์เรื่อง “Maleficent กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ภาค 1” มาอ่านความรู้สึกของแอดมินกันเลยค่ะ

หลังจากการชมหนังภาพยนตร์เรื่องนี้นะ แอดมินมีความรู้สึกว่า ตัวเอกอย่าง Maleficent เป็นตัวละครที่น่าสงสารนะ นางร้ายอย่างมีที่มาที่ไป แต่จะร้ายยังไงก็น่าสงสารอยู่ดี ฮ่า ๆ โดยเริ่มแรกเลยมาเลฟิเซนต์ ตั้งแต่เป็นนางฟ้าตัวเล็ก ๆ ได้ไปพบรักกับมนุษย์คนหนึ่งชื่อ สเตฟาน และได้คบหากันมาเรื่อย ๆ จนกระทั้งตอนโตมาเป็นสาว จนโดนผู้ชายหักหลังไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่น เนื่องจากมีความโลภอยากจะเป็นพระราชา อีกยังโดนตัดปีกนางฟ้าสวย ๆ ของมาเลฟิเซนต์ไปอีก ทำให้มาเลฟิเซนต์เจ็บซ้ำใจยิ่งนัก จึงกลายเป็นนางฟ้าปีศาจ

ด้วยความแค้นของมาเลฟิเซนต์ เวลาผ่านไป สเตฟาน ได้มีลูกสาว ชื่อว่าออโรรา เลฟิเซนต์ไม่รอช้าและไปเยี่ยมเยือนสเตฟาน และอวยพรอันแสนวิเศษแก่ของสาวของเขา ออโรรา ว่าหากออโรราอายุครบ 16 ปี ขอให้เอานิ้วมือไปจิ้มเข็มเย็บผ้าและกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราในที่สุด มีเพียงรักแท้เท่านั้นที่จะแก้คำสาปได้

ผ่านไปเวลา 16 ปี ออโรราได้ต้องคำสาปของมาเลฟิเซนต์จนกลายเจ้าหญิงนิทรา และไม่มีใครแก้คำสาปให้นางได้นอกจากจูบที่เกิดจากรักแท้เท่านั่น แม้กระทั้งเจ้าชายที่คิดว่าเป็นรักแท้ของออโรรายังไม่สารถแก้คำถามให้นางได้ มาเลฟิเซนต์รู้สึกผิดมากจึงบอกรักกับออโรรา แล้วจูบที่บนหน้าฝากของออโรราเบา ๆ จากนั้นออโรราก็ตื่นจากคำสาป ด้วยรักแท้ที่มาเลฟิเซนต์มีต่เธอ ที่เกิดจากความผูกพันในขณะที่ออโรร่าตอนเด็ก ๆ มาเลฟิเซนต์ได้ไปคอยแอบดูแลออโร่าอยู่ห่าง ๆ จนกลายเป็นแม่ทูลหัวของออโรราในที่สุดจนเกิดเป็นความรัก และหลังจากนั้นออโรรากับมาเลฟิเซนต์ก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

เอาล่ะ! เรามาดูข้อคิดจากหนังภาพยนตร์เรื่อง “Maleficent กำเนิดนางฟ้าปีศาจ” กันดีกว่า ว่าเราได้อะไรจากหนังภาพยนตร์เรื่องนี้บ้าง ว่าแต่เพื่อน ๆ ได้ข้อคิดจากเรื่องนี้บ้างนะ แต่สำหรับแอดมิน ข้อคิดที่ได้ นั้นก็คือเรื่องของ “ความรัก”

ความรัก ไม่ได้เกิดจากรักแท้ที่มีต่อผู้หญิงกับผู้ชายเท่านั้น ความรักนั้นยังมีอีกหลากหลายรูปแบบอย่างกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่มาเลฟิเซนต์มีต่อเด็กน้อย ออโรรา ถึงแม้จะมีความแค้นกับพ่อของเธอก็ตาม ซึ่งความรักนี้ได้เริ่มต้นจากการที่มาเลฟิเซนต์ได้คอยดูแลออโรราอยู่ห่าง ๆ จนเกิดเป็นความรักความผูกพัน จนกลายเป็นแม่ทูลหัวของออโรรา ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังสัตว์ขย้ำ หม่ำมนุษย์ : Empire of the Ants (1977)

รีวิวหนังสัตว์ขย้ำ หม่ำมนุษย์ : Empire of the Ants (1977)

Empire of the Ants (1977) Back in the late seventies, every possible animal was being tapped as a potential movie villain, thanks to the success of Jaws. In 1977, Hollywood producers must have thought the next hot ticket would be ants. Two movies featuring killer ants were released that year, and one of them, It Happened At Lakewood Manor (also known as Ants) was a made-for-TV feature, and is one of the most god-awful films I have ever seen (for more on that, check out C.C.C. Issue 15).

I held out hope that the other killer ant film from that year—Empire of the Ants, which is based on a story by legendary sci-fi writer H.G Wells and directed by the guy behind The Food of the Gods—would be more in-line with one of the greatest killer insect films ever, 1957’s Them! As it turns out, Empire of the Ants has more in common with Them! as far as content goes. As far as quality, it’s in a whole other league.

The film opens with a voice-over and close up stock footage of ants going about their business.

The tour hits a speed bump when giant, vicious ants attack the group. Their boat gets destroyed, everyone becomes stranded, and the ants herd the escaping humans to their doom.

It’s painfully obvious the ants were filmed from behind glass—at one point, an ant climbs onto the sky.

The actors take the whole film very seriously, which severely clashes with the sub-par visual effects. Their responses to the ants come off as funny more than genuine.  However, the acting in the scenes with just humans present is passable, especially considering some of the cheesy dialogue. ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังสัตว์ขย้ำ หม่ำมนุษย์ : Piranha (2010)

รีวิวหนังสัตว์ขย้ำ หม่ำมนุษย์ : Piranha (2010)


Piranha (2010) It’s been a crazy month of animals run amok, from killer fish and crocodiles to giant spiders and snakes, but now I’ve finally arrived at the last review for this year’s Creepy Cinema. If you missed any of the reviews, check back on my blog to find them.

Yesterday I reviewed the cult classic Piranha, and today, I’m looking at the remake from 2010 (often referred to as Piranha 3D, despite the 3D part not really applying anymore), which I watched before the original—at the theatre, in 3D, on my 16th birthday, to be precise. I watched it with a bunch of friends, and none of them elicited the same response I did.

They were generally unimpressed and thought what they saw was bad.

If you have shown any interest in even a few of the films I’ve reviewed this month, then it should be of no surprise to hear that I love this movie, and you will likely agree with me.

The basic premise of a bloodthirsty school of piranhas attacking innocent swimmers remains the same, but this remake alters the setting and piranha origins enough to make it fresh and not just an imitation of the original. This time around, an earthquake opens a fissure at the bottom of Lake Victoria, which connects to an underground lake filled with prehistoric piranhas and their millions of eggs.

This happens in the opening scene, where a fisherman (played by Richard Dreyfuss, A.K.A. Matt Hooper from Jaws) gets sucked into a whirlpool caused by the opening of the fissure, and he’s eaten by the piranhas. The story follows the typical spring-break antics on Lake Victoria, including swimming, drinking, wet t-shirt contests, bikinis, boobs, butts, sex, drugs, and all that good stuff.

The piranhas soon reveal themselves, and the lake turns into a bloodbath. Everyone is fighting for their lives as the ravenous fish swarm anyone in the water and strip them. Of flesh. Not their swim suits. Well, actually they do that as well, but more by default than on purpose.

 While the original was not overly thrilling or impressive, this movie is balls-to-the-wall and literally goes for the jugular. How it achieved an R-rating and not an NC-17 blows me away. I was floored the first time I saw it. Even on repeat, it’s still entertaining as hell. That’s not to say the fish don’t deliver. The piranhas are fearsome-looking and get just the right amount of screen time. ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังจีนกำลังภายในน่าดู เรื่อง The Twins Effect II

รีวิวหนังจีนกำลังภายในน่าดู เรื่อง The Twins Effect II

Emperor Motion Pictures The Twins Effect II 1

The Twins Effect II เมื่อบุรุษต้องตกเป็นทาสของสตรี ชายหนุ่มจึงต้องลุกขึ้นสู้อีกครั้ง

ถ้าคุณกำลังมองหาหนังจีนกำลังภายในตลก ๆ สำหรับคลายเครียด อย่ามองข้ามเรื่องนี้เด็ดขาดครับ โดยเรื่องนี้จะเล่าถึงอาณาจักรแห่งหนึ่งที่ถูกปกครองโดยผู้หญิงและเพศชายต้องตกเป็นทาส ชาร์ เด็กหนุ่มผู้มีสิทธิครองบัลลังก์จึงต้องลุกขึ้นสู้ เพื่อแย่งชิงบัลลังก์ของตัวเองและศักดิ์ศรีของเพศชายคืนกลับมาให้จงได้ แม้จะเป็นหนังแนวตลก-แอ็กชัน แต่เรื่องนี้กลับเต็มไปด้วยนักแสดงดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเฉินหลงหรือดอนนี่ เยน จึงเป็นหนังสนุก ๆ อีกหนึ่งเรื่อง ที่เหมาะสำหรับดูเพื่อคลายเครียด ดูหนังออนไลน์