อยากเป็นนักสืบต้องเรียนอะไร

6 สาขาวิชาสอนทักษะการเป็น  นักสืบมืออาชีพ

6 สาขาวิชาสอนทักษะการเป็น  นักสืบมืออาชีพ เวลาดูการ์ตูนหรือซีรีส์ เคยสงสัยกันมั้ยว่า นักสืบมืออาชีพ ที่คอยไขคดี หรือสืบหาข้อมูลมาให้นายจ้าง หรืออัยการ เขาต้องเรียนอะไรถึงจะมีความรู้ด้านนี้ และมาทำอาชีพนี้ได้  มาดูกันว่าจะมีสาขาไหน คณะไหนบ้างที่สอนทักษะการเป็น “นักสืบมืออาชีพ”

6 สาขาวิชาสอนทักษะการเป็น  นักสืบมืออาชีพ 

คณะนิติศาสตร์ (FACULTY OF LAW)

รู้กฎหมาย สิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้

แน่นอนว่าอาชีพนักสืบ จำเป็นต้องรู้เรื่องกฎหมาย เพื่อประกอบการสืบสวนคดีต่างๆ แล้วแต่ผู้ว่าจ้าง เมื่อรู้กฎหมาย ก็จะรู้ถึงข้อบังคับต่างๆ ว่าสิ่งไหนสามารถทำได้ และทำไม่ได้ รวมไปถึงสามารถรู้ว่าคดีที่สืบอยู่ ผู้ที่เราตามสืบมีความผิด หรือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมายกันแน่
คณะนิติศาสตร์ ในไทยเปิดสอนในหลายมหาวิทยาลัย ถ้าน้องๆ อยากจะเป็นนักสืบ พกความรู้ด้านนี้ติดตัวเป็นพื้นฐานสู่อาชีพนักสืบได้แน่นอน

คณะนิติศาสตร์ มีส่วนช่วยในเรื่องของกฎ ข้อห้าม ข้อบังคับต่างๆ ที่ควรรู้ ควบคู่กับการสืบสวนคดีต่างๆ ที่ต้องมีกฎเกณฑ์ไว้บ่งชี้ความผิด เพื่อการเอาผิดทางกฎหมาย ซึ่งการศึกษาทางกระบวนการนิติศาสตร์ จะเน้นที่กระบวนการของกฎหมายว่า ผู้ที่เราตามหานั้น มีความผิด หรือมีความบริสุทธิ์ เพื่อต่อยอดการสืบสวนไปสู่จุดมุ่งหมาย คือ ความยุติธรรม จึงไม่ได้เน้นเฉพาะแค่ตัวบทกฎหมายเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์กฎหมายในเชิงคุณธรรมด้วย

คณะจิตวิทยา (FACULTY OF PSYCHOLOGY)

เข้าใจความคิด เเละพฤติกรรมคน

อีกหนึ่งทักษะของนักสืบที่ควรมี คือ การเข้าใจความคิด จิตใจ และพฤติกรรมของมนุษย์ ที่แตกต่างกัน เพื่อหาแรงจูงใจ และคาดการณ์ถึงพฤติกรรม ผู้ที่เรากำลังตามสืบอยู่ ว่าเขาจะไปไหน กินอะไร คิดอะไร ติดต่อใคร ถ้ามีทักษะนี้มีแต้มต่อแน่นอน

คณะจิตวิทยา เป็นคณะที่เกี่ยวข้องกับการเข้าใจ เรียนรู้ศึกษาจิตใจ ความคิด และพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งเป็นการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น กระบวนการการรับข้อมูลของมนุษย์ อารมณ์ บุคลิกภาพ พฤติกรรม และรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่างๆ คนที่เรียนคณะนี้แล้วนั้นจะสามารถมองคนออกได้ มีความจำเป็นต่ออาชีพที่ต้องใช้คำพูดเพื่อโน้มน้าวใจผู้อื่น เข้าใจความคิด และจิตใจของผู้อื่น

คณะจิตวิทยา ก็เป็นอีกคณะที่เปิดสอนอย่างแพร่หลาย บางที่เป็นหนึ่งสาขาที่อยู่ภายใต้คณะมนุษยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์

คณะสังคมวิทยา และ มานุษยวิทยา (SOCIOLOGY AND ANTHORPOLOGY)

สังเกตการณ์ เเละเข้าไปมีส่วนร่วม

ทักษะการสอดแหนม ทำตัวกลมกลืนกับกลุ่มคนหรือสังคมนั้นๆ เป็นอีกหนึ่งทักษะที่นักสืบขาดไม่ได้ สาขานี้เรียกสั้นๆ ว่า “สังวิทฯ” เน้นการศึกษา ทั้งตัวมนุษย์ และสังคมความเป็นอยู่ ด้วยวิธีการเอาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมคือไปใช้ชีวิต และสังเกตการณ์ เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรม และความคิดของคน

คณะนี้มีเปิดสอนที่ธรรมศาสตร์ และเป็นสาขาที่อยู่ในคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ รวมถึงบางที่ก็อยู่ในคณะมนุษยศาสตร์ด้วย ต้องดูดีๆ ด้วย
คณะวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี (SCIENCE AND TECHNOLOGY)

สังเกตเเละตั้งสมติฐาน โดยใช้วิทยาศาสตร์เข้าช่วย

การสืบสวนบางกรณีจำเป็นต้องใช้ทักษะที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทั้งความรู้ ความสามารถในการสังเกต และตั้งสมมติฐาน โดยการใช้หลักวิทยาศาตร์ คณะนี้สามารถต่อยอดไปสอบเป็นตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งเป็นอาชีพที่ใช้ทักษะคล้ายคลึงกันได้
คนส่วนใหญ่จะคิดว่าเรียนวิทยาศาตร์ จบมาเป็นได้แค่นักวิทยาศาสตร์หรือเปล่า จริงๆ แล้วการเรียนในคณะนี้ สามารถต่อยอดไปได้หลายอาชีพมากๆ ทำให้มีเปิดสอนในหลายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

คณะนิติวิทยาศาสตร์ (FORENSIC SCIENCE)

(เก็บหลักฐาน พิสูจน์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์)

การสืบสวนด้วย หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เป็นอีกหนึ่งทักษะที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนักสืบ คณะนี้เปิดสอนในระดับปริญญาโท เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการพิสูจน์หลักฐาน ด้วยการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทุกสาขา มาประยุกต์ใช้โดยเฉพาะ ทั้งการสืบสวนจากหลักฐาน ลายนิ้วมือ เลือด เส้นผม อสุจิ ซึ่งน่าจะเคยเห็นบ่อยๆ ในซีรีส์ หรือการไขคดีดังๆ ที่ทำให้ตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายได้

คณะนิติวิทยาศาสตร์  คือ คณะที่ส่งเสริมในเรื่องของการค้นคว้าวิจัย และพัฒนา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรด้านการพิสูจน์หลักฐาน กระบวนการยุติธรรม การสืบสวนสอบสวนต่างๆ เนื่องจากต้องใช้ความเชี่ยวชาญ ทำให้คนที่สนใจจะเรียนต่อสายนี้จำเป็นต้องจบในระดับปริญญาสายวิทยาศาสตร์ทุกแขนงเท่านั้น จึงจะเข้าเรียนต่อได้

 

คณะอาชญาวิทยา (CRIMINOLOGY)

(รวมทุกศาตร์ ศึกษาเกี่ยวกับอาชญากรรมโดยเฉพาะ)

อาชีพนักสืบ มีทั้งทำงานให้เอกชน และภาครัฐ ทำงานในหลายคดี ในส่วนของสาขานี้จะพูดถึงการสืบสวนในส่วนของคดีอาญาโดยเฉพาะ คือการศึกษาเกี่ยวกับอาชญากรรมในแง่ต่างๆ ทั้งสาเหตุการเกิดอาชญากรรม ลักษณะ ประเภท และพฤติกรรมของอาชญากรด้วย ทำให้ต้องเรียนทั้งสังคมวิทยา จิตวิทยา มานุษยวิทยา และกฎหมาย เพื่อให้เข้าถึง “จิตใจของอาชญากร” ทำให้สามารถหาหลักฐานและไขคดีได้นั่นเอง

สาขาอาชญาวิทยา (ระดับปริญญาโท) เป็นสาขาที่รวมศาสตร์ทั้ง พฤติกรรมศาสตร์ จิตวิทยา มานุษยวิทยาสังคม และกฎหมายเข้าไว้ด้วยกัน เป็นสาขาหนึ่งที่มักอยู่ในคณะสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือนิติศาสตร์ โดยทั่วไปสาขานี้ เป็นการศึกษาเกี่ยวกับ อาชญากรรมในทุกๆ ด้าน เพราะสอนให้เข้าใจถึงรูปแบบ สาเหตุ การเกิดอาชญากรรม และผลกระทบที่ตามมา เรียกง่ายๆ ก็คือสาขาที่เรียนรู้เพื่อให้เข้าใจถึงจิตใจของอาชญากรนั่นเอง สาขานี้มีเปิดสอนระดับปริญญาโทในหลายมหาวิทยาลัย แต่จะอยู่ภายใต้คณะสังคมศาสตร์ หรือรัฐศาสตร์

อ่านบทความน่าสนใจถัดไป ความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องรู้กฎหมาย

ความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องรู้กฎหมาย

กฎหมาย เป็นเครื่องควบคุมประพฤติการณ์ในสังคม

กฎหมาย เป็นเครื่องควบคุมประพฤติการณ์ในสังคม พัฒนาขึ้นมาจากศีลธรรม ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี ศาสนา และกฎเกณฑ์ข้อบังคับ ตามลำดับ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อธำรงความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของสมาชิกในสังคม กับทั้งเพื่อให้การอยู่ร่วมกันในสังคมนั้นเป็นไปโดยราบรื่น สนองความต้องการของภาคส่วนต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ดังภาษิตละตินที่ว่า “ที่ใดมีมนุษย์ ที่นั้นมีสังคม ที่ใดมีสังคม ที่นั้นมีกฎหมาย ด้วยเหตุนั้น ที่ใดมีมนุษย์ ที่นั้นจึงมีกฎหมาย
ระบบกฎหมายในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 4 ระบบ ได้แก่ ระบบกฎหมาย ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษร ระบบกฎหมายสังคมนิยม และระบบกฎหมายศาสนา กฎหมายแต่ละระบบย่อมมีที่มาแต่งต่างกัน
การแบ่งประเภทของกฎหมาย อาจแบ่งได้หลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับว่าจะยึดอะไรเป็นหลักเกณฑ์ในการแบ่ง มนุษย์จำเป็นต้องมีกฎหมายเป็นกฎเกณฑ์ในการอยู่ร่วมกัน เพื่อให้สังคม เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสงบสุข private detective bangkok

กฎหมาย เป็นเครื่องควบคุมประพฤติการณ์ในสังคม

กฎหมายคืออะไร

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์ไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่คนเดียวได้ จึงต้องรวมกันอยู่เป็นหมู่เป็นพวก เป็นกลุ่มเป็นก้อน เริ่มจากสังคมเล็ก ๆ ระดับครอบครัว ต่อมาเมื่อมนุษย์มีจำนวนมากขึ้นก็รวมกันเป็นเผ่าเป็นกลุ่มชน และสุดท้ายเผ่าที่มีสายพันธุ์เดียวกันก็รวมเข้าด้วยกันกลายเป็นกลุ่มชนใหญ่ขึ้น จนกลายเป็นรัฐ เป็นประเทศ การที่มนุษย์มาอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก จำเป็นที่ต้องมีการติดต่อกัน เพื่อแลกเปลี่ยนปัจจัยในการดำรงชีวิต บางครั้งมนุษย์ก็มีความต้องการที่จะทำอะไร ๆ ตามใจตนเองบ้าง ซึ่งการกระทำนั้นอาจเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นไม่พอใจ จนเกิดความขัดแย้งวุ่นวายขึ้นมาได้ มนุษย์จึงต้องสร้างกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ขึ้นเพื่อใช้ควบคุมความประพฤติของสมาชิกในสังคมให้เป็นไปในทำนองเดียวกัน เพื่อให้สังคมเป็นระเบียบเรียบร้อยสงบสุข กฎเกณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้ เรียกว่า บรรทัดฐานทางสังคม (Social Norms)

บรรทัดฐานทางสังคม ประกอบด้วย

1. วิถีชาวบ้าน (Folkways) เป็นกฎเกณฑ์ความประพฤติที่อยู่ในรูปของประเพณีนิยม ที่สมาชิกในสังคมปฏิบัติสืบต่อกันมา ถ้าใครไม่ปฏิบัติตามก็จะถูกติฉินนินทาว่าร้าย เช่น การแต่งกาย กิริยามารยาททางสังคมในโอกาสต่าง ๆ เป็นต้น

2. จารีต (Mores) เป็นกฎเกณฑ์ความประพฤติที่ยึดหลักความดีความชั่ว กฎเกณฑ์ทางศาสนา เป็นเรื่องของความรู้สึกว่าสิ่งใดผิดสิ่งใดถูก หากใครละเมิดฝ่าฝืนจะได้รับการต่อต้านจากสมาชิกในสังคมอย่างจริงจัง อาจถูกกีดกันออกจากสังคม หรือไม่มีใครคบค้าสมาคมด้วย เช่น การลักเล็กขโมยน้อย การเนรคุณบิดามารดา หรือผู้มีพระคุณ เป็นต้น

3. กฎหมาย (Laws) เป็นกฎเกณฑ์ความประพฤติที่มีการบัญญัติไว้อย่างชัดเจน แน่นอน ว่ากระทำอย่างไร เป็นความผิดฐานใด จะได้รับอย่างไร เช่น ผู้ใดฆ่าผู้อื่นต้องระวางโทษประหารชีวิต เป็นต้น
กฎเกณฑ์ของความประพฤติทั้งสามประการดังกล่าว สองประการแรกไม่ได้มีการบัญญัติไว้อย่างชัดเจน การลงโทษผู้ละเมิดฝ่าฝืนก็ไม่รุนแรง ประการที่สาม กฎหมายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ใช้ได้ผลมากที่สุด ในการควบคุมความประพฤติของมนุษย์ ดังนั้นสังคมมนุษย์ทุกสังคมจึงจำเป็นต้องมีกฎหมาย เป็นกฎเกณฑ์ในการอยู่ร่วมกันดังคำกล่าวที่ว่า “ที่ใดมีสังคมที่นั่นมีกฎหมาย”

ความหมายของกฎหมาย

กฎหมาย หมายถึง คำสิ่งหรือข้อบังคับของรัฐ ซึ่งบัญญัติขึ้นเพื่อใช้ควบคุมความประพฤติของบุคคลซึ่งอยู่ในรัฐหรือในประเทศของตน หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ประพฤติปฏิบัติตาม ก็จะมีความผิดและถูกลงโทษ หรือได้รับผลเสียหายนั้นด้วย

ลักษณะของกฎหมาย

การปกครองประเทศให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยสงบสุขนั้น รัฐจำเป็นจะต้องออกคำสั่ง ข้อบังคับต่าง ๆ มากมาย คำสั่ง ข้อบังคับเหล่านั้นมิได้เป็นกฎหมายทุกฉบับ คำสั่ง ข้อบังคับของรัฐที่จะถือว่าเป็นกฎหมายได้นั้น ต้องประกอบด้วยลักษณะดังต่อไปนี้

1. มาจากรัฏฐาธิปัตย์ หมายความว่า ผู้ที่จะออกกฎหมายได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในประเทศ ซึ่งจะเป็นใครนั้นต้องแล้วแต่สถานการณ์ หรือรูปแบบการปกครองประเทศไทยสมัยสมบูรณาญาสิทธิราช พระมหากษัตริย์ทรงมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการปกครอง และการออกกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว ปัจจุบันเราใช้การปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข รัฐธรรมนูญบัญญัติให้อำนาจอธิปไตย ซึ่งเห็นอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศเป็นของปวงชนชาวไทย และบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นอำนาจในการออกกฎหมายโดยความเห็นชอบของรัฐสภา ในสถานการณ์ที่มีการปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองประเทศ หัวหน้าคณะปฏิวัติก็มีอำนาจออกกฎหมายได้เพราะเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในขณะนั้น จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ยังมีประกาศคณะปฏิวัติหลายฉบับที่ยังบังคับใช้เป็นกฎหมายอยู่

2. เป็นคำสั่ง ข้อห้าม ข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติตาม หมายความว่า กฎหมายไม่ใช่คำขอร้อง หรือแถลงการณ์ เมื่อประกาศใช้แล้วประชาชนทุกคนต้องปฏิบัติตาม ถึงแม้ว่าจะขัดต่อผลประโยชน์หรือไม่เห็นด้วย ก็ต้องยอมรับจะปฏิเสธไม่ได้ เช่น กฎหมายบังคับให้เสียภาษี บังคับให้ต้องรับราชการทหาร เป็นต้น

3. ใช้ได้ทั่วไป หมายความว่า กฎหมายเมื่อประกาศใช้แล้ว จะมีผลใช้บังคับได้กับประชาชนทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้ชาย ผู้หญิง คนรวย คนจน ข้าราชการ แม้แต่พระมหากษัตริย์หรือเชื้อพระราชวงศ์ก็ตาม และใช้ได้ทั่วไปทุกพื้นที่ในอาณาเขตประเทศไทย

4. ใช้ได้เสมอไป หมายความว่า กฎหมายเมื่อประกาศใช้แล้ว จะมีผลใช้บังคับได้ตลอดไป ไม่ว่าจะเก่าแก่ ล้าสมัย หรือนานเท่าใดก็ตาม จนกว่าจะมีการยกเลิก

5. มีสภาพบังคับ หมายความว่า กฎหมายเมื่อประกาศใช้แล้ว ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามจะต้องถูกลงโทษ หรือตกอยู่ในสภาพบังคับอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ อาจจะหนักบ้าง เบาบ้างแล้วแต่ความผิดในกฎหมายอาญา สภาพบังคับเรียกว่าโทษ มีอยู่ 5 ประการ คือประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ และริบทรัพย์ ในกฎหมายแพ่ง สภาพบังคับขึ้นอยู่กับการกระทำความผิด เช่น บังคับให้ชำระหนี้ ชดใช้ค่าเสียหาย หรือเสียดอกเบี้ย เป็นต้น นอกจากนี้ในกฎหมายอื่น ๆ ก็อาจมีสภาพบังคับอื่น ๆ อีกก็ได้ เช่น ข้าราชการที่ทำผิดวินัย อาจถูกตัดเงินเดือน สั่งพักราชการ ให้ออกปลดออกหรือไล่ออก เป็นต้น

ความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องรู้กฎหมาย

ดังได้กล่าวมาแล้วว่า กฎหมายเป็นบรรทัดฐานทางสังคมอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ที่ใช้บังคับความประพฤติของสมาชิกในสังคมให้เป็นไปในทำนองเดียวกัน ทำให้สังคมมีระเบียบ วินัย และสงบเรียบร้อย หากไม่มีกฎหมาย มนุษย์ซึ่งมักจะชอบทำอะไรตามใจตนเอง ถ้าต่างตนต่างทำตามใจและการกระทำนั้นทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ก็จะเกิดปัญหา ความขัดแย้ง มีการล้างแค้นได้โต้ตอบกันไปโต้ตอบกันมาไม่มีที่สิ้นสุด เพราะไม่มีกฎหมายเข้าไปจัดการให้ความเป็นธรรม ในที่สุดสังคมนั้นประเทศนั้นก็จะล่มสลายไม่สามารถดำรงอยู่ได้
ปัจจุบันนี้ในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าใครจะทำอะไรก็จะต้องมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยตลอดเวลา เช่น เมื่อมีคนเกิดก็ต้องแจ้งเกิด ต้องตั้งชื่อ ต้องเข้าโรงเรียน อายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ก็ต้องไปทำบัตรประจำตัวประชาชน นักเรียนที่อายุย่างเข้าปีที่ 18 ต้องไปลงบัญชีทหารกองเกิน การสมรสอยู่กินเป็นครอบครัว การกู้ยืมเงิน ซื้อขาย การทำสัญญาต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้ทั้งสิ้น

รัฐธรรมนูญกำหนดให้ประชาชนมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย การรู้กฎหมาย จึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนทุกคน ที่จะได้ทราบถึงของเขตของสิทธิ และหน้าที่ของตน ตลอดจนข้อปฏิบัติต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อรู้กฎหมายก็จะได้ไม่ทำผิดกฎหมาย และไม่ถูกผู้อื่นเอารัดเอาเปรียบโดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ
การทำผิดกฎหมาย หรือปัญหาข้อขัดแย้ง ข้อพิพาทต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างประชาชนด้วยกันเอง หรือประชาชนกับข้าราชการซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามเป็นข่าวฟ้องร้องกันไม่เว้นแต่ละวันนั้น มีสาเหตุมาจาก ความไม่รู้กฎมาย ทั้งสิน และเมื่อกระทำความผิดแล้วจะกล่าวอ้างแก้ตัวว่าที่กระทำลงไปนั้นเป็นเพราะไม่รู้กฎหมาย เพื่อให้คนหลุดพ้นจากความรับผิดก็ไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะไม่รู้กฎหมายจริง ๆ ก็ตาม เนื่องจากในทางกฎหมายมีหลักเกณฑ์สำคัญประการหนึ่งว่า “ความไม่รู้กฎหมายไม่เป็นข้อแก้ตัว” เพราะถ้าหากว่า ให้มีการกล่าวอ้างแก้ตัวได้ ทุกคนก็จะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมายกันหมด เพื่อให้คนหลุดพ้นจาก ความรับผิด ในที่สุดกฎหมายก็จะ ขาดความศักดิ์สิทธิ์ และบังคับใช้กับใครไม่ได้อีกต่อไป

อ่านบทความน่าสนใจถัดไป นักสืบต้องทำตัวให้ลึกลับ

การบังคับบุคคลให้สูญหาย (enforced disappearance)

การบังคับบุคคลให้สูญหาย หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “การอุ้มหาย”

การบังคับบุคคลให้สูญหาย

การบังคับบุคคลให้สูญหาย หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “การอุ้มหาย” เป็นอีกหนึ่งการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรง ซึ่งหมายถึงการที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำ หรือบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่ได้รับคำสั่ง สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจในการจับกุม คุมขัง ลักพา หรือลิดรอนเสรีภาพของบุคคล โดยพยายามปกปิดชะตากรรมหรือที่อยู่ของบุคคลนั้นๆ private detective bangkok

ไม่เพียงแค่ถูกจับและควบคุมตัว เหยื่อมักถูกทรมานด้วยวิธีการที่โหดร้าย ป่าเถื่อนอีกด้วย และอีกสิ่งหนึ่งที่น่าเศร้าคือ เหยื่อส่วนใหญ่มักไม่ได้รับการปล่อยตัวและถูกปกปิดชะตากรรม ทำให้สังคม หรือแม้แต่ครอบครัวของพวกเขาไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ และถึงแม้ว่าพวกเขาจะรอดชีวิตออกมากได้ รอยแผลทั้งบนร่างกายและจิตใจก็ยังคงติดตัวเขาไปตลอดชีวิต

ทั้งนี้การบังคับบุคคลให้สูญหายเป็นความผิดทางอาญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ผู้กระทำผิดมักลอยนวลพ้นผิด เป็นการละเมิดต่อบุคคลที่ถูกทำให้สูญหาย บ่อยครั้งที่ผู้สูญหายไม่ได้รับการปล่อยตัวและไม่มีผู้ทราบชะตากรรมของเขาอีกเลย จึงถือได้ว่าเป็นการละเมิดอย่างต่อเนื่องต่อสิทธิมนุษยชนของครอบครัวของเขา ซึ่งไม่มีโอกาสได้ทราบความจริงว่าผู้สูญหายอยู่ที่ไหน

การบังคับบุคคลให้สูญหายถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความหวาดกลัวต่อสังคมในวงกว้าง การกระทำอันโหดร้ายดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อสร้างบรรยากาศที่ไม่ปลอดภัย เพื่อหยุดยั้งการกระทำต่อทั้งบุคคลที่ถูกบังคับให้สูญหาย ชุมชมและสังคม การบังคับบุคคลให้สูญหายได้กลายเป็นปัญหาสำคัญของโลกในปัจจุบัน ซึ่งเกิดมากขึ้นกับปัญหาภายใน โดยเฉพาะเพื่อกำจัดศัตรูทางการเมือง
ซึ่งเป้าหมายที่สำคัญของรัฐในการบังคับบุคคลให้สูญหาย คือนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ญาติของเหยื่อ พยาน และ ทนายความ และรวมถึงกลุ่มเปราะบางต่างๆ เช่น เด็ก และบุคคลพิการ อีกด้วย

การบังคับให้บุคคลสูญหายในทุกๆครั้งนั้นได้ละเมิดสิทธิตามหลักสิทธิมนุษยชนทั้ง

– สิทธิในเสรีภาพและความปลอดภัย
– สิทธิที่จะไม่ถูกทรมานและถูกปฏิบัติหรือลงโทษอย่างโหดร้าย
– สิทธิที่จะไม่ถูกกักขังอย่างไร้มนุษยธรรม
– สิทธิในการได้รับพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม
– สิทธิการเป็นบุคคลตามกฏหมาย
– สิทธิในชีวิตครอบครัว

บทความนี้จะกล่าวถึงความหมายของการบังคับบุคคลให้สูญหายตามอนุสัญญาคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการถูกบังคับให้สูญหาย ค.ศ. 2006(International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance) ต่อไปนี้จะเรียกว่า ‘อนุสัญญาฯ’ ซึ่งในปัจจุบันมีรัฐภาคีทั้งสิ้น 62 ประเทศ โดยประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาฯ วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555 แต่ในปัจจุบันยังไม่ได้ให้สัตยาบันเป็นรัฐภาคี ซึ่งหากประเทศไทยให้สัตยาบันเป็นภาคีเมื่อใด ประเทศไทยจะต้องดำเนินการตามที่อนุสัญญาฯ กำหนด

1. ความหมายของการบังคับบุคคลให้สูญหาย

อนุสัญญาฯ ข้อ 2 ได้ให้ความหมายของการบังคับบุคคลให้สูญหาย หมายถึง “การจับกุม การคุมขัง การลักพาตัว หรือ การลิดรอนเสรีภาพรูปแบบอื่น ที่กระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่กระทำการภายใต้อำนาจหรือการสนับสนุนหรือการยอมรับจากรัฐ ตามด้วยการปฏิเสธไม่รับรู้การลิดรอนเสรีภาพดังกล่าว หรือโดยการปกปิดชะตากรรมหรือที่อยู่ของผู้สูญหาย ทำให้ผู้สูญหายอยู่นอกการคุ้มกันของกฎหมาย”

จากความหมายดังกล่าว แยกองค์ประกอบของการบังคับบุคคลให้สูญหายได้เป็น 3 ข้อ ดังนี้คือ

ตัวอย่างเช่น หากเจ้าหน้าที่ของรัฐเห็นว่านาย ก. คือ ‘ตัวปัญหา’ คอยเปิดโปงพฤติกรรมที่มิชอบของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐจึงจับตัวนาย ก. ไปขังไว้ในสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อญาตินาย ก. มาตาม ก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เอาตัวไป เช่นนี้ถือว่าเป็นการบังคับบุคคลให้สูญหายที่เป็นความผิดอาญาและถูกลงโทษตามที่อนุสัญญาฯ เรียกร้อง หากต่อมาเจ้าหน้าที่ของรัฐฆ่านาย ก. ก็เป็นอีกความผิดหนึ่งคือการฆาตกรรมนอกกฎหมาย (extra-judicial killing) ที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงอีกรูปแบบหนึ่ง

หากเจ้าหน้าที่ของรัฐจับกุมตัวประชาชนไปขังไว้ในสถานที่ไม่เปิดเผย และยอมรับว่าเอาตัวไปจริง แต่ปกปิดชะตากรรมไม่บอกที่อยู่หรือความเป็นไปของผู้ถูกเอาตัวไป ก็เป็นการบังคับบุคคลให้สูญหายตามอนุสัญญาฯ เช่นเดียวกัน เพราะเป็นลักษณะของ “การปกปิดชะตากรรมหรือที่อยู่”

2. การพาตัวไปโดยไม่ยินยอม

การบังคับบุคคลให้สูญหายคือการนำตัวไปโดยผู้ถูกเอาตัวไปไม่ยินยอม ดังนั้น การพาตัวไปโดยความยินยอมของผู้ถูกเอาตัวไปและอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมาย เช่น การที่บุคคลหนึ่งเข้าสู่การคุ้มครองพยานตามโครงการคุ้มครองพยาน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 ไม่ถือว่าเป็นการบังคับบุคคลให้สูญหาย โดยความยินยอมนี้ต้องเป็นความยินยอมที่บริสุทธิ์ ดังนั้น ความยินยอมเพราะถูกบังคับ ขู่เข็ญ แม้จะมีลายเซ็นของผู้ถูกเชิญตัวว่ายินยอมไปกับเจ้าหน้าที่เอง ก็ไม่อาจถือว่าเป็นความยินยอมที่บริสุทธิ์

3. การกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือโดยการยอมรับจากรัฐ

การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐอุ้มประชาชนหายไป ย่อมเป็นการบังคับบุคคลให้สูญหายอย่างแน่นอน แต่ถ้าหาก นาย ก. ซึ่งเป็นประชาชนคนหนึ่ง อุ้ม นาย ข. ประชาชนอีกคนหนึ่งไปขังไว้ด้วยเรื่องส่วนตัวของนาย ก. เช่นนี้ไม่ถือว่าเป็นการบังคับบุคคลให้สูญหายตามความหมายของอนุสัญญาฯ คงเป็นความผิดหน่วงเหนี่ยวกักขังทั่วไปตามที่ได้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 310

อย่างไรก็ดี หากการกระทำของนาย ก. ดังกล่าว เกิดจากการสั่งการของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือการยอมรับโดยรัฐ ย่อมเป็นการบังคับบุคคลให้สูญหายได้เช่นกัน

4. การจับกุมหรือคุมขังบุคคล เริ่มจากการกระทำที่ชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ได้

การจับกุมคุมขังตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการคุมขังตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือ การคุมขังตามกฎหมายอื่น รวมทั้งกฎหมายพิเศษที่ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยทั่วไปแล้วไม่เป็นการบังคับบุคคลให้สูญหาย เพราะเป็นการยอมรับโดยเจ้าหน้าที่และไม่ได้ปกปิดชะตากรรมของผู้ถูกคุมตัว

อย่างไรก็ดี การจับกุมคุมขังตามหมายศาลหรือตามกฎหมาย ก็อาจเป็นการบังคับบุคคลให้สูญหายได้ หากเริ่มต้นจากการจับกุมโดยชอบด้วยกฎหมาย แล้วต่อมาเจ้าหน้าที่ของรัฐปกปิดชะตากรรมของผู้ถูกคุมขัง ทรมาน หรือฆ่าผู้ถูกคุมขัง ย่อมถือว่าเป็นการบังคับบุคคลให้สูญหายด้วยอีกการกระทำหนึ่งทันที

5. การคุมขังนานเท่าใดถึงเป็นการบังคับบุคคลให้สูญหาย

อนุสัญญาฯ ไม่ได้กล่าวถึงระยะเวลาของการคุมขังว่าจะต้องนานเท่าใดถึงเป็นการบังคับบุคคลให้สูญหาย ดังนั้นแม้คุมขังไม่นาน แต่การคุมขังนั้นเป็นการกระทำนอกกฎหมาย ทำให้ผู้ถูกคุมขังอยู่นอกการคุ้มกันของกฎหมาย ก็เป็นการบังคับบุคคลให้สูญหายได้

6. การบังคับบุคคลให้สูญหายเป็นความผิดต่อเนื่อง

การบังคับบุคคลให้สูญหายถือว่าเป็นความผิดต่อเนื่อง (continuous crime) หมายถึง อายุความในการฟ้องคดีผู้กระทำความผิดจะยังไม่เริ่มนับ จนกว่าจะปล่อยตัวหรือเปิดเผยชะตากรรมผู้ถูกนำตัวไป

ในอนาคตหากมีกฎหมายกำหนดให้การบังคับบุคคลให้สูญหายเป็นความผิดในประเทศไทย การอุ้มหายใดที่เกิดขึ้นก่อนกฎหมายดังกล่าวประกาศใช้และยังไม่ได้ปล่อยตัวผู้ถูกคุมขัง หรือยังไม่ได้เปิดเผยชะตากรรมของผู้ถูกคุมขัง ย่อมเป็นความผิดต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลาในเวลาที่กฎหมายใหม่เริ่มมีผลใช้บังคับ ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องกฎหมายอาญาย้อนหลังเป็นผลร้ายตามหลักความชอบด้วยกฎหมายอาญา (principle of legality)

7. การบังคับบุคคลให้สูญหายที่เป็นอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ

เจ้าหน้าที่ของรัฐอุ้มประชาชนหายไป เป็นความผิดฐานบังคับบุคคลให้สูญหายตามความหมายของอนุสัญญาฯ ซึ่งใช้กลไกศาลภายในประเทศเป็นผู้พิจารณาพิพากษา แต่หากการบังคับบุคคลให้สูญหายเกิดจากการสั่งการโดยนโยบายจากรัฐบาล (policy) ทำกับประชาชนอย่างเป็นระบบ (systematic) หรืออย่างกว้างขวาง (widespread) ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำดังกล่าวจะมีความผิดฐานอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ (crimes against humanity)ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เมื่อเป็นอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติแล้วทำให้อาชญากรรมดังกล่าวไม่มีอายุความ เป็นอาชญากรรมสากลที่ทั่วโลกร่วมมือกันปราบปราม

บางคนอาจมองว่าไกลจากประเทศไทย เพราะประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีของธรรมนูญกรุงโรมจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ จึงไม่ต้องผูกพันกับศาลอาญาระหว่างประเทศดังกล่าว แต่ความจริงแล้วศาลอาญาระหว่างประเทศมีเขตทั่วโลก ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าหากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติให้ศาลอาญาระหว่างประเทศดำเนินคดีในเหตุการณ์ใด ศาลอาญาระหว่างประเทศก็จะมีเขตอำนาจทันที ซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วกับเหตุการณ์ในประเทศลิเบียและซูดาน ทั้งที่สองประเทศนี้ไม่ได้เป็นรัฐภาคีผูกพันกับศาลอาญาระหว่างประเทศ

8. ประเทศไทยยังไม่มีฐานความผิดบังคับบุคคลให้สูญหาย

กฎหมายไทยในปัจจุบันไม่มีความผิดฐานบังคับบุคคลให้สูญหาย แม้เคยมีความพยายามที่จะกำหนดความผิดฐานบังคับบุคคลให้สูญหายกับการกระทำทรมาน ไว้ในร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ…. ที่เสนอโดยรัฐบาล แต่ร่างดังกล่าว สนช. ก็พิจารณาไม่ทัน

ดังนั้น หากมีการบังคับบุคคลให้สูญหายเกิดขึ้นในประเทศไทยในเวลานี้ เราคงลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐผู้กระทำความผิดดังกล่าวได้แค่ความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังตามประมวลกฎหมายอาญา ซี่งมีโทษเบา และไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของอนุสัญญาฯ ที่เรียกร้องให้กำหนดความผิดฐานบังคับบุคคลให้สูญหายเป็นความผิดร้ายแรง และเป็นเอกเทศจากความผิดหน่วงเหนี่ยวกักขังหรือลักพาตัวทั่วไป

ด้วยเหตุผลดังกล่าว การ มี ข้อบังคับ ป้องกัน รวมทั้ง ล้มล้าง การ ทรมาทรกรรมแล้วก็การ บังคับ บุคคล ให้ หาย ก็เลย ไม่เพียงแค่ เป็นการ ปกป้อง สิทธิมนุษยชนของ พสกนิกร ไทย ให้ ตามมาตรฐาน สากล โลก แม้กระนั้น คงจะ มีส่วนช่วยสร้างเสริม ภาพลักษณ์ ที่ ดี ให้ กับ เมืองไทย ใน สายตา ชุมชน โลกอีกด้วย

การใช้อำนาจ เมือง โดย ข้าราชการ ของ เมือง นอกเหนือจากการที่จะ จะต้องพิจารณาถึง จุดหมาย (objective) ที่ ชอบด้วยกฎหมาย ยัง จะต้อง ทำการ ด้วยแนวทาง (means) ที่ ชอบด้วยกฎหมาย ด้วย การ อุ้มหาย หรือ การ ทรมาทรกรรม ราษฎรเป็น กรรมวิธีการที่ มิเป็นไปตามกฎหมาย แม้ว่าจะ กล่าวถึงว่ามีจุดมุ่งหมาย เพื่อ ประเทศชาติ ก็ ไม่ บางทีอาจ ยอมรับได้ใน ระดับ สากล

อ่านบทความน่าสนใจถัดไป นักสืบต้องทำตัวให้ลึกลับ

นักสืบต้องทำตัวให้ลึกลับ

เมื่อพูดถึงนักสืบ แน่นอนว่าหลายๆท่านก็คงนึกถึงอาชีพที่ลึกลับ

เมื่อพูดถึงนักสืบ แน่นอนว่าหลายๆท่านก็คงนึกถึงอาชีพที่ลึกลับ และเห็นรู้ได้เฉพาะในหนังหรือ

การ์ตูนเท่านั้น เพราะนักสืบต้องทำตัวให้ลึกลับ ทุกอย่างเป็นความลับหมด การทำงานเป็นขั้น

เป็นตอนเพื่อสืบเสาะหาข้อมูลหรือหลักฐานในการที่จะมัดตัวตัวคนร้าย

ไม่มีคำตอบที่แน่นอนสำหรับคำถามที่ว่า ” จะเป็นนักสืบได้อย่างไร ”  เนื่องจากในปัจจุบันไม่มี

ข้อบังคับทางกฎหมายในเรื่องนี้ จึงไม่ได้กำหนดคุณสมบัติของนักสืบเงื่อนไขของการเป็นนักสืบ

งานนักสืบเอกชน คือ งานรวบรวมหลักฐาน ประเมินหลักฐานเหล่านี้และหาข้อสรุป โดยใช้เครื่อง

มือต่างๆเช่น กล้องวิดีโอ กล้อง ระบบบันทึกเสียง หรือ โดยการใช้อินเตอร์เน็ต และ เครือข่าย

คอมพิวเตอร์ และใช้ซอฟต์แวร์ต่างๆ เพื่อการสอบสวน ดังนั้นนักสืบเอกชนควรเป็นผู้เชี่ยวชาญ

ในงานของตน ได้รับการฝึกอบรมในห้องปฏิบัติการทางอาญา มีความรู้ และ ประสบการณ์ในด้าน

จิตวิทยา และ อาชญาวิทยาทางอาญา

เมื่อพูดถึงนักสืบ แน่นอนว่าหลายๆท่านก็คงนึกถึงอาชีพที่ลึกลับ

1. นักสืบต้องมีความกล้าในการตัดสินใจและเเก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้รวดเร็ว

นักสืบที่ดีจะต้องมีการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ ต้องไม่ใจร้อน การเร่งรีบ

เกินไปในการปฏิบัติภารกิจ ไม่ติดตามเป้าหมายอย่างกระชั้นชิดเกินไปซึ่งอาจทำให้เป้าหมาย

รู้ตัว อันจะเป็นผลให้ภารกิจล้มเหลวและอาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นกับตัวนักสืบเองหรือผู้ว่าจ้างก็

เป็นได้ นักสืบต้องไม่ใจเย็นหรือทำอะไรชักช้าเกินไป การเฝ้ารอดูการเคลื่อนไหวของเป้าหมาย

อยู่แต่ภายนอกอย่างเดียวก็อาจทำให้ภารกิจล้มเหลวได้ การเฝ้ารอดูอยู่แต่ด้านนอกเพราะกลัว

เป้าหมายจะรู้ตัวว่าถูกติดตาม โดยไม่เข้าไปสำรวจสถานที่นั้น ทำให้ไม่รู้ว่าสถานที่แห่งนั้นยังมี

ทางออกทางอื่นอีก ซึ่งอาจทำให้คลาดกับเป้าหมายได้ถ้าเป้าหมายออกไปอีกทางหนึ่ง

2. การรอคอยในงานนักสืบ การรอคอยเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรรอคอยนานเกินไป

นักสืบที่ดีต้องมีความอดทน ความอดทนเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่นักสืบถูกสอนมาตลอดจากนักสืบรุ่น

เก่าๆ ให้อดทนรอคอย แต่การรอคอยนั้นควรมีการกำหนดระยะเวลาด้วย คือถ้าเห็นว่าเหตุการณ์ดู

เงียบเกินไป หรือระยะเวลาในการเฝ้ารอเป้าหมายนานเกินไปแล้ว เป้าหมายไม่เคลื่อนไหวเลย

นักสืบจะต้องรายงานให้หัวหน้าทีมสืบสวนทราบ เพื่อหาทางตรวจสอบให้ได้ว่ามีเหตุการณ์ผิด

ปกติเกิดขึ้นกับเป้าหมายหรือไม่ หรือว่าเป้าหมายได้หลบหนีออกไปโดยวิธีใดวิธีหนึ่งก็เป็นได้

นักสืบที่ดีนั้นควรต้องมีการตรวจสอบเป้าหมายเป็นระยะตามสมควร ไม่ใช่กรอดทนรอเวลาแต่

เพียงอย่างเดียว

3.นักสืบต้องพูดความจริง

การพูดความจริงเป็นคุณสมบัติอีกที่สำคัญอย่างยิ่งในการเป็นนักสืบ ในการปฏิบัติงานสืบสวนนั้น

ต้องมีการทำงานเป็นทีม ภายในทีมงานนักสืบแต่ละคนจะต้องไม่มีการโกหกกัน การกล่าวเท็จ

ต่อกันแล้วจะทำให้ภารกิจล้มเหลว หรืออาจเกิดอันตรายขึ้นกับตัวนักสืบได้ เช่น นักสืบทีมหนึ่ง

ได้รับมอบหมายภารกิจให้ไปเฝ้าสะกดรอยตามเป้าหมายยังสถานที่แห่งหนึ่ง หัวหน้าทีมนักสืบ

ได้ทำการสำรวจสถานที่แล้ว มีการวางแผ่นมอบหมายงานให้นักสืบแต่ละคนเฝ้าเส้นทางเข้าออก

ของเป้าหมายเป็นอย่างดี แต่กลับมีนักสืบคนหนึ่งในทีมมีเหตุจำเป็นที่จะต้องไปทำธุระส่วนตัวที่

อื่น แต่ไม่ยอมแจ้งให้หัวหน้าทีมนักสืบทราบ เพื่อจะได้ส่งนักสืบคนอื่นให้มาเฝ้าเส้นทางนั้นแทน

แต่ได้รีบไปทำธุระส่วนตัวแล้วรีบกลับมาโดยไม่แจ้งให้ทีมงานทราบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับ

เป้าหมายได้หลบหนีออกไปตามเส้นทางนั้น ซึ่งกว่าที่ทีมงานจะทราบเป้าหมายก็เดินทางไป

ไกลแล้ว ทำให้ภารกิจล้มเหลว

4.ยอมรับในความผิดพลาด

ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ แต่เมื่อนักสืบปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายผิดพลาดแล้ว

ต้องยอมรับความผิดพลาดนั้น ต้องแจ้งให้หัวหน้าทีมนักสืบทราบทันทีเพื่อจะได้หาหนทางแก้ไข

ความผิดพลาดนั้นแต่ถ้าหากว่านักสืบไม่ยอมรับความผิดพลาดแล้วปฏิบัติภารกิจไปตามปกติ

เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็อาจทำให้ภารกิจนั้นประสบคามล้มเหลวได้ เช่น นักสืบคนหนึ่งได้รับ

มอบหมายให้ไปเฝ้าติดตามสะกดรอยสังเกตพฤติกรรมเป้าหมาย แต่ได้คลาดกับเป้าหมายแล้ว

ไม่แจ้งให้หัวหน้าทีมนักสืบทราบแต่นักสืบคนนั้นกลับว่าเป้าหมายไม่มีการเคลื่อนไหว หรือไม่

พบเป้าหมาย ทำให้ทีมงานนักสืบทำงานต้องเฝ้าเป้าหมายอยู่ที่เดิมทั้งที่เป้าหมายไม่อยู่ที่นั่น

แล้ว ภารกิจจึงไม่มีความคืบหน้าหรือล้มเหลวนั่นเอง

5.นักสืบต้องมีการประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว

แหล่งข่าวหรือสายข่าวมีความสำคัญเป็นอย่างมากในงานของนักสืบ การหาข่าวหรือหาข้อมูล

ของนักสืบเป็นสิ่งที่นักสืบทุกคนต้องปฏิบัติ เพราะนักสืบมีหน้าในการพิสูจน์ความจริงในภารกิจที่

ได้รับมอบหมายการรวบรวมข้อมูลข่าวสารของนักสืบนั้นแบ่งได้เป็นหลายประเภท เช่น ข้อมูล

ข่าวสารที่นักสืบพบเห็นหรือได้จากการพิสูจน์ทราบเองของนักสืบ ข้อมูลข่าวสารได้จากตัวผู้ว่า

จ้าง และข้อมูลข่าวสารได้จากสายลับหรือแหล่งข่าว โดยนักสืบจะต้องทำการวิเคราะห์ว่าข้อมูล

ข่าวสารได้มานั้นว่ามีความน่าเชื่อถือเพียงใดนักสืบจึงต้องมีการคิดวิเคราะห์ก่อนว่าจะถามข้อมูล

จากแหล่งข่าวคนใด ข้อมูลได้มานั้นมีความถูกต้องแม่นยำมากน้อยเพียงใด เป็นข้อเท็จจริงหรือ

เป็นเพียงความเห็นของแหล่งข่าวเท่านั้นจึงจะได้ข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถทำให้ภารกิจสำเร็จ

ลุล่วงไปได้

6.นักสืบต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาท

นักสืบที่ดีต้องปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาด้วยความระมัดระวัง มีสติอยู่ตลอดเวลา นักสืบ

ต้องไม่ประมาทในงานที่ได้รับมอบหมาย อย่าคิดว่าเป็นงานที่ง่าย เพราะถ้าเป็นภารกิจที่ง่าย ผู้

จ้างก็คงไม่เสียค่าใช้จ่ายมาจ้างนักสืบอย่างแน่นอน ผู้ว่าจ้างคงทำเองไปแล้ว ดังนั้นเมื่อนักสืบได้

รับมอบหมายภารกิจมาแล้ว ต้องปฏิบัติภารกิจด้วยความสุขุมรอบคอบ และมีสติอยู่ตลอดเวลา

7.นักสืบต้องไม่ทำตัวให้เป็นจุดสนใจ

นักสืบต้องทำตัวให้ธรรมดาที่สุด ไม่โดดเด่น ในขณะที่ปฏิบัติงานนักสืบนั้นนักสืบอาจจำเป็นที่จะ

ต้องมีการปกปิดหรือพรางตัว ไม่ต้องการให้ใคร (โดยเฉพาะเป้าหมาย) ทราบว่าเราเป็นนักสืบ

ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุดคืออย่าทำตัวแปลกแยก เป็นจุดเด่นหรือเป็นที่สนใจของชาวบ้าน

8.นักสืบที่ดีต้องรักษาความลับของผู้ว่าจ้างไม่นำไปเผยแพร่ต่อบุคคลอื่น

เมื่อ มีการติดต่อ จ้างงาน จาก นายจ้าง ให้ ทำหน้าที่ ข้อควรระวัง อย่างหนึ่ง ที่ สายสืบจำเป็น

ต้องถือปฏิบัติ อย่างเคร่งครัด เป็น การดูแลและรักษา ความลับ ของนายจ๋าง ไม่ว่า จะเป็น ขั้น

ตอน ใด ของ การกระท่างาน หรือ เมื่อ ภารกิจ นั้น สิ้นสุดลง และก็ นักสืบ ได้ กระทำ มอบงาน ให้

กับ นายจ้างและก็ตามความรับผิดชอบของ นักสืบ เป็นจะต้อง รักษา ความลับ ของนายจ้าง ยัง

คง มี อยู่ตลอดไป ด้วยเหตุดังกล่าว การดูแลรักษา ความลับ ของลูกค้า ก็เลย ราวกับ เป็น กฎข้อ

ปฏิบัติ อันสำคัญ ของ นักสืบ ที่ นักสืบจำต้อง ปฏิบัติ อย่างเคร่งครัด

ไม่มี นักสืบ ที่เก่ง มี แม้กระนั้น นักสืบ ที่ ขยัน เพียงแค่นั้น ไม่มี อุปกรณ์ จำพวก ใดใน ชี้การ

ประมาณ ว่าคนไหนกันแน่ มีความรู้และมีความเข้าใจ มากยิ่งกว่ากัน แต่ว่า อยู่ที่ ใครกันแน่ ขยัน

มากยิ่งกว่า กัน ก็เลยสามารถ ดำเนินงาน ได้ บรรลุเป้าหมาย มากยิ่งกว่า กันงาน ของ นักสืบ

เป็นการ แสวงหา ความจริง เพื่อประสบความสำเร็จ สำหรับเพื่อการ สอบสวน ด้วยเหตุนั้น จะ

มองเห็น ได้ ว่านักสืบ ที่ มีความขยัน ข้นแข็งสำหรับการ ปฏิบัติภารกิจ จะก่อให้ ดำเนินงาน ได้

บรรลุเป้าหมาย ได้มาก กว่านักสืบ ที่ มีความ คร้านแม้กระนั้น ทั้งนี้ ก็ ขึ้นกับ ต้นสายปลายเหตุอื่น

ด้วย เช่น การเข้าถึง ข่าวสารว่า จะสามารถ เข้าถึง ข่าวสารที่ มีคุณประโยชน์ ต่อ การไต่สวน

มากมาย น้อย แค่ไหน ( เช่น ข้อมูล ด้าน การติดต่อสื่อสาร หรือ ข้อมูลทางการเงิน ของจุดมุ่ง

หมาย ) เนื่องจาก นักสืบ ที่มี ข้อมูลเบื้องต้น สำหรับเพื่อการ ไต่สวน มากยิ่งกว่าย่อม ได้โอกาส

สำหรับเพื่อการ ไปถึงเป้าหมาย ใน งาน สืบสวน มากกว่า นั่นเอง

อ่านบทความน่าสนใจถัดไป คุณสมบัติ ข้อที่สำคัญยิ่งสำหรับการเป็นสายลับ

คุณสมบัติ ข้อที่สำคัญยิ่งสำหรับการเป็นสายลับ

ความจริงกับงานนักสึบ นักสืบต้องพูดความจริง

ความจริงกับงานนักสึบ นักสืบต้องพูดความจริง

ความจริงกับงานนักสึบ นักสืบต้องพูดความจริง นักสืบ ต้อง พูดเรื่องจริง การพูด ความเป็นจริง

เป็นคุณสมบัติ อีกข้อ ที่สำคัญยิ่งสำหรับการเป็นสายลับ สำหรับการ ดำเนินงาน ใต่สวน นั้น ควร

จะมี การทำงาน เป็นทีม ตัง นั้นด้านใน คณะทำงาน นักสืบ แต่ละคน จำเป็นที่จะต้อง ไม่มี การ

โกหก กันจำเป็นต้องพูดเรื่องจริง กัน ถ้าเกิด โกหก หรือ กล่าวเท็จ ต่อกัน แล้ว จะมีผลให้ภารกิจ

ล้มเหลว หรือ บางที่อาจ กำเนิด ฮันยี่ห้อยขึ้นอยู่กับ ตัว นักสืบได้ ดังเช่นนักสืบทีม หนึ่ง ได้รับ

มอบหมาย ภารกิจ ให้ไป เฝ้า สะกดรอยตาม จุดหมาย ยัง สถานที่ แห่งหนึ่ง หัวหน้าทีม นักสืบ

ได้ทำ เสร็จ สถานที่ แล้ว มีการคิดแผน มอบหมายงาน ให้ นักสืบ แต่ละคน เฝ้า ทางเข้าออก

ของ วัตถุประสงค์ อย่างดีเยี่ยม แต่ว่า มีนักสืบคนหนึ่ง ในทีม ได้รับ มอบหมาย ให้เฝ้าทางนั้นมี

เหตุ จำเป็น ที่จะจำต้อง ไปทำ ธุระส่วนตัว ที่อื่นๆ ครู่หนึ่ง แต่ว่าไม่ แจ้ง ให้หัวหน้าที่ม นักสืบ

ทราบ เพื่อจะได้ส่ง นักสืบคนน ให้มา เฝ้าทางนั้น แทน แม้กระนั้น ได้รีบ ไป ทำ ธุระ ส่วนตัว แล้ว

รีบ กลับมา โดย ไม่ แจ้งให้คณะทำงาน รู้ ซึ่งเป็นช่วงๆ ช่วงเวลาเดียวกัน กับ วัตถุประสงค์ ได้

หลบซ่อน ออกไปตาม ทางนั้นเมื่อเวลาผ่านไป นาน จนถึง แตกต่างจากปกติ แล้ว หัวหน้าทีม

นักสืบ ได้ ตรวจตรากับ นักสืบทุกคน ต่าง การันดี ว่าได้ เฝ้าจุดมุ่งหมาย อยู่เสมอ เวลา ยังมองไม่

เห็น จุดหมาย ออก ไป เลย กว่า หนคณะทำงาน จะ หาวิธีเข้าไป สำรวจ ข้างใน บ้านพักดังที่

กล่าวผ่านมาแล้ว วัตถุประสงค์ ก็เดินทางไป ไกล แล้ว ทำให้ภารกิจ ล้มเหลว ซึ่งในกรณีนี้ ถ้า

หาก นักสืบคน นั้น พูดเรื่องจริง ก็ จะไม่ กำเนิด เรือง แบบนี้ แน่ๆ ภารกิจอาจ สำเร็จลุล่วงไป แล้ว

อ่านบทความเพิ่มเติม การเป็นนักสืบ สิ่งที่จะช่วยให้นักสืบประสบความสำเร็จ

ความผิดพลาดในงานนักสืบ นักสืบต้องยอมรับความผิดพลาดได้

นักสืบ ก็เป็น คน ธรรมดาราวกับ คนทั่วๆไป ที่เวลา ทำ อะไร แล้ว ย่อม มีความผิดพลาด เกิดขึ้น

ได้เสมอ แม้กระนั้น เมื่อ นักสืบ ปฏิปั ติงา นที่ ได้รับ มอบหมายบกพร่อง แล้ว จะต้อง เห็นด้วย ข้อ

ผิดพลาด นั้น จำเป็นต้องแจ้ง ให้หัวหน้าทีมนักสืบ รู้เมื่อ มีความผิด พลาด เพื่อจะได้ หา วิถีทาง

ปรับแต่ง ข้อผิดพลาดนั้น อันจะนำมาซึ่งการก่อให้เกิด การ ปฏิปัติ ภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วย ได้ แม้

กระนั้น หากนักสืบ ไม่รับ ความผิดพลาด พลาค แล้ว ปฏิปัติ ภารกิจ ไป ตามเดิม ราวกับ ไม่มี

อะไร ก่เนิด ขึ้น ก็อาจก่อให้ภารกิจ นั้น ไม่ประสบผลสำเร็จ ได้ ตัวอย่างเช่นนักสืบ คนหนึ่ง ได้รับ

มอบหมาย ให้ ไป เฝ้าว่ากล่าว ตาม สะกตรอย พินิจ การกระทำ จุดมุ่งหมาย แม้กระนั้น ด้ พลาด

กับ วัตถุประสงค์ ไม่เคยทราบ ว่า จุดมุ่งหมายเน ทาง ไป ที่ใด แล้ว ไม่ แจ้ง ให้ หัวหน้าทีม นักสืบ

ทราบเรื่อง แต่ว่า นักสืบ คน นั้นรายงาน กลับ ไปว่าวัตถุประสงค์ ไม่มี การเคลื่อนไหว หรือเปล่า

เจอ กระเป๋าหมาย ทำให้คณะทำงาน นักสืบทำ งาน จำต้อง เฝ้ วัตถุประสงค์ อยู่ ที่ เดิม ในขณะที่

วัตถุประสงค์ไม่อยู่ ตรงนั้น แล้ว ภารกิจ ก็เลย ปราศจากความ ก้าวหน้า หรือ ล้มเหลว นั่นเอง แม้

กระนั้น หาก นักสืบรายงาน กลับไป ตามความเป็นจริง ในทันทีทันใด ท้น ใด ที่ พลาด กัน กับ จุด

หมาย ทาง คณะทำงาน นักสืบ ก็ จะได้รีบ หาวิธีปรับแต่ง เพื่อ เรียกตัว จุดหมาย ได้ตอนนั้น ซึ่ง

จะสามารถทำให้ปฏิบัติหน้า ได้สำเร็จลุล่วงไปได้

แนวทางการหานักสืบที่จะเก็บความลับของท่าน

แนวทางหานักสืบ มาดำเนินงานที่เป็นความลับ

แนวทางหานักสืบ

แนวทางหานักสืบ มาดำเนินงานที่เป็นความลับ อย่างที่รู้ดี ว่าการหา นักสืบ ที่มีความรู้ความ

สามารถ สำหรับเพื่อการ เก็บข้อมูล ของผู้ว่าจ้าง ทุกๆสั่งทุกๆอย่างเอาไว้เป็นความลับ นั้นไม่ใช่

เรื่องที่ง่าย สายลับ หลายๆคนขาด จริยธรรม สำหรับการดำเนินงาน ทำให้ เจ้านาย

จำนวนมากขาด ความเชื่อถือ สำหรับในการ หา นักสืบ ธรรมดา เข้ามา ดำเนินงาน ใน หน่วยงาน

ด้วยเหตุนี้ ก็เลย ทำให้ไม่สามารถที่จะสืบ ข้อมูล ธุรกิจ ที่ ออกจะวิจิตรบรรจง ได้และก็การสืบ

ข้อมูล ชู้สาว ที่ ไม่อาจจะ ทำเป็นง่าย เนื่องจากว่า แม้ความลับ แตกก็อาจจะส่งผลให้ครอบครัว มี

ปัญหา ได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว การที่ ท่านจะ หาสายลับ สัก คนมาดำเนินงาน ให้กับ ท่าน

ต้องมีความเชื่อมั่นและมั่นใจ ได้ว่านักสืบ คนนั้น จะรักษาความลับ ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ทำให้

ความลับ ของหน่วยงานรั่วไหล ออกไปได้ อย่างแน่แท้

อ่านบทความเพิ่มเติม การเป็นนักสืบ สิ่งที่จะช่วยให้นักสืบประสบความสำเร็จ

กรรมวิธีหา นักสืบ ที่จะ เก็บงำความลับ ของท่าน ได้ให้รอบคอบ และก็ มิดชิด ที่สุดซึ่งก็คือ การ

หาสายสืบ จาก บริษัทนักสืบ โดยตรง เนื่องจากว่า การใช้ บริการ กับบริษัท จะ ช่วยคุ้มครอง

ป้องกัน ข้อมูล เฉพาะบุคคล ของท่าน ได้ดิบได้ดี มากมายมีการ แยก การติดต่อ ใน ระหว่าง ตัว

ท่านเอง กับ นักสืบ ที่จะไป ตามหา ข้อมูล ให้แก่คุณ ทำให้คุณ มั่นอกมั่นใจ ได้ ว่าจะ ได้ ข้อมูล

โดยไม่มี การรั่วไหล ออก ไปหรือ จะ มีการ สืบต่อ มาถึงตัว ท่าน ได้ การ หา นักสืบ ผ่าน บริษัท

ก็เลย ช่วยทำให้ท่าน เชื่อมั่นได้ว่า จะไม่มี การสืบมาถึงตัว ท่าน เด็ดขาด ก็เลย เสนอแนะ ว่า ถ้า

หากท่าน อยากได้ นักสืบ สักคน มาดำเนินงาน ในเรื่อง ใดเรื่องหนึ่ง การใช้บริการกับ บริษัท

นักสืบ โดย ไม่ได้ นัดหมาย ติดต่อ กับ ตัว นักสืบ โดยตรง ท่านจะสามารถรักษา ความลับ กลุ่มนี้

เอาไว้ได้อย่างแน่ใจ ปลดปล่อย ให้ นักสืบ ดำเนินการ แทน ท่น โดย ปราศจากความ ลับ อะไรก็

แล้วแต่ รั่วไหล ออกมา ในอนาคต

บริษัท ของ พวกเรา ให้บริการ หา นักสืบ ที่ มีคุณภาพ ทุกคน ผ่าน มาตรฐาน การประมาณ ของ

บริษัท สามารถ กุมความลับ เอาไว้ ได้ดิบได้ดี ทั้งยัง บริษัท ยัง กุมความลับ ลูกค้า เอาไว้ ก่อน

อีก ทอด นึง ทำให้ลูกค้า ที่มา หา นักสืบ จากบริษัท private detective bangkok ของ พวก

เรา ได้รับ การปกป้องคุ้มครอง ใน ส่วน ของ ข้อมูล ส่วนตัวเอาไว้ อย่างยอดเยี่ยม ไม่ต้อง กลัว ว่า

ข้อมูล ต่างๆ จะ ถูก เผย ออกมา ใน ตอนหลัง ต่างจากการ หา นักสืบ ทั่วๆไป ด้วย ตัว ท่าน เอง

เพราะเหตุว่า ท่าน จึงควร ไป ติดต่อ กับตัวนักสืบ โดยตรง ก็เลย ไม่สามารถที่จะ ปกปิด ความลับ

อะไรก็แล้วแต่ ของ ตัว ท่านได้ สิ่งเหล่านี้ เป็น จุดเด่น ของ การใช้บริการ นักสืบ ผ่าน บริษัท

โดยตรง หากคุณอยากได้ นักสืบ ที่ ดี เชื่อใจได้ และไม่ อยากให้ความลับ หลุดออกไป ได้ ง่าย

ติดต่อ ใช้บริการผ่าน พวกเราได้เลย พวกเรา พร้อม ที่จะตามสืบ ข้อมูล จากที่ท่านอยากได้ โดย

การทำงาน อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่า จะเป็นการตามสืบ ข้อมูลธุรกิจ ตามสืบ เนื้อหาเกี่ยวกับ การ

ชู้สาว และยังรวมไปถึง การตำหนิด เรียกตัวบุคคล เพื่อ เก็บข้อมูล สำคัญ ที่ท่าน อยาก พวกเรา

ก็ สามารถ ตามสืบ ให้แค่คุณได้ ทั้งสิ้น ท่านจะได้รับ ข้อมูล ที่มี ความ ละเอียด แจ้งชัด เพียงแค่

ไว้ใจ ที่จะ ใช้บริการ กับ พวกเรา

การเป็นนักสืบ สิ่งที่จะช่วยให้นักสืบประสบความสำเร็จ

คุณสมบัติของนักสืบที่ดี

คุณสมบัติของนักสืบที่ดี

คุณสมบัติของนักสืบที่ดี ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย จำเป็นต้อง ผ่านการอบรม ผ่าน การฝึกซ้อม จวบ

จนกระทั่ง จะ เป็น นักสืบ ที่ เก่งซึ่งสามารถ ปฏิบัติงาน ให้ กับ ลูกค้า ได้ นักสืบ ที่ ผ่าน การคัด

สรร โดย บริษัท จำเป็นที่จะต้อง ผ่าน กฎเกณฑ์ ต่างๆ ที่ บริษัท ระบุ ขึ้น ไม่ใช่ ว่า คนใด จะ มา

ดำเนินการ ให้ลูกค้า ของ พวกเรา ก็ได้ พวกเราเลือกสรร สายลับ โดย มองหา ความรู้ความเข้าใจ

ต่างๆ ที่เหมาะสมกับ งาน ที่จะ ทำให้กับลูกค้าจริงๆ ลูกค้า ของ พวกเรา ทุกคน ที่เข้ามา หา

นักสืบไป ดำเนินการ ก็เลย มี ความเชื่อมั่น ได้ว่า จะ มีผู้ที่ สามารถ ดำเนินงาน ให้แก่ท่านได้

อย่างเต็มคุณภาพ ที่สุด

คุณลักษณะสำคัญ ของการเป็นนักสืบที่ดี ที่ พวกเรา จะ ใช้ เลือกเฟ้น หา สายลับมา ปฏิบัติ

งาน ให้กับ ลูกค้า นั้น นักสืบ ของ พวกเรา ทุกคน นอกเหนือจากที่จะมีความรู้และความเข้าใจ

สำหรับเพื่อการ สืบ หรือ ติดตาม ข้อมูล มา ให้แก่คุณ ได้อย่างมือโปร แล้ว ควรจะมีความรู้ความ

เข้าใจ สำหรับในการ กุมความลับ ได้อย่างมิดชิด จะต้อง ไม่ทำให้ความลับ ของ ลูกค้า ที่ เข้ามา

ใช้ บริการ รั่วไหล ออก ไปได้ ซึ่งเป็นจริยธรรมการทำงาน ที่ พวกเรารักษามันมากมายว่า 20 ปี

เพื่อป้องกัน ข้อมูลลูกค้าของ พวกเรา เอาไว้ อย่างมิดชิด ไม่ ให้ บุคคลอื่น สามารถรู้ได้ว่า ท่าน

มาใช้บริการ กับ พวกเรา สั่งเหล่านี้สามารถที่จะช่วย ให้คุณ ใช้บริการกับ พวกเรา ได้’ไม่เป็น

อันตราย ไม่จำเป็นต้องกลุ้มใจ ใดๆก็ตาม ทั้งนั้น เพิ่มความมั่นใจและความเชื่อมั่น และก็ สร้าง

ความไว้วางใจ ให้ กับ ลูกค้า ของ พวกเรา ตลอดมา ทำให้พวกเรา มี ฐาน ลูกค้า ขยาย ออก ไป

เป็น วงกว้าง อีกทั้ง มีลูกค้า ราย เดิมที่เชื่อใจ พวกเรา ตลอดมา ทำให้บริษัท นักสืบ ของ พวกเรา

อยู่ ได้ พวกเรา ใส่ใจเสมอ ว่าการคัด พนักงาน มาเป็น นักสืบ ที่ มีคุณภาพ ให้ กับ ท่าน นั้น เป็น

ขั้นตอน ที่มีความจำเป็น พวกเรา ไม่มี การเปิดรับ นักสืบ ที่ ขาด คุณลักษณะ สำหรับในการ

เก็บงำความลับ นักสืบ ของ พวกเรา ทุกคน จะต้องมี วิชาความรู้ความรู้ความเข้าใจสำหรับการ

ตาม สืบ และก็เก็บข้อมูลมาให้แด่ท่านได้ และ ต้องมี การดูแลและรักษาความลับ เอาไว้ ไม่เปิด

เผยให้คนไหน รู้เด็ดขาด

ยิ่งกว่านั้น คุณลักษณะ ที่ สำคัญ ที่ พวกเรา จะ คัด สายลับ มา ปฏิบัติงาน ให้ กับ ท่านซึ่งก็คือ

ความรู้ความเข้าใจ สำหรับการ ใช้ เทคโนโลยี ที่จะ ประยุกต์ใช้ สำหรับการเก็บข้อมูล ได้อย่าง

ละเอียดลออ แล้วก็ มี ความ แยบยล ช่วยทำให้ ท่าน ได้ ข้อมูลที่ มีความ ละเอียด สูง ซึ่ง งาน ที่

พวกเรา จะ ส่ง ให้ท่าน จะไม่ใช่ เพียงแต่งานหยาบคาย ทั่วๆไป แน่ๆ พวกเรา รู้ดีว่า การ ส่ง งาน

หยาบคาย ที่ ไม่มี เนื้อหา ชอบเป็นต้นเหตุ สำคัญ ที่จะ ทำให้คุณ หลงผิด ได้ งาน ของ พวกเรา

ก็เลยมีการ ใช้เทคโนโลยี เข้ามา ช่วย สำหรับเพื่อการ แสวงหา ข้อมูล เพื่อ ได้ ข้อมูล ที่ มี ความ

ละเอียดมาก เพิ่มขึ้น พวกเรา ก็เลย ต้องการให้ ท่าน ใช้ บริการ กลุ่ม สายลับ ของพวกเรา เพราะ

ว่า คุณลักษณะ กลุ่ม สายสืบ ของ พวกเรา จะ มั่งคั่ง ทั้งยังความรู้ความเข้าใจ สำหรับในการ

ดำเนินการ อย่าง มือโปร มี ความ แยบคาย สำหรับในการ ปฏิบัติการ เก็บงำความลับรวมทั้ง

สามารถ ใช้เทคโนโลยี เก็บข้อมูล มาให้แก่ท่านได้ private detective bangkok

การฟ้อง คดีชู้สาว

หลายท่านต้องเจ็บหัวใจเนื่องจากคู่รัก

หลายท่านต้องเจ็บหัวใจเนื่องจากคู่รัก

หลายท่านต้องเจ็บหัวใจเนื่องจากคู่รัก ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ คู่แต่งงาน’ กลับไม่ซื่อสัตย์ ทำให้ชีวิต

ของการการเป็นสามีภรรยา จะต้องพังทลาย ในพริบตา เพียงแค่เพราะว่า ‘ชู้’

thailand private investigator ขอเก็บ ข้อกำหนดกฎหมาย ที่เกี่ยวพันกับ ‘ชู้ ‘ และก็

แนวทาง เรียกร้องค่าเสียหาย จาก ‘ ชู้ ‘ ดังนี้

ทนาย พี่รนัทธ์ สกุลความเจริญรุ่งเรือง บอกว่า ข้อบังคับ ของไทย พวกเราได้ให้ความคุ้มครอง

ป้องกัน สถาบันครอบครัว ซึ่ง ใจความสำคัญ ประเด็นการ มีชู้ ไม่ว่าใน ฝ่ายหญิง หรือ ชาย

สามารถฟ้องคดีเรียก ค่าชดเชย หรือ ที่เรียกกันว่า ค่าปรับ ได้ตาม ประมวลกฎหมาย แพ่ง แล้วก็

การค้าขาย มาตรา 1523 แต่ว่าหลักสำคัญ เป็นหญิง แล้วก็ ชาย จำเป็นที่จะต้อง จดทะเบียน กัน

ซะก่อน

ฝ่ายชายฟ้องชายชู้ของภรรยา

กฎหมาย กำหนด หลักเกณฑ์ไว้ว่า ผัวจะเรียก ค่าชดเชย จาก ผู้ซึ่ง ลวนลาม ภริยาไปในทาง

ชู้สาว ก็ได้ สามารถ ชี้แจง โดยสรุปว่า เพียงแต่ ชายชู้มีความประพฤติลวนลาม เมีย ในทาง

ชู้สาว ก็พอเพียง แล้วที่จะทำ ให้กำเนิด สิทธิฟ้องเรียกค่าตอบแทน โดยการ ลวนลาม ในทาง

รักๆใคร่ๆ นั้น ไม่จำเป็น จำเป็นต้อง ถึงขนาดว่ามีเซ็กส์กัน เพียงแต่ถูกเนื้อต้องตัว กัน ในลักษณะ

ที่ ไม่เป็นไป ในคุณธรรม หรือใน ทำ ท่วมสำคลองธรรม ในทางเพศ ดังเช่นว่า หอม แก้ม โอบ

กอด หรือ นอนกอดกัน ก็ถือได้ว่าเป็นการ ลวนลาม ไปในท่วม ชู้สาว แล้ว รวมทั้ง ยิ่ง ร่วมเพศ กัน

ก็ถือว่าเป็นการ ลวนลาม ใน ทำนอง ชู้สาว นักสืบที่ดี ควรเป็นไง

ฝ่ายหญิงฟ้องหญิงชู้ของสามี

กฎหมาย กํหนด หลักเกณฑ์ไว้ว่า ภริยาจะเรียก ค่าชดเชย จากหญิง อื่นที่แสดงตัว โดยเผย เพื่อ

แปลว่า ตนมี ความเกี่ยวพัน กับผัว ในทำท่วมชู้สาว ก็ได้ ควรจะเป็น ในกรณีที่หญิง ชู้ หรือ ภริยา

น้อย แสดงตัว โดย เผยออกมาว่า ตนเป็น หญิงชู้ หรือ ภริยาน้อย ของ ผัว ดังเช่นว่า มีการ พา ไป

ออกงาน ต่างๆ พาไปแนะนำ ให้วงศาคณาญาติ หรือ ผู้ที่ทำงาน ทราบดีว่า เป็น คู่รักกัน หรือ ไป

อยู่บ้านเดียวกัน หรือ มีลูกร่วมกัน แล้วก็ ให้ลูกใช้ ชื่อสกุล ผัว

ในทางตรงกันข้าม เพียงแต่ ผัวแอบ ลักลอบ ไป ร่วมประเวณี กับ หญิงชู้ เป็นบางโอกาส ไม่จัด

ว่า ภริยาน้อย หรือ หญิงชู้รัก ปรากฏตัว โดยกล่าวมาว่าตัวเองมีความเกี่ยวข้อง กับ ผัวหรือ แอบ

มา ลักลอบได้เสียกัน นับว่า ปราศจากความผิดตา ม ข้อบังคับ ตามมายี่ห้อนี้ จัดว่า ปราศจาก

ความ ผิดตามข้อบังคับ ศาลจะถือเป็นการ ลักลอบ ได้เสียกัน รวมทั้ง ชอบยกฟ้อง

ดังนั้นในกรณี กิ๊กก็ดี หรือหญิงบริการก็ดี หากเป็นกรณีหย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยากัน แอบ

ลักลอบไปร่วมประเวณีกับหญิงชู้เป็นครั้งคราว ไม่ถือว่าภรรยาน้อย หรือหญิงชู้แสดงตน โดยเปิด

เผยว่า ตนเองมีความสัมพันธ์กับสามีหรือแอบมาลักลอบได้เสียกัน ถือว่าไม่มีความผิดตาม

กฎหมายตามมาตรา 1523 นี้

แต่เหตุการณ์เป็นกิ๊กกันแอบนอนกับสามีชาวบ้าน ซึ่งใช้ได้ในกลุ่มชายรักชาย และหญิงรักหญิง

แล้วอีกฝ่ายหนึ่งมีหลักฐานเป็นเหตุให้ต้องฟ้องหย่า ตามมาตรา 1516 (1) ภริยาหรือสามีมีสิทธิ

ได้รับค่าทดแทนและจากผู้ซึ่งได้รับอุปการะเลี้ยงดู หรือยกย่องผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น

การดําเนินคดี

เรื่องนี้เป็นคดีแพ่ง ต้องฟ้องร้องดําเนินคดีต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ไม่สามารถไปแจ้งความ

ดําเนินคดี เอาผิดต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจ หรือพนักงานสอบสวนในทางอาญา ตํารวจไม่มีหน้าที่ไป

เกี่ยวข้องด้วย ยกเว้นแต่ พบว่า อีกฝ่ายหนึ่งจดทะเบียนสมรสซ้อนแล้วแต่กรณี และคดีนี้ มีอายุ

ความในการดําเนินคดีกับชายชู้หรือเมียน้อยต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่รู้หรือควรรู้เกี่ยวกับการ

มีชู้หรือการล่วงเกินภริยาในทํานองชู้สาว ตาม ปพพ.มาตรา 1529

“ถ้าคุณมีหลักฐานไม่ชัดเจนเพียงพอ แล้วไปฟ้องร้องเขา หากศาลยกฟ้องว่าไม่มีหลักฐานชัด

พอว่าเขา เปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามีคุณ คุณก็อาจถูกเขาฟ้องกลับได้ในฐานะ

หมิ่นประมาท เนื่องจากทําให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียงได้เช่นเดียวกัน”

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจคดีที่ผู้เสียหายมาลงบันทึกประจำวันไว้ตามสถานีตำรวจต่างๆ ใน

นครบาล พบว่า เป็นคดีเกิดจากคู่สามีภรรยาทำร้ายร่างกายกันเอง กิ๊กทะเลาะวิวาทเมียหลวง

ทำร้ายร่างกายทำให้บาดเจ็บจนเกิดคดีอาญา ซึ่งสาเหตุดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรับแจ้ง

ความได้

ขณะที่คดีความเกี่ยวกับชู้สาวลักลอบคบซ้อนกันหากจะเอาความดำเนินคดี ต้องตั้งทนายฟ้อง

คดีแพ่ง ที่ผ่านมาประชาชนทราบดี ดังนั้นการที่สามี-ภรรยา นอกใจคบชู้ จึงไม่มีเหตุจำเป็นต้อง

มาแจ้งความหรือลงบันทึกประจำวัน เว้นเสียแต่เกิดการตบตีทะเลาะวิวาทกันเท่านั้น ซึ่งสถิติ

แต่ละพื้นที่ที่ผ่านมา เกิดขึ้นเดือนละเพียง 20% เท่านั้น

หากมาถึงจุดสุดท้ายแล้ว ถ้าหากกฎหมายยังทำอะไรคนเป็นชู้ ไม่ได้… สิ่งเดียวที่แนะนำได้ คือ

ให้ทุกสิ่งเป็นไปตามเวร ตามกรรม เชื่อว่าที่สุดแล้ว ความผิดเหล่านี้จะติดตาม เกาะกินหัวใจคนที่

เล่นชู้ คนเป็นชู้ พวกตีท้ายครัวชาวบ้าน จนกว่าเขาเหล่านั้นจะลงโลง หมดลมหายใจ….

นักสืบที่ดี ควรเป็นไง

สายลับที่ดี อาชีพนักสืบ ควรมีคุณสมบัติพิเศษอะไรบ้าง

สายลับที่ดี อาชีพนักสืบ

สายลับที่ดี อาชีพนักสืบ ควรมีคุณสมบัติพิเศษอะไรบ้าง อาชีพใดๆ ถ้าพวกเรา ต้องการจะ เป็น

ได้นั้น ไม่ใช่ ว่าอะไร ก็ทำเป็นเลย ทุกสิ่งล้วน จำเป็นต้อง ผ่าน การฝึกหัด ควรมีคุณลักษณะ ที่

เกี่ยวเนื่อง เพื่อ ทำให้อาชีพนั้น ออกมา เยี่ยมที่สุด อาชีพ นักสืบเอง ก็เหมือนกัน แม้ พวกเรา

ต้องการจะ เดินเข้าไป ดำเนินการ ใน สายงานนี้ ก็ ควรมี คุณลักษณะพื้นฐาน สมควร ซะก่อน

คุณลักษณะดังที่กล่าวถึงมาแล้ว มี อะไร บ้าง พวกเรามี ข้อแนะนำมาฝาก

ปิดความลับได้อยู่หมัด

นักสืบ เป็นอาชีพ ที่จำต้อง อยู่เกี่ยวกับ ความลับ อีกทั้ง ปกปิด ความลับ ของตนแล้วก็ ความลับ

ของลูกค้า ถ้าพวกเรา ปลดปล่อย ให้ข้อมูล ความลับ ของลูกค้ารั่วไหล นั่นบางทีก็อาจจะ

หมายความว่าชีวิต ของ พวกเราได้เลย ด้วยเหตุนั้น คนเป็น สายสืบ จำเป็นต้อง ปิดบัง ลับ ให้อยู่

มือ ถ้าเกิดพวกเรา ทำไม่ได้ ก็ยาก จะปกปิดตัวตน เวลาออกไป ดำเนินการได้ (เวลาทำงาน ก็

ควรจะเป็น ความลับ ด้วยเหมือนกัน)

ความอดทนเป็นเลิศ

เวลานักสืบออก ทำงานเพื่อ เข้าพบ จุดมุ่งหมาย ครั้งคราว อะไร ก็ไม่เป็นใจ ให้พวกเรา กับ เสมอ

บางครั้งบางคราว พวกเรา บางครั้งก็อาจจะ จะต้องไป รอคอยวัตถุประสงค์นาน นับชั่วโมง เพื่อ

ดักจับ เค้าให้ได้ หรือ บางครั้งก็อาจจะจำต้องใช้ปริมาณ ครั้งมากยิ่งกว่า 10 ครั้ง ก็เลย จะ แล

เห็น ว่าจุดหมายไป กับผู้ใดกันแน่หรือไหม

( กรณี นักสืบ ชู้สาว bangkok private investigator) การควรต้องมาร สั่งที่ ไม่เคยทราบ

จะมา หรือเปล่าเกิดขึ้น หรือไม่ อาชีพนี้ จะต้องมี ความทรหดอดทน ยอดเยี่ยม เป็นอย่างมาก ถ้า

หาก อดทน น้อยเกินไป บางครั้งอาจจะ ใจร้อน กระทั่ง เสียการเสียงงานได้

ปฏิภาณไหวพริบเป็นเลิศ

คำว่า ฉลาดหลักแหลม เป็นกรด ดูเหมือน เหมาะสมกับ อาชีพ นักสืบ นี้อย่างยิ่งเนื่องมาจาก พวก

เรา จำเป็นต้องคิดแผน กัน เพื่อไปสู่ตัว เป้าหมายไหน จำเป็นต้อง ปรับปรุงเหตุการณ์ เฉพาะหน้า

อีกเพื่อตามเป้าหมาย ให้ทัน เรื่อง อันไม่น่าเชื่อ เกิดขึ้น ได้มากมาย มากมายก่ายกอง พัน

ประการขณะที่ทำงาน ฉะนั้น ผู้ที่จะมา เป็น นักสืบ ได้นั้นเว้นเสียแต่วิชาความรู้ ความถนัด ประจำ

ตัว การเอาชีวิตรอดในเหตุการณ์ เฉพาะหน้า ด้วยความเฉลียวฉลาด ความเฉลียวฉลาด อันเป็น

เยี่ยมเป็น คุณลักษณะ สิ่งสำคัญทีเดียว

ช่างสังเกต

งาน นักสืบ ชื่อ ก็บอกอยู่ แล้วว่า สืบการสอบสวน สอบสวน ผู้สืบ อย่างพวกเราจำต้อง อาศัย การ

สังเกต เป็นที่ตั้งยิ่ง พวกเรา จะต้องสืบ เกี่ยวกับ คน เป็นส่วนมากด้วย แล้ว การสังเกต ความ

ประพฤติ ถึงแม่ เพียงแค่เล็กๆน้อยๆ ก็ สำคัญ อาทิเช่นการต่อว่า ตามจุดหมาย ในงานสังสรรค์ ถ้า

เกิด พวกเรา พินิจ ให้ดี จะมองเห็นเลย ว่า เขา นัดหมาย ผู้ใดกันแน่ ไว้ หรือเปล่า หรือ พอใจ ผู้

ใดกัน เป็นพิเศษ ไหมแม้ไม่ดู ก็ยาก จะจับ พรุธ วัตถุประสงค์ ได้ รวมทั้ง คาดเดา การปฏิบัติ ของ

จุดมุ่งหมายไม่ได้ อีกด้วย

ความยืดหยุ่น

อาชีพนักสืบบอกเลยว่า ไม่สบายอย่างที่คิด เนื่องจากการออกติดตามเป้าหมายนั้นไม่เป็นเวลา

เลย บางงานอาจจะต้องตามไปถึงเวลาดึกดื่นค่อนคืนจนกว่าจะได้หลักฐานมา บางงานอาจจะ

ต้องไปต่างจังหวัดเป็นสัปดาห์เพื่อติดตามเป้าหมาย งานแบบนี้นักสืบจะต้องมีความยืดหยุ่นเรื่อง

เวลาสูงมาก เรียกว่า จะไปตอนไหนก็ต้องได้ จะกลับบ้านตอนไหนก็ไม่มีปัญหาว่างั้นเหอะ งานนี้

ส่วนใหญ่จึงเหมาะกับคนที่ไม่มีพันธะมากกว่า เพื่อป้องกันปัญหาหลังบ้านตัวเอง เห็นไหมว่าแค่

คุณสมบัติการเป็นนักสืบก็ไม่ง่ายแล้ว

การเป็นนักสืบนั้น สิ่งที่จะช่วยให้นักสืบประสบความสำเร็จได้นั่นก็คือความเป็นมืออาชีพในการ

ทำงาน นักสืบของเราหลายคนจะต้องผ่านการฝึกอบรม ผ่านการฝึกฝนจนกว่าจะเป็นนักสืบที่เก่ง

ที่สามารถทำงานให้กับลูกค้าได้ นักสืบที่ผ่านการคัดเลือกโดยบริษัทจะต้อง ผ่านเกณฑ์ ต่าง ๆ ที่

บริษัทกำหนดขึ้น ไม่ใช่ว่าใครจะมาทำงานให้ลูกค้าของเราก็ได้ เราคัดเลือกนักสืบโดยมอง

หาความสามารถต่างๆที่เหมาะสมกับงานที่จะทำให้กับลูกค้าจริงๆ ลูกค้าของเราทุกคนที่เข้ามา

หานักสืบไปทำงาน จึงมีความมั่นใจได้ว่าจะมีคนที่สามารถทำงานให้ท่านได้อย่างเต็ม

ประสิทธิภาพที่สุด

คุณสมบัติสำคัญของการเป็นนักสืบที่ดีที่เราจะใช้คัดเลือกหานักสืบมาทำงานให้กับลูกค้านั้น

นักสืบของเราทุกคนนอกจากจะมีความสามารถในการสืบหรือติดตามข้อมูลมาให้ท่านได้อย่าง

มืออาชีพแล้ว จะต้องมีความสามารถในการเก็บความลับได้อย่างมิดชิด ต้องไม่ทำให้ความลับ

ของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการรั่วไหลออกไปได้ ซึ่งเป็นจรรยาบรรณการทำงานที่เรารักษามัน

มากว่า 20 ปี

เพื่อปกป้องข้อมูลลูกค้าของเราเอาไว้อย่างมิดชิด ไม่ให้บุคคลอื่นสามารถทราบได้ว่าท่านมาใช้

บริการกับเรา  จ้าง นักสืบ ราคา ถูก สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ท่านใช้บริการกับเราได้ปลอดภัย ไม่ต้อง

กังวลใดๆทั้งสิ้น เพิ่มความมั่นใจและสร้างความเชื่อใจให้กับลูกค้าของเราเสมอมา ทำให้เรามี

ฐานลูกค้าขยายออกไปเป็นวงกว้าง

ทั้งยังมีลูกค้ารายเดิมที่วางใจเราเสมอมา ทำให้บริษัทนักสืบของเราอยู่ได้ เราตระหนักเสมอ

ว่าการคัดเลือกบุคลากรมาเป็นนักสืบที่มีคุณภาพให้กับท่านนั้นเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญ เรา

ไม่มีการเปิดรับนักสืบที่ขาดคุณสมบัติในการเก็บความลับ นักสืบของเราทุกคนต้องมีความรู้ความ

สามารถในการตามสืบและเก็บข้อมูลมาให้ท่านได้ พร้อมทั้งจะต้องมีการรักษาความลับเอาไว้ ไม่

เปิดเผยให้ใครทราบเป็นอันขาด

นักสืบเอมมิกา 090-7616746 สืบพฤติกรรม สืบชู้สาว สืบธุรกิจ สืบหาคนหาย รถหาย เช็คเบอร์

นอกจากนี้คุณสมบัติที่สำคัญที่เราจะคัดเลือกนักสืบมาทำงานให้กับท่านนั่นก็คือความสามารถใน

การใช้เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในการเก็บข้อมูลได้อย่างละเอียดและมีความแยบยล ช่วยให้ท่าน

ได้ข้อมูลที่มีความละเอียดสูง ซึ่งงานที่เราจะส่งให้ท่านจะไม่ใช่เพียงงานหยาบทั่วไปแน่นอน

เราทราบดีว่าการส่งงานหยาบที่ไม่มีรายละเอียด มักจะเป็นสาเหตุสำคัญที่จะทำให้ท่านเข้าใจ

ผิดได้ งานของเราจึงมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการสืบหาข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความ

ละเอียดมากยิ่งขึ้น เราจึงอยากให้ท่านใช้บริการทีมนักสืบของเรา เพราะคุณสมบัติทีมนักสืบของ

เราจะเพียบพร้อมทั้งความสามารถในการทำงานอย่างมืออาชีพ มีความแยบยลในการดำเนินงาน

เก็บความลับ และสามารถใช้เทคโนโลยีเก็บข้อมูลมาให้ท่านได้