บลจ.บัวหลวง เก็บหุ้น SPA เข้าพอร์ตอีก 0.1898% ส่งผลถือเพิ่มเป็น 10.1076%

บลจ.บัวหลวง เก็บหุ้น SPA เข้าพอร์ตอีก 0.1898% ส่งผลถือเพิ่มเป็น 10.1076%

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับแบบรายงานการได้มาหุ้นของ บมจ.สยามเวลเนสกรุ๊ป (SPA) โดย บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวง จำกัด ซึ่งเป็นการได้มา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 จำนวนหลักทรัพย์ที่ได้มา คิดเป็น 0.1898% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มา คิดเป็น 10.1076% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ  อ่านเพิ่มเติม

VGI หนุนกำไรสุทธิในปี 62/63 ของกลุ่มบริษัท เพิ่มขึ้นเป็น 35.6%

VGI ผลงานปี 62/63 นิวไฮรับธุรกิจ VGI Digital Lab มองโควิดยังกระทบปี 63/64

นายเนลสัน เหลียง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.วีจีไอ (VGI) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 62/63 (เม.ย.62-มี.ค.63) บริษัทมีรายได้รวม 4,000 ล้านบาท และกำไรสุทธิสูงที่สุดในประวัติการณ์ที่ 1,424 ล้านบาท โดยธุรกิจใหม่VGI Digital Lab สร้างผลงานโดดเด่นเกินเป้าหมาย ผลักดันการเติบโตในส่วนบริการด้านดิจิทัลสูงถึง 117.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน หนุนให้อัตรากำไรสุทธิในปี 62/63 ของกลุ่มบริษัท เพิ่มขึ้นเป็น 35.6%

ปีนี้ผลการดำเนินงานของบริษัท จะคำนวณจากการเปลี่ยนแปลงประเภทการลงทุนในบมจ.มาสเตอร์ แอด (MACO) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2563 ดังนั้น รายได้จากสื่อโฆษณากลางแจ้งที่ MACO ทำการบริหารโดยตรง และรายได้จากกลุ่มทรานซ์.แอด ที่บันทึกภายใต้ธุรกิจบริการด้านดิจิทัลในปี 61/62 จะถูกปรับปรุงออกจากงบกำไรขาดทุน โดยในอนาคตบริษัทจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากการลงทุนจาก MACO เท่านั้น

สำหรับผลการดำเนินงานของ ธุรกิจสื่อโฆษณา มีรายได้ลดลง 7.6% จากปีก่อน คิดเป็น 71.2% ของรายได้รวมหรือ 2,848 ล้านบาท ปัจจัยลดลงส่วนใหญ่มาจากการปรับปรุงสื่อโฆษณาบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นแบบดิจิทัล และอัตราการใช้สื่อที่น้อยลง นอกจากนี้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นปี 63 ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสื่อโฆษณาจากการที่หลาย ๆ บริษัทหันมาพิจารณาชะลอการใช้งบโฆษณามากขึ้น

ส่วนธุรกิจบริการด้านดิจิทัล ทำรายได้ 28.8% ของรายได้ทั้งหมด หรือคิดเป็น 1,151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ภาพรวมการเติบโตมาจากการรับรู้รายได้จากโฆษณาออนไลน์ที่บริหารโดยVGI Digital Lab ซึ่งเป็นผู้ให้บริการออนไลน์เอเจนซี่ มุ่งเน้นในการสร้างแคมเปญการตลาดออนไลน์และดิจิทัลผ่าน Data Management Platform (DMP) ของกลุ่มบริษัท ในช่วงปีแรกของการดำเนินงานนี้จึงนับว่าVGI Digital Lab ประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 150 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเป็นผลมาจากการเติบโตจากการเติบโตแบบ organic growth ภายใต้การบริหารงานของ Rabbit Group ด้วย

ด้านทิศทางดำเนินงานและพัฒนาการสำคัญของกลุ่มบริษัทธุรกิจสื่อโฆษณา บริษัทได้จัดตั้งหน่วยธุรกิจใหม่ ‘VGI Digital Lab’ เพื่อส่งมอบบริการด้านการตลาดออนไลน์ และร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้ให้บริการการตลาดแบบออนไลน์และผู้นำด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในประเทศจีน เพื่อช่วยผลักดันให้แบรนด์ในภูมิภาคสามารถเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนผ่านการสร้างแคมเปญทางการตลาดแบบออนไลน์ดิจิทัล

นอกจากนี้ภายหลังจากการเข้าลงทุนในบมจ.แพลน บี มีเดีย (PLANB) ในปีที่ผ่านมา ได้ร่วมกันเปิดตัวแพ็คเกจสื่อโฆษณาใหม่ ที่ได้รวมหน้าจอสื่อโฆษณาดิจิทัลของทั้งVGI PLANB และ MACO รวมถึงการตลาดที่เข้าถึงผู้บริโภค และ O2O โซลูชั่นส์ ช่วยยกระดับการทำงานของสื่อนอกบ้านให้น่าดึงดูดและวัดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น

ทางด้านธุรกิจบริการชำระเงิน ได้จับมือกับกลุ่มสหพัฒน์ ผู้นำด้านการจัดหาสินค้าอุปโภคและบริโภค เปิดให้บริการร้านค้าลอว์สัน 108 บน 12 สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพร้อมเปิดช่องทางการชำระเงินผ่านบัตรแรบบิท และแรบบิท ไลน์ เพย์ ซึ่งปัจจุบันมีการเติบโตของผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง โดยบัตรแรบบิทมีผู้ใช้จำนวนทั้งสิ้น 13 ล้านใบ และผู้ใช้บริการแรบบิท ไลน์ เพย์ อยู่ที่ 7.3 ล้านราย

สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ จากความร่วมมือกับ Kerry ในการสร้างสรรค์ synergy ใหม่ๆ เพื่อส่งมอบประสบกาณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง อาทิ การให้บริการส่งสินค้าตัวอย่างและการให้บริการโฆษณาผ่าน Parcel Sticker กว่า 5 – 6 แสนชิ้น และบริการโฆษณาบนรถขนส่งพัสดุของ Kerry จำนวนกว่า 400 คัน รวมถึงขยายจุดให้บริการจัดส่งพัสดุบน 4 สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อ่านเพิ่มเติม

ทรีนีตี้ แนะมิ.ย.เลี่ยงหุ้นวัฎจักร-เน้นหุ้นหลบภัย ลดเสี่ยงขัดแย้งจีน-สหรัฐ

ทรีนีตี้ แนะมิ.ย.เลี่ยงหุ้นวัฎจักร-เน้นหุ้นหลบภัย ลดเสี่ยงขัดแย้งจีน-สหรัฐ

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยมุมมองการลงทุนเดือน มิ.ย.63 ว่า สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯที่มีโอกาสพัฒนาไปสู่สงครามการค้ารอบสอง เป็นปัจจัยที่จะมีน้ำหนักต่อการลงทุนของตลาดหุ้นมากขึ้น หลังสภาประชาชนแห่งชาติของจีนผ่านกฎหมายความมั่นคงในฮ่องกง ทำให้เกิดการตอบโต้กันไปมาระหว่างสองประเทศ ทั้งสหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีดำกับบริษัทจีนบางแห่ง และจีนตอบโต้ด้วยการกำหนดค่ากลางเงินหยวนให้อ่อนค่ามากขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แนะจับตาค่ากลางเงินหยวนนี้อย่างใกล้ชิด หากอ่อนค่ามากขึ้นจะเป็นสัญญาณไม่ดีถึงโอกาสที่สหรัฐฯ จะกลับมาขึ้นบัญชีดำจีนกรณีบิดเบือนค่าเงิน และออกมาตรการตอบโต้ทางการค้าต่างๆ ได้

ในภาวะเช่นนี้ แนะนำหลีกเลี่ยงหุ้นในกลุ่มวัฏจักร (Cyclical) เช่น พลังงาน ปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ และหลบเข้าลงทุนหุ้นกลุ่มปลอดภัยจากปัจจัยภายนอก ซึ่งได้แก่ 1. กลุ่มโรงไฟฟ้า แนะนำ BGRIM, GPSC, GULF, RATCH, EGCO 2. กลุ่มสื่อสาร แนะนำ ADVANC, INTUCH 3. กลุ่มขนส่งมวลชน แนะนำ BTS, BEM 4. กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร แนะนำ CPF สำหรับหุ้นใหญ่ และ TFG, GFPT, ASIAN, CFRESH, CHOTI, APURE, SUN, RBF, XO, MALEE สำหรับหุ้นขนาดกลาง-เล็ก 5. กลุ่มธุรกิจบริหารสินทรัพย์ แนะนำ JMT 6. กลุ่มเหมาะเก็งกำไรบนธีมย้ายฐานการผลิตจากสงครามการค้า เช่น กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม แนะนำ AMATA

สำหรับดัชนีหุ้นไทยในปัจจุบันนั้นถือว่าอยู่ในระดับที่แพงแล้ว เพราะซื้อขายด้วยระดับ Forward P/E สูงถึง 20 เท่า สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ นั่นหมายความว่าดัชนีในปัจจุบันนั้นเป็นการซื้อขายที่อิงกำไรตลาดในปีหน้าไปแล้ว จึงต้องลงทุนด้วยความระวังและถือเงินสดไว้ส่วนหนึ่ง ส่วนกรอบดัชนีเดือนนี้ มองกรณีดีสุดที่ 1,420 จุด กรณีฐาน 1,330 จุด และกรณีแย่สุดที่ 1,240 จุด อิงระดับประมาณการ EPS ปีหน้าที่ 84.3 บาท อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วง หวั่น”ทรัมป์”ออกนโยบายตอบโต้จีนใช้กม.คุมฮ่องกง

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงกว่า 200 จุด หวั่น”ทรัมป์”ออกนโยบายตอบโต้จีนใช้กม.คุมฮ่องกง

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 200 จุดในช่วงเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะแถลงนโยบายฉบับใหม่ที่จะดำเนินการกับจีนในวันนี้ เพื่อตอบโต้จีนที่บังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง

ณ เวลา 08.06 น.ตามเวลาไทยในวันนี้ ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 228 จุด หรือ 0.90% แตะที่ 25,229 จุด

ปธน.ทรัมป์เปิดเผยว่า เขาจะประกาศนโยบายฉบับใหม่ของสหรัฐที่จะดำเนินการกับจีนในวันนี้ หลังจากที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) มีมติเห็นชอบให้มีการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ในฮ่องกง

ปธน.ทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวานนี้ว่า “เราจะประกาศนโยบายที่เราจะดำเนินการกับจีนในวันศุกร์นี้ เราไม่พอใจในสิ่งที่จีนทำ และเราไม่พอใจในสิ่งที่เกิดขึ้น” ปธน.ทรัมป์กล่าว อ่านเพิ่มเติม

STARK เผย”วนรัตน์ ตั้งคารวคุณ” กระจายหุ้นสามัญที่ถืออยู่ในบริษัทให้ Free Float

STARK เผย”วนรัตน์ ตั้งคารวคุณ”ขายหุ้นช่วยเพิ่ม Free Float เหลือถือ 67.6%

บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK) แจ้งว่าเมื่อวานนี้ (28 พ.ค.) นายวนรัตน์ ตั้งคารวคุณ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้ดำเนินการกระจายหุ้นสามัญที่ถืออยู่ในบริษัท ให้แก่นักลงทุนสถาบันเป็นหลัก รวมจำนวน 402.5 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.69% ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float)

ภายหลังการขายหุ้นครั้งนี้ส่งผลให้นายวนรัตน์ คงเหลือสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทจำนวน 67.60% จากเดิม 69.29% และ Stark Investment Corporation Limited ยังคงถือหุ้นสัดส่วน 21% ขณะที่ผู้ถือหุ้นรายย่อย มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 11.40% จากเดิม 9.71% อ่านเพิ่มเติม

BIZ มั่นใจรายได้ปี หลังตุน Backlog หนุน-รอลุ้นงานใหม่เพิ่ม

BIZ มั่นใจรายได้ปีนี้โตเท่าตัว หลังตุน Backlog หนุน-รอลุ้นงานใหม่เพิ่ม

นายสมพงษ์ ชื่นกิติญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บิสซิเนสอะไลเม้นท์ (BIZ) เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตเท่าตัว เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ทำได้ 734 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) ราว 1,515 ล้านบาท คาดจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาตามแผน 80-90% ในปีนี้ โดยเป็นโครงการใหญ่ที่รอส่งมอบในปีนี้ คือโครงการศูนย์รักษาผู้ป่วยมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งจะส่งมอบและรับรู้รายได้เข้ามาประมาณไตรมาส 3/63
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างรอผลประมูลงานใหม่ ซึ่งเป็นงานถูกเลื่อนมาจากปลายปี 62 โดยเป็นงานภายใต้งบประมาณปี 63 มูลค่ารวมกว่า 700 ล้านบาท คาดว่าจะรู้ผลการประมูลงานในไตรมาส 2 – ไตรมาส 3 นี้
สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 บริษัทได้รับผลกระทบไม่มากนัก โดยหลักแล้วจะมีผลกระทบในส่วนของการขนส่งอุปกรณ์ และการติดตั้ง  อ่านเพิ่มเติม

ตลท.ขึ้น SP ทรัสต์ SHREIT วันนี้ หลังผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปงบฯ

ตลท.ขึ้น SP ทรัสต์ SHREIT วันนี้ หลังผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปงบฯ Q1/63

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขึ้นเครื่องหมาย SP ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่าสตราทีจิกฮอสพิทอลลิตี้ (SHREIT) ตั้งแต่การซื้อขายรอบเช้าวันที่ 28 พ.ค.63 และปลดเครื่องหมาย SP ในวันที่ 29 พ.ค.63 หลังจากนั้นให้ขึ้นเครื่องหมาย NP ตั้งแต่การซื้อขายรอบเช้าวันที่ 29 พ.ค.63 อ่านเพิ่มเติม

บอนด์ยีลด์สหรัฐดีดตัวรับผ่อนคลายล็อกดาวน์ ขานรับความคืบหน้าในการผลิตวัคซีน

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันนี้ ขานรับความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 รวมทั้งการผ่อนคลายมาตรการ ล็อกดาวน์

ณ เวลา 00.32 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 0.701% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.441%

ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน

โนวาแวกซ์ (Novavax) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาวัคซีนรายใหญ่ของสหรัฐ ได้เริ่มทำการทดลองทางคลินิกเฟสแรกสำหรับวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19

โนวาแวกซ์ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ทางบริษัทได้เริ่มทำการทดลองทางคลินิกเฟสแรกในการใช้วัคซีน NVX-CoV2373 เพื่อต้านไวรัสโควิด-19 โดยคาดว่าจะสามารถทราบผลเบื้องต้นเกี่ยวกับความปลอดภัย และความสามารถในการกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน (immunogenicity) จากการทดลองดังกล่าวในเดือนก.ค.นี้ อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 529.95 จุด ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 529.95 จุด ขานรับวัคซีนต้านโควิดคืบหน้า ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก เหตุนลท.เมินสินทรัพย์ปลอดภัย 

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 จุดเมื่อคืนนี้ (26 พ.ค.) ขานรับความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 รวมทั้งสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก หลังจากรัฐบาลของประเทศต่างๆเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อเปิดทางให้ภาคธุรกิจเริ่มกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง โดยปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,995.11 จุด พุ่งขึ้น 529.95 จุด หรือ +2.17% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,991.77 จุด เพิ่มขึ้น 36.32 จุด หรือ +1.23% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,340.22 จุด เพิ่มขึ้น 15.63 จุด หรือ +0.17%

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างคึกคัก โดยดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นทดสอบระดับ 25,000 จุดในระหว่างวัน หลังจากโนวาแวกซ์ (Novavax) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาวัคซีนรายใหญ่ของสหรัฐ แถลงว่า ทางบริษัทได้เริ่มทำการทดลองทางคลินิกเฟสแรกในการใช้วัคซีน NVX-CoV2373 เพื่อต้านไวรัสโควิด-19 โดยคาดว่าจะสามารถทราบผลเบื้องต้นเกี่ยวกับความปลอดภัย และความสามารถในการกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน (immunogenicity) จากการทดลองดังกล่าวในเดือนก.ค.นี้ ทางด้าน Merck ซึ่งเป็นบริษัทยาของสหรัฐ แถลงว่า ทางบริษัทจะร่วมมือกับ IAVI ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ที่ไม่แสวงหาผลกำไร ในการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 โดยจะใช้เทคโนโลยี rVSV ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับการผลิตวัคซีนด้านไวรัส Ebola Zaire

นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากความหวังที่ว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะฟื้นตัวขึ้น หลังจากหลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ โดยล่าสุดรัฐบาลอังกฤษจะอนุญาตให้มีการเปิดห้างสรรพสินค้าและธุรกิจบางส่วนในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ตามมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์เฟสที่สอง ขณะที่หนังสือพิมพ์ Bild ของเยอรมนีรายงานว่า รัฐบาลเยอรมนีมีแผนที่จะผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะทางสังคมให้เร็วขึ้น 1 สัปดาห์ จากเดิมที่จะมีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 5 ก.ค. มาเป็นวันที่ 29 มิ.ย. และตั้งเป้าจะยกเลิกคำเตือนการเดินทางไปยัง 31 ประเทศในยุโรปในช่วงกลางเดือนมิ.ย.นี้ อ่านเพิ่มเติม

หุ้นยุโรปบวกสูงสุดในรอบ 11 สัปดาห์ หุ้นกลุ่มการเดินทางและสันทนาการนำตลาด

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวกสูงสุดในรอบ 11 สัปดาห์ หุ้นกลุ่มเดินทางหนุนตลาด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (26 พ.ค.) และปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 11 สัปดาห์ โดยหุ้นกลุ่มการเดินทางและสันทนาการนำตลาดปรับตัวขึ้น เนื่องจากความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ขณะที่ประเทศต่างๆ ได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่ดำเนินมานานหลายเดือนลงแล้ว หลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง

ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 1.08% ปิดที่ 348.92 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 11,504.65 จุด เพิ่มขึ้น 113.37 จุด หรือ +1.00%, ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,606.24 จุด เพิ่มขึ้น 66.33 จุด หรือ +1.46% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,067.76 จุด เพิ่มขึ้น 74.48 จุด หรือ +1.24%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดตลาดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยหุ้นกลุ่มการเดินทางทะยานขึ้นขานรับรายงานข่าวที่ว่า สเปน และเยอรมนีจะผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากไม่พบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ อ่านเพิ่มเติม