ภาพยนตร์ La La Land นักเปียโนแจ๊สผู้มีความฝันอยากเปิดคลับเป็นของตนเอง

La La Land เรื่องราวเกิดขึ้นในเมือง LA

La La Land เรื่องราวเกิดขึ้นในเมือง LA

La La Land เรื่องราวเกิดขึ้นในเมือง LA เมื่อ Sebastian (Ryan Gosling จาก Drive, The

Big Short) นักเปียโนแจ๊สผู้มีความฝันอยากเปิดคลับเป็นของตนเองแต่ชีวิตยังคงจนตรอกและ

ถูกผู้จัดการ (J.K. Simmons จาก Whiplash) ไล่ออกจากร้านอาหารที่เขาเล่นอยู่ โคจรมา

พบรักกับ Mia (Emma Stone จาก The Amazing Spider-Man, Birdman) สาวน้อยผู้

ใฝ่ฝันอยากเป็นนักแสดง ออดิชั่นนับครั้งไม่ถ้วน แต่สุดท้ายก็ยังเป็นได้แค่พนักงานร้านกาแฟใน

สตูดิโอของ Warner Bros.

La La Land เริ่มจากความฝัน ของ Damien Chazelle ผู้กำกับ และก็ผู้เขียนบท ดาวรุ่ง เขา

อยากได้ ทำ หนัง ที่เอา เสน่ห์ รวมทั้งพลัง จากสมัย หนังเพลง มา ใส่ไว้ภายใน สมัย ที่ ยุ่งเหยิง

แบบ เวลานี้

Damien Chazelle เห็นว่าครึ่งศตวรรษ หลังก่อนหน้านี้ นี้ โลก หมุนไป เร็วมาก ทำให้ห้ พวก

เรา ด่าง ให้ความใส่ใจ กับ ประเด็นต่างๆ ลดน้อยลง ดังเช่นว่า การเจอกัน โดยบังเอิญ หรือ การ

เสียโอกาส ด่างๆ ดังเช่นว่า การเลิกล้มความฝัน โดยทันที เมื่อ มาถึง ทางตัน เขา ก็เลย ต้องการ

ทำหนังเล่า ความรัก รวมทั้งความฝัน โดยการทำให้ เป็น หนังเพลงหรือ มิวสิคัล เพื่อ คืน ความ

สำราญ และก็ ความสนุกสนาน ให้ กับ ทุกคน

La La Land ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น แต่มันยังเป็นการสดุดี

เมือง LA (แอลเอ) และวงเวียนที่ศิลปินคนแล้วคนเล่าต้องเสี่ยงต่อการหัวใจสลายเพื่องานศิลปะ

ของตัวเอง

ฉากหลังของ La La Land คือเมืองอันกว้างใหญ่แห่งนี้ ในทุกช่วงตึกเต็มไปด้วยความฝันและ

ความทะเยอทะยาน ไม่ว่าจะเป็น คลับแจ๊ส ห้องออดิชั่น โรงหนังโรงละคร สตูดิโอถ่ายหนัง

ท้องฟ้าจำลอง ฯลฯ โดยเราจะได้เห็น LA ในมุมและมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอีกด้วย

ฉากเปิดหนังคือฉากเต้นบนทางหลวง เราจะเห็นได้ว่า LA เป็นเมืองที่วุ่นวาย คนเยอะ และรถติด

เหมือน ๆ กับกรุงเทพฯ ที่เราคุ้นเคย แต่ข้อดีคือช่วงเวลารถติดนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีในการแนะนำให้

คนดูรู้จักกับคนช่างฝันอย่างพระนางของเรื่องเสียจริง ๆ

รถหลากสีหลายยี่ห้อบนทางหลวง LA แห่งนี้ ส่วนใหญ่มีคนนั่งแค่คนหรือสองคน การอยู่ในรถจึง

เหมือนการติดอยู่ในฟองอากาศส่วนตัวระหว่างรถติด บางคนก็เล่นเครื่องดนตรี บางคนก็ร้อง

เพลง หรือบางคนก็นั่งฝันกลางวัน คนช่างฝันแต่ละคนมีฝันต่างกัน แต่ละคนอาศัยอยู่ใน

ท่วงทำนองของตัวเอง รวมถึง Sebastian และ Mia

ดังนั้น ชื่อเรื่อง La La Land ไม่ได้หมายถึงอารมณ์ “ลั้ลลา” ประสาดนตรีแค่นั้น แต่จริงแล้วน่า

จะหมายถึงเมือง LA เมืองที่เต็มไปด้วยหนุ่มสาวศิลปินตะกายดาวผู้เปี่ยมไปด้วยความฝันอันยิ่ง

ใหญ่

La La Land มีองค์ประกอบที่ละเอียดและเยอะกว่าหนังดราม่าปกติมาก นี่ไม่ใช่หนังที่มีแต่บท

ที่ดีหรือทุนที่สูงเท่านั้น แต่ยังมีดนตรี ทำนอง เนื้อเพลง การบรรเลง การเรียบเรียง การออกแบบ

ฉาก เสื้อผ้า กล้อง การถ่ายภาพ การจัดแสง ฯลฯ ที่ซับซ้อนยุ่งยากราวกับการสร้างโลกใหม่หนึ่ง

ใบ

>>> หนัง hd <<<

นักแสดงก็ต้องไม่ใช่แค่ต้องดังหรือเก่งเท่านั้น แต่ต้องเป็นคนที่ทุ่มเทอย่างมากในการฝึกร้อง

เล่นเต้นระบำให้ดูเป็นนักร้องหรือนักดนตรีมืออาชีพที่สุด ซึ่ง Ryan Gosling กับ Emma

Stone สุดยอดมาก ร้องเอง เต้นเอง เล่นเปียโนเองทุกช็อตโดยไม่ลิปซิงค์หรือใช้สแตนด์อิน

เราอาจจะเคยเห็น Ryan Gosling กับ Emma Stone แสดงหนังด้วยกันมาตั้งแต่ Crazy,

Stupid, Love. และ Gangster Squad  แต่เรื่องนี้ทั้งคู่มาเหนือเมฆ เคมีเข้ากันมาก และจัด

เต็มสุด ๆ รับรองว่าไม่เคยเห็นพวกเขาแบบนี้ในหนังเรื่องอื่น ๆ มาก่อนแน่นอน

ความหล่อของ Ryan Gosling คงไม่ต้องพูดเยอะกันอยู่แล้ว แต่ความสุดยอดของเขาคือเขา

เป็นนักแสดงโดยแท้จริง ผลงานหลายเรื่องที่ผ่านมา พิสูจน์ได้เลยว่าว่า เขาเล่นบทอะไรก็ได้

ดราม่า คอมมีดี้ บทโหด บทหวาน

จนถึง La La Land เขาทุ่มเททุ่มเวลาเรียนและซ้อมเปียโนแจ๊สและเรียนเต้นเป็นเดือน ๆ เพื่อ

ให้เข้าถึงตัวละครที่เป็นนักเปียโนแจ๊สทั้งร่างกายและจิตใจ ถ้าได้ดูหนังแล้ว จะสังเกตได้เลยว่า

ทุกช็อตที่พระเอกเล่นเปียโน มันคือ Ryan คนเดียวล้วน ๆ ไม่มีนักเปียโนมาแสดงแทนเลย

การแสดงและการถ่ายทอดอารมณ์ของ Emma Stone ก็ Amazing La La Land สุด ๆ เธอ

สามารถสื่อบางอย่างโดยไม่ใช้คำพูดผ่านทางสีหน้า การเคลื่อนไหว และภาษากาย รวมถึง

สามารถสร้างตัวละคร เล่าเรื่องราวผ่านเสียงเพลงและการเต้น จะว่าไป บท Mia นี้ดูเหมือนเขียน

มาให้ Emma Stone เล่นโดยเฉพาะเลยก็ว่าได้

นอกจาก Ryan Gosling และ Emma Stone แล้ว J.K. Simmons เจ้าของรางวัลออสการ์

นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจาก Whiplash ก็ขโมยซีนได้ถึงแม้จะโผล่ออกมาไม่กี่นาที

อย่างตอนเขาด่า Seb ว่า “not my set list!” ก็ทำให้เรานึกถึงตอนเขาตะตอก “not my

tempo!” ใน Whiplash ตลอดเลย ตลกดี

โดยสรุป La La Land เป็นหนังที่ประสมประสานลงตัวระหว่างความจริงกับความฝัน ระหว่าง

ดนตรีกับภาพยนตร์ เพลงเขาเพราะทุกเพลง ดูไปก็กระดิกเท้าไป อยากเต้นตาม การแสดงของ

Ryan Gosling และ Emma Stone ก็สุดยอดและมืออาชีพสุด ๆ เนื้อหาตัวบทก็ดี ดูแล้วปลุก

แพชชั่นในตัวให้ลุกโชน สนุก ครบรส โดยเฉพาะช่วงองก์สุดท้ายพีคมาก เซอร์ไพร์สเลยแหละ

คือดีเกินคาด ไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้ ดีจนอยากจะขอถวายออสการ์ให้เลย รัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *