หนังสุดฮิตจากเกาะอังกฤษ Trainspotting

Trainspotting หนังสุดฮิตจากเกาะอังกฤษ

Trainspotting

Trainspotting หนังสุดฮิตจากเกาะอังกฤษ เข้าฉาย ใน โรงหลังจากที่ หนัง ถูก ถอด จาก

โปรแกรม ฉายใน มีนาคม ที่ผ่านมาเสียง เรียกร้องนี้ นอกเหนือจาก ลามไหล ในโซเชียล เน็ต

เวิร์ก ยังมี ผู้ลงช็อ ในChange.org มากยิ่งกว่า 800 รายชื่อ (ล่าสุด หนังมี กำหนดฉายใน วันที่

1มิถุนายน เฉพาะที่ House RCA)

เสียง เรียกร้อง ดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วเกิดขึ้น เพราะว่า Trainspotting เป็นหนัง ใน ดวงใจ

ของ คนอีกจำนวนไม่น้อย รวมทั้ง มีคู่รัก คลับ มากเพิ่มขึ้น ตรงเวลาที่ผ่านไป มัน ก็เลย ไม่ได้

เป็น เพียงแค่ หนังได้รับความนิยมปกติ แต่ว่าเป็นการปรากฏ ทางด้านวัฒนธรรม’ ของ สมัย

90 ( เคียงข้างหนังอย่าง PulpFiction แล้วก็ Chungking Express) โดย ใน ปี 1999

สถาบัน ภาพยนตร์อังกฤษได้ จัดลำดับ 100 หนังอังกฤษ ที่เยี่ยมที่สุด หนัง หัวข้อนี้ ติดอยู่ ใน

ชั้น10 รวมทั้ง ใน ปี 2004 หนังสือพิมพ์ The Observer ได้ ตรวจ ข้อคิดเห็นจากคน ทำ หนัง

แล้วก็ นักวิพากษ์วิจารณ์ ถึงหนัง อังกฤษ ที่ ดีเยี่ยมที่สุด ในรอบ 25 ปีหนัง หัวข้อนี้ ติดอันดับ 1

ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนประกอบ ของ หนัง อย่าง บทสนทนานักแสดง ซีนต่างๆ ยัง ถูกอ้างอิง ตลอด

มา ซึ่ง จัดว่ามา ไกล เมื่อย้อน เปรียบเทียบกับ จุดกำเนิด ว่า มัน เป็นเพียงแต่ หนัง อังกฤษ ทุน

ต่ำ จาก ผู้สร้างมือใหม่แล้วก็ศิลปิน โนเนม (ตอนนั้น ) ที่เล่า ชีวิต กลุ่มวัย รุ่น ขี้ยา ใน

สกอตแลนด์

สาเหตุที่หนังอังกฤษเล็กๆ เรื่องนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ภาพยนตร์แห่งยุค 90 นั้น เกิดจาก

เหตุผลสำคัญ 4 ข้อดังนี้

ตัวหนังที่สดใหม่ มีพลัง เต็มไปด้วยซีนและบทพูดสุดจี๊ด – ไม่น่าแปลกใจที่หนังจะครองใจวัยรุ่น

ยุคนั้น เนื่องจากหนังมีสไตล์สุดฉูดฉาด (ฝีมือแดนนี บอยล์ ผู้กำกับฯ เจ้าของรางวัลออสการ์จาก

หนัง Slumdog Millionaire) ทั้งการถ่ายภาพที่เต็มไปด้วยมุมกล้องหวือหวา แปลก

ประหลาด การตัดต่อฉับไว ซึ่งร้อยเรียงเหตุการณ์ที่กระจัดกระจายทั้งเวลาและสถานที่เข้าด้วย

กันได้อย่างลงตัว ส่งผลให้หนังพล็อตบางเบากลับดูสนุกเพลิดเพลินได้อย่างไม่น่าเชื่อ และยัง

ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในหัวของตัวเอก นั่นคือเมายาตลอดเวลา

หนังมีฉากเด็ดที่น่าจดจำมากมาย เช่น ฉากที่ตัวละครมุดลงไปเอายาในโถส้วมที่สกปรกที่สุดใน

สกอตแลนด์ เรนตัน-ตัวเอก ถูกดูดเข้าไปในพื้นหลังเสพยา ทารกที่ตายไปแล้วตามมาหลอก

หลอนเขา และฉากที่โด่งดังที่สุดคือฉากเปิดเรื่อง ที่เรนตันวิ่งหนีตำรวจพร้อมเสียงวอยซ์โอเวอร์

ของเขาว่า (ยกมาบางส่วน) “เลือกชีวิต เลือกงาน เลือกอาชีพ เลือกครอบครัว เลือกทีวีโคตร

ใหญ่ เลือกเครื่องซักผ้า รถยนต์ เครื่องเล่นแผ่นดิสก์ และที่เปิดกระป๋องไฟฟ้า เลือกอนาคตของ

คุณ เลือกชีวิต แต่ทำไมผมต้องทำเรื่องพรรค์นั้น ผมเลือกที่จะไม่เลือกชีวิต ผมเลือกอย่างอื่น เห

ตุผลน่ะหรือ? — ไม่มีหรอก ใครต้องการเหตุผลล่ะเมื่อมีเฮโรอีน”

ตัวละครในหนังที่น่าจดจำและมีเอกลักษณ์ – แม้หนังจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรนตัน –

หนุ่มขี้ยาที่พยายามกลับไปใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปแต่ล้มเหลว (ถือเป็นบทแจ้งเกิดให้กับยวน

แมคเกรเกอร์) เป็นหลัก แต่เชื่อว่าใครที่ดูหนังเรื่องนี้แล้วจะไม่มีวันลืมตัวละครเหล่าผองเพื่อน

ของเขา ไม่ว่าจะเป็น สปั๊ด-หนุ่มหุ่นกุ้งแห้งมาดจ๋อย ซิคบอย-หนุ่มหน้าหล่อที่คลั่งไคล้ฌอน

คอนเนอรี่ (นักแสดงชาวสก๊อตต์ที่รับบทเจมส์ บอนด์) เป็นชีวิตจิตใจ ทอมมี-ผู้ชอบถ่ายวีดิโอ

ตอนมีเซ็กซ์กับแฟนเพื่อเก็บไว้ดู เบ็กบี้-ชายตัวเล็กอารมณ์แปรปรวนนิยมใช้ความรุนแรง และ

ไดแอน-คู่สาวที่มีเซ็กซ์กับเรนตัน ซึ่งเขามารู้ทีหลังว่าเธอเป็นเด็กมัธยมโรงเรียนไฮโซอายุเพียง

14 ปี

หากวัดมาตรฐานศีลธรรมแล้ว ต้องถือว่าพวกเขาสอบตกแบบกราวรูด แต่ความที่พวกเขาเป็นตัว

ละครที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และโดยเนื้อแท้ไม่ใช่คนเลวร้าย จึงทำให้ผู้ชมรู้สึกอยากติดตามและ

เอาใจช่วยให้ผ่านเรื่องเลวร้ายต่างๆ ไปได้ด้วยดี

ประเด็นในหนังที่ยังคงร่วมสมัย – แม้หนังจะเล่าเรื่องราวของวัยรุ่นขี้ยาในเมืองเอดินบะระของ

สกอตแลนด์ ซึ่งเหมือนเป็นเนื้อหาเฉพาะกลุ่ม แต่ผู้ชมทั่วโลกก็สามารถมีอารมณ์ร่วมไปกับหนัง

ได้ เนื่องจากมันพูดถึงประเด็นสากลอย่างการที่คนรุ่นใหม่ไม่อาจปรับตัวเข้ากับสังคมปกติ และ

ช่องว่างระหว่างคนรุ่นเก่า-รุ่นใหม่ เรียกได้ว่าหนังทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของคนรุ่นใหม่ได้

เป็นอย่างดี

ท่ามกลางสังคมทุนนิยมที่ผู้คนส่วนใหญ่มีเป้าหมายหลักคือทำงาน เก็บเงิน ซื้อบ้านซื้อรถ สร้าง

ครอบครัว แต่เรนตันกับพวกกลับ ‘ไม่เลือก’ เส้นทางชีวิตดังกล่าว พวกเขาสนใจแต่การเล่นยา

ปาร์ตี้ มีเซ็กซ์กับหญิงไม่ซ้ำหน้า ใช้ชีวิตล่องลอยไปวันๆ เหมือนคนที่วันๆ นั่งจ้องมองแต่รถไฟ

อันเป็นชื่อของหนัง (Trainspotting) โดยเงินของพวกเขาได้มาจากสวัสดิการรัฐ ไม่ก็จาก

กระเป๋าพ่อแม่ หากเงินขาดมือ พวกเขาก็พร้อมจะค้ายาหรือลักเล็กขโมยน้อย แม้มีความพยายาม

กลับคืนสู่ระบบอยู่บ้าง แต่สุดท้าย พวกเขาก็ไม่อาจกลมกลืนไปกับมัน และต้องถอนตัวออกมา

อยู่เสมอ

ที่น่าสนใจคือ หนังไม่ได้ตัดสินว่ายาเสพติดหรือการใช้ชีวิตแบบพวกเขาเป็นเรื่องผิด แถมการก

ระทำของพวกเขาก็ไม่มีการสอดแทรกบทลงโทษหรือบทเรียนสอนใจในตอนหลัง ส่งผลให้หนัง

มีปัญหากับกองเซนเซอร์ในหลายประเทศ ที่มองว่าหนังส่งเสริมการใช้ยาเสพติดหรือ

อาชญากรรม แต่หนังแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของพวกเขาเพื่อจุดประสงค์ในการวิพากษ์วิถีชีวิต

และค่านิยมของสังคมกระแสหลัก ว่ามันถูกต้อง หรือเป็นคำตอบสุดท้ายจริงหรือ

เพลงประกอบหนัง – สิ่งที่น่าจดจำอีกอย่างได้แก่เพลงประกอบ ซึ่งหนังใช้เพลงเก่าที่มีอยู่แล้ว

มาประกอบหนังทั้งเรื่อง อัลบัมเพลงประกอบ Trainspotting ฮิตถล่มทลายจนต้องมีการทำ

ชุด 2 ตามมา โดยเน้นเพลงที่ไม่ได้อยู่ในหนัง แต่เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทำหนัง ซึ่งส่วน

ใหญ่เป็นแนวพังก์ร็อกและบริตป็อปของทั้งศิลปินยุค 70 และศิลปินยุคปัจจุบัน เพลงที่หลายคน

คงจำได้ดี คือ ‘Lust for Life’ (อิกกี พ็อพ) ‘Perfect Day’ (ลู รีด) ‘Born Slippy’

(อันเดอร์เวิลด์) ‘Sing’ (เบลอร์) ‘Mile End’ (พัลป์) ‘Temptation’ (นิว ออร์เดอร์)

อัลบัมดังกล่าวยังได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก โดยในปี 2007 นิตยสาร Vanity Fair ได้จัดให้

อัลบัมนี้ติดอันดับ 7 ของอัลบัมเพลงประกอบหนังยอดเยี่ยมตลอดกาล รวมถึงในปี 2013

นิตยสาร Entertainment Weekly จัดให้อัลบัมนี้อยู่ในอันดับ 17 ของ 100 อัลบัมเพลง

ประกอบหนังยอดเยี่ยมตลอดกาล ความยอดเยี่ยมของมันเกิดจากการที่ผู้กำกับไม่ได้ใส่เพลงใน

หนังแบบขอไปที แต่ใส่ตามจังหวะเนื้อหาและการตัดต่อของหนังได้อย่างลงตัว

>>> movie hd <<<

The Cabin in the Woods แนวเรื่องหนัง สยดสยองสุดคลาสสิกสไตล์อเมริกัน

เรื่องราวของหนังผี The Cabin in the Woods

เรื่องราวของหนังผี The Cabin in the Woods

เรื่องราวของหนังผี The Cabin in the Woods แย่งตาย ทะลุ ตาย คล้ายกับ แนว เรื่อง หนัง

สยดสยอง สุด คลาสสิก สไตล์ อเมริกันทั่วๆไป เมื่อนักศึกษา มหาวิทยาลัย 5 คน ขับรถ ตู้เข้าไป

ใน ป่า ถึก ในตอน วันสุดสัปดาห์ มุ่งหน้าไป ยัง กระท่อม เก่า กลาง ป่า ที่ ยืม มา เปลี่ยน ให้

เปลี่ยนเป็น สถานที่ปาตี้ สุด แนว ก่อนจะ พบว่า กระต๊อบ กึ่งกลาง ป้า แห่งนั้น ได้ เปลี่ยนแปลง

วันหยุด ที่ ควร บันเทิงใจ สุดฤทธิ์สุดเดช กลับ เต็มไปด้วย ความ สยอง แบบ สุดๆ แทน..

หนังผี The Cabin in the Woods แย่งตาย ทะลุตาย ยอดเยี่ยมในหนังผี ที่ ได้รับ การเอ๋ยถึง

เป็นอย่างมาก ใน ฐานะ ของ หนัง ผีสยองขวัญ ที่ ค่อนข้างจะประหลาด ทั้งยัง ใน ส่วน ของ

เลือด ที่ สาด กระจัดกระจาย และก็ ความ อาถรรพณ์ล้นหลาม ที่ โดนจับ ยัด เข้ามา อยู่ ใน เรื่อง

แต่ รู้สึก กลมกล่อมละมุนละไม ไม่ ขัดแย้งกัน เอง ถือว่าเป็น ความ โดดเด่น ที่ ชี้ให้เห็นความ

สามารถ ของ ผู้กำกับ ได้อย่างดีเยี่ยม นอกเหนือจากนี้ พล๊อต เรื่อง ของหนังผี The Cabin in

theWoods แย่งตาย ทะลุตาย เอง ก็ ถือว่าเกินคาดว่า จากพื้นฐาน ที่ ดูเหมือนจะเป็นเพียงแต่

หนัง ผีธรรมดา ที่ ไม่มี อะไร สลับซับซ้อน แม้กระนั้น จริงๆแล้ว มัน มี อะไรที่ ทำให้ผู้ชม จำต้อง

ร้อง “ว้าว!” กันออกมาเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม สำหรับ ผู้ที่ เป็น แฟน หนัง ผี แนว ที่ เบาๆ คลาย เงื่อน แล้วก็ ใช้สมองตาม เพื่อ

ผูกปม ของ เรื่องราว บางทีก็อาจจะไม่ ค่อย ยินดี กับหนังผี The Cabin inthe Woods แย่ง

ตายทะลุตาย สักเท่าไร นัก ด้วยเหตุว่า หนัง ผี เรื่องนี้ ใน ส่วนท้าย ที่สุดจะคลาย เงื่อน ทุกๆ

อย่าง แบบ เข้าใจง่ายรวมทั้ง กระจ่าง จำพวกที่จำเป็นต้องร้อง อ๋อ… . กันอย่างยิ่งจริงๆ

หนัง ผี The Cabin in the Woods แย่งตาย ทะลุตาย ค่อนข้าง ข้าง ที่จะเป็น

หนัง ผี ที่ ประสมประสาน กับ หนัง สยองขวัญ แขบ หยาบๆ และก็ มัน บางทีอาจ มิได้เป็น หนัง

สยองขวัญ ที่ เพอร์เฟ็ค แม้กระนั้น โดยรวม แล้ว หนังผี The Cabin inthe Woods แย่งตาย

ทะลุตาย กลับมีความสนุกสนานร่าเริง รวมทั้ง น่าระทึกใจอย่าง เกินคาด!!! โดยยิ่งไปกว่านั้น ใน

ทางของจินตนาการของ ผู้ผลิต หนัง ผีThe Cabin in the Woods แย่งตาย ทะลุตาย ที่ ได้นำ

เอาเรื่องราวของ ผีสางที่มากมาย มา ผูกปม เข้ากับ วัตถุ จะต้องสาป ที่ ทำให้ผู้ชม จำต้องรอลุ้น

ว่า นักแสดง ในเรื่อง จะ จับ มัน ขึ้น หรือเปล่า !? หากถามคำถามว่า หนังผี The Cabin inthe

Woods แย่งตาย ทะลุตาย สนุกน่าดูไหม!? ขอบ อกเลย ว่า ไม่ควร พลาดด้วยประการทั้งปวง

>>> ดูหนังออนไลน์ <<<

 

ภาพยนตร์สยองขวัญ DAWN OF THE DEAD

DAWN OF THE DEAD เป็นหนึ่งในภาพยนตร์สยองขวัญ

DAWN OF THE DEAD เป็นหนึ่งในภาพยนตร์สยองขวัญ

DAWN OF THE DEAD เป็นหนึ่งในภาพยนตร์สยองขวัญ ที่ดีที่สุด เท่าที่ เคย มี มา และก็ เป็น

เลิศ ใน ผลงาน ที่ น่ากลัว ที่สุด อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มัน น่าหวาดกลัว น่ารังเกียจ น่าเกลียด ร้าย

แรง โหดร้าย และก็ น่าหวาดกลัวนอกเหนือจากนั้น ยัง เป็น (ขอโทษ เป็น ครั้ง ลำดับที่สอง ใน

ตอนที่ ฉัน พบ รายการอื่นๆ ของฉัน ) ผลิตขึ้น อย่างดีเยี่ยมตลกขบข้นน้ำลายหก แล้วก็ ไร้ความ

ปราณี ในมุมมอง ที่เสียดสี สังคม คนซื้อ อเมริกัน ไม่เคยมีคนไหน กล่าวว่า งานศิลปะ จะต้องมี

รสนิยม ที่ ดี หนัง ใหม่ มาสเตอร์ 2017

เกิดเรื่อง เกี่ยวกับ โรคระบาด ลึกลับ ที่ กำจัด ประเทศ ทำให้คนตาย เมื่อเร็วๆนี้ ลุกขึ้นยืน จาก

หลุมศพ แล้วก็ ท่อง ไป ใน ดินแดน ที่ ขับเคลื่อนด้วย ความหิว หิว ที่ ไม่เคยทราบ พอที่ จะ มี

ชีวิต อยู่ ไม่มี ค่อธิบาย สำหรับ ความประพฤติปฏิบัติ นี้ – ในความเป็นจริงแล้วคำชี้แจง ใด ที่จะ

เพียงพอ? – แม้กระนั้น มี ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ที่ คนรอดพันจากความตาย กล่าว อย่าง

เคร่งขรึม : ” เมื่อ ไม่มี พื้นที่ว่าง ใน แดนนรก อีกต่อไป คนเสียชีวิต จะ เดิน บน โลก” คำบอก

เล่า นั้นมาจาก ใคร? จาก George A.Romero คนเขียน แล้วก็ดูแล “Dawn of the Dead”

เป็นภาคต่อของ “Nightof the Living Dead” ของ เขาซึ่ง ออกมา ใน ปี 2511 และก็ ยังคง

เล่น รอบ เที่ยงคืนเป็นลัทธิคลาสสิก ดูหนังไทย

หากคุณเคยดู “Night” คุณจะจำได้ว่าเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่น่ากลัวซึ่งคั่นด้วยภาพที่น่า

ตกใจเช่นซอมบี้ฉีกเนื้อมนุษย์ออกจากแขนขา “รุ่งอรุณ” มีฉากแบบนี้อีกมากมายกราฟิกมากขึ้น

น่าตกใจมากขึ้นและมีสีสัน ฉันค่อนข้างทื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะมีหลายคนที่ไม่อยากดูภาพยนตร์

เรื่องนี้ คุณรู้ว่าคุณเป็นใคร. ทำไมคุณยังอ่านอยู่อืม … อาจเป็นเพราะพวกเราทุกคนมีถ้ำมองเล็ก

น้อย เราชอบตกใจกลัว เราชอบความตื่นเต้นที่น่าขนลุกดี เป็นเพียงแค่เราบอกว่าเราไม่ต้องการ

ให้หนังดำเนินไปไกลเกินไป อะไรที่ไกลเกินไป? “ หมอผี”? “ลางบอกเหตุ”? จอร์จโรเมโร

จงใจที่จะไปไกลเกินไปใน “Dawn of the Dead” เขาจัดการอย่างมีสติกับวิธีที่ภาพสามารถ

ส่งผลกระทบต่อเราและถ้าเรานั่งดูหนัง (หลายคนไม่สามารถทำได้) เราจะค้นพบสิ่งที่น่าสงสัย

อย่างหนึ่งคือชะตากรรมของซอมบี้ที่ถูกทำลายจากการขายส่งในรูปแบบที่น่ากลัวทุกประเภทไม่

ส่งผลกระทบต่อเรามากนักหลังจากผ่านไปสักครู่ พวกเขาไม่ได้ถูกฆ่าตายเพราะพวกเขาตายไป

แล้ว พวกเขาเป็นการ์ตูนเรื่องเล็ก ๆ เกี่ยวกับศูนย์การค้าและพยายามที่จะขึ้นบันไดเลื่อนลง โรเม

โรแกล้งเราด้วยอารมณ์ขันเหล่านี้ เราผ่อนคลายเราหัวเราะเราเห็นการเสียดสีทั้งหมดแล้ว –

ธาร! การปลดประจำการอีกครั้งในตอนที่เราไม่อยู่ในยามเรื่องราวของเขาเปิดขึ้นในสตูดิโอ

โทรทัศน์ที่สับสนวุ่นวายซึ่งผู้แพร่ภาพที่งี่เง่ากำลังส่งข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอย่างสิ้นหวัง (หวังว่า

ระบบกระจายเสียงฉุกเฉินจะทำงานได้ดีขึ้นมาก) กองกำลังพิทักษ์แห่งชาติบุกเข้าไปในที่อยู่

อาศัยสาธารณะซึ่งมีรายงานว่ามีซอมบี้ มีความรุนแรง 10 นาทีและจากนั้นเรื่องราวก็เข้าสู่

เทพนิยายของผู้รอดชีวิต 4 คนที่จี้เฮลิคอปเตอร์ร่อนลงบนหลังคาของศูนย์การค้าชานเมืองและ

ปิดกั้นตัวเองเพื่อป้องกันซอมบี้ในที่สุดชะตากรรมของพวกเขาก็ไม่น่าสนใจเท่าไหร่ เป็น

พฤติกรรมของพวกเขาในระหว่างนี้ ไม่มีอะไรที่เหมือนกับภัยพิบัติของซอมบี้ที่จะมุ่งความสนใจ

ไปที่สิ่งที่สำคัญสำหรับคุณ โรเมโรมีความคิดของตัวเองเช่นกันและศูนย์การค้าก็กลายเป็นสถาน

ที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับซีรีส์การ์ตูนและสถานการณ์เสียดสี: มีอารมณ์ขันต่ำบางคนมีเล่ห์เหลี่ยม

อย่างประณีต

>>> ดูหนังใหม่ออนไลน์ฟรี <<<

แต่ถึงอย่างนั้นคุณอาจจะถามว่าฉันจะปกป้องถังขยะที่ไร้ค่านี้ได้อย่างไร? ฉันไม่ปกป้องมัน ฉัน

สรรเสริญมัน และไม่ได้รับการยกย่องแม้ว่าบทวิจารณ์บางส่วนจะเห็นว่าเป็นเช่นนั้นก็ตาม มัน

เกี่ยวกับความเลวทรามหากคุณสามารถมองเห็นนอกเหนือจากผลกระทบในทันทีของภาพของ

โรเมโรหากคุณสัมผัสได้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีมากกว่าความรุนแรงสุดขั้วความคิดที่ไม่มั่นคงที่สุด

อาจเกิดขึ้นกับคุณ: ซอมบี้ใน “Dawn of the Dead” ไม่ใช่คนที่ต่ำช้า พวกเขาทำตาม

ธรรมชาติของมันเท่านั้นและเลือดที่ไหลออกมาจากขากรรไกรของพวกเขาก็ไม่มีที่ติ

ความเลวทรามอยู่ในผู้รอดชีวิต

ที่มีสุขภาพดีและการผิดศีลธรรมที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มผู้รอดชีวิตจากมนุษย์สองกลุ่มต่อสู้กัน

เพื่อศูนย์การค้า: มาดูกันว่าใครจะต่อสู้เพื่อกระดูก! แต่ “รุ่งอรุณ” นั้นซับซ้อนยิ่งกว่านั้นเพราะผู้

รอดชีวิตก็มีความกล้าหาญเช่นกันและบางครั้งก็เป็นคนชั้นสูงมีอารมณ์ขันความเหงาและความ

น่ากลัวและไม่ต่างจากตัวเราโดยสิ้นเชิง A-ha รุ่งอรุณแห่งความตายเริ่มต้นขึ้นไม่มากก็น้อย ณ

จุดเดียวกับที่ Night of the Living Dead จากไปพร้อมกับความโกลาหลที่เกิดขึ้นและ

ประชากรที่กระจัดกระจายแยกตัวออกจากกันอย่างไม่เหมาะสมกับวิธีจัดการกับการรุกรานของ

ซอมบี้ (แม้ว่าความกังวลทางสังคมของ ‘ ยุค 60 สะดุดตาในอดีตอันไกลโพ้น) ตำรวจหน่วย

SWAT สองคนและคู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่งจากสถานีโทรทัศน์ในเมืองกระโดดขึ้นเฮลิคอปเตอร์และ

หาที่หลบภัยที่ไหนสักแห่งที่ห่างไกลจากความสูญเปล่าอันผันผวนของสภาพแวดล้อมในเมือง

ของพวกเขา นี่เป็นครั้งแรกของการพลิกกลับของ Romero Night of the Living Dead ผู้

รอดชีวิตที่ถูกปิดล้อมจะถูกขังอยู่ในบ้านไร่ในชนบทและความหวังเดียวในการเอาชีวิตรอดของ

พวกเขาถูกแสดงโดยความหวังในการหลบหนีไปยังเมือง เช่นเดียวกับอเมริกาในยุคนั้นตัวละคร

เอกที่เอาใจของ Dawn of the Dead ก็ละทิ้งเมืองที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติที่คาดเดา

ไม่ได้เพื่อสนับสนุนชุมชน เว็บดูหนังใหม่

ภาพยนตร์ Paprika การ์ตูนที่มาจากญี่ปุ่น

Paprika เป็นอีกหนึ่งการ์ตูนที่มาจากญี่ปุ่น

Paprika เป็นอีกหนึ่งการ์ตูนที่มาจากญี่ปุ่น

Paprika เป็นอีกหนึ่งการ์ตูนที่มาจากญี่ปุ่น ที่มีความเพลิดเพลิน แล้วก็น่าสนใจ มากมาย การ์ตูน

ประเด็นนี้ มี ภาพ ของ เรื่อง ที่แตกต่างจาก การ์ตูน อื่น อยู่ พอควร แล้วก็ การ์ตูน หัวข้อนี้ ยัง มี

ข้อคิดแอบแฝง เอาไว้ภายใน เรื่องราวของการ์ตูน อีกด้วยนะ

การ์ตูน ประเด็นนี้ จะ เป็นยังไง ไปชมกัน การ์ตูน ประเด็นนี้ มีความยาว อยู่ที่ 90 นาที หรือ ราวๆ

1 ชั่วโมง 30 นาที การ์ตูน ประเด็นนี้ ถูกนำออกมาฉายใน วันที่20 พฤศจิกายน พ.ศ.2549 การ์

เก็บ ประเด็นนี้ ดูแลกำกับโดย ผู้กำกับ ซาโตชิ คง

วันนี้ พวกเราจะ พาทุก ท่านไป ส้มผัส กับ เรื่องราวของ การ์ตูนเรื่องนี้ กันถ้าเกิดบกพร่อง

ที่ไหนก็ จำต้อง ขอโทษไว้ นี้ด้วย นะครับ เอาหละไปดูกันเลย Paprika การ์ตูน ที่มา จาก

ญี่ปุ่นที่มีความสนุกสนานร่าเริง และมี แง่คิด ที่ น่าดึงดูดมากมายพล็อตของการ์ตูนเรื่อง ปา

ปริก้า

การ์ตูน หัวข้อนี้ เริ่ม มา ที่ ในอนาคต อัน ใกล้ เครื่องใช้ไม้สอย ที่ ทำขึ้น ใหม่ ที่ เรียกว่า ดีซี มินิ

ช่วยทำให้ผู้ใช้สามารถ มองความฝัน ของคนเรา ได้ ห้วหน้าทีมสถานที่ทำงาน เกี่ยวกับ การดูแล

รักษานี้แพทย์ อัตสึ โกะ ชิบะ เริ่ม ใช้ เครื่อง อย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

เพื่อช่วยเหลือผู้เจ็บป่วย จิตเวชศาสตร์ นอก สถานที่ ศึกษาค้นคว้า โดย สมมุติ ว่าโลก ที่ความ

ฝัน ของ คุณ แปลง อนัตตา ลักษณะท่าทาง อื่นๆ ป่า ปริก้า ผู้สนับสนุนที่ สนิทสนม ที่สุด ของ

ชิบะ เป็น ด็ อก เตอ ร์ โทรา ทา โร ชิมะ หัวหน้าฝ่ายปา ปริก้า ให้คำแนะนำ สายสืบ โท ชิมิ โคนา

กาวะ ผู้ซึ่ง จมอยู่กับ ความฝัน ซ้ำซากเธอ ให้การ์ด โคนากะ ว่า ที่มีชื่อ เว็บไซต์ อยู่ เนื่องด้วย

เป็น เครื่องต้น แบบ ที่ ยังสร้าง ไม่เสร็จ ดีซึมินิ ก็เลย ไม่มีข้อจำกัด สำหรับการเข้าถึง ทำให้ ทุก

คน สามารถเข้าไป ในความฝัน ของ บุคคลอื่นได้

ซึ่งส่งผลร้ายแรง เมื่อถูกขโมย ชิมะ พูด คำเยาะเย้ย ไม่มีสาระ รวมทั้ง กระโจน ผ่านหน้า ต่าง

เกือบจะ ฆ่าตัวตาย เมื่อสำรวจ ความฝัน ของ ชิมะ ซึ่งเป็น ขบวน พา เหรดของ วัตถุ แบบสุมโท

คิตะ ก็จำ ผู้ช่วยของเขา เค อิฮิ มุ โระ ซึ่ง ยืนยัน ว่า พวกเขาสงสัยว่าการ ลักขโมย เป็นงาน

ภายใน

>>> ดูหนังซับไทย <<<

หลังจากที่ นักวิทยาศาสตร์ อีก สอง คน ตกเป็นเหยื่อ ของ ดี ซีมินิ คุณหมอเซจิ โร่อินฺอิ ประธาน

บริษัท ซึ่ง ต้านทาน โครงงาน นี้ ได้ สั่งห้าม การใช้ เครื่องใช้ไม้สอย ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น สิ่ง

นี้ล้มเหลว สำหรับในการ กีดขวางขบวน พาเหรดที่คุ้มคลั้ง

ซึ่ง ตอนนี้ อยู่ ใน ความฝัน ของ ฮิ มุ โระ ซึ่ง อ้างถึงว่า โทคิตะ ขว้าง ปริก้า รวมทั้ง ชิมะพบว่า ฮิมุ

โระ เป็น เพียงแต่ เปลือก ที่ว่างเปล่า คนร้ายตัวจริงคือ อินฺอิ ผู้ ซึ่งมั่นใจว่าเขา จะต้อง ป้องกัน

ความฝัน จาก อิทธิพล ของ มนุษยชาติ ผ่าน การป่าบัด ด้วย ความฝัน โดย ได้รับ ความช่วยเหลือ

เกื้อกูล จาก หมอ โมริ โอโอซา ไนพริกหยวก ถูกจับ โดย ทั้งสอง ภายหลังจาก การไล่ ล่า ที่

เมื่อยล้า โอซา ไน เห็นด้วย ว่าเขา รัก ชิบะ และลอก ผิวของปาปกาออก เพื่อ เปิดเผย ให้มอง

เห็น ชิบะ ที่อยู่ ข้างใต้ แม้กระนั้น เขาถูก สอดแทรก โดย อินฺอิที่ โกรธแค้น ที่ เรียกร้องให้ พวก

เขา จบจากชิบะ

ภาพยนตร์ Road to Perdition แนวมาเฟียแก๊งสเตอร์

Road to Perdition เป็นภาพยนตร์อเมริกันในแนวมาเฟียแก๊งสเตอร์

Road to Perdition

Road to Perdition เป็นภาพยนตร์อเมริกันในแนวมาเฟียแก๊งสเตอร์ นำแสดงโดย ทอม

แฮงค์, พอล นิวแมน, จูด ลอว์, แดเนียล เคร็ก กำกับการแสดงโดย แซม เมนเดส

ไมเคิล ซัลลิแวน จูเนียร์ (ไทเลอร์ เฮอ คลิน) ผูกพัน อยู่ กับ แก๊งค์ มาเฟิยเชื้อสาย ไอริช ใน ชิคา

โก ที่มี จอห์น รูนีย์ (พอล นิวแมน) เป็น หัวหน้าใหญ่ รูนีย์รัก ซัลลิ แวน เสมือน ลูกชาย แท้ๆ ของ

ตัวเอง แม้ว่าจะมี คอน เนอร์ (แดเนียล เคร็ก) ซึ่งเป็น ลูกชายตัวจริงอยู่ และก็ตาม แต่ว่า ใน

สายตา ของรู นีย์แล้ว คอน เนอเป็น คน ไม่ได้การ รู นี จึงมุ่งมาดปรารถนา ให้ซัลลิ แวน เป็น ผู้

สืบทอด แก๊งค์ ต่อจากตน

แต่ว่า ด้วย ความหวัง ที่จะ ให้รู นี ยกย่อง ข้าง ตน ประกอบ กับ ความรู้สึกตัวว่าตัวเองผิด บาป

ในใจ ของ ซัลลิ แวน ทำให้แอน นี่ (เจนนิเฟอร์ เจส้น ลีห์) เมีย ของซัลลิ แวน รวมทั้งปีเตอร์

(เลียม ไอแคน) ลุกชายคนเล็ก ถูกฆ่า ตาย ทั้งสองแล้วก็ตาม ไล่ ล่าตัวซัลลิ แวน แล้วก็ ลูกชาย

คนโต ที่ กำลัง หลบซ่อน ไป เมือง เพอร์ดิ ชั่นจากความสามารถ ของ ทางแก๊งค์ โดยมี ฮา ร์เลน

แม็ค แกว่งร์ (จุด ลอว์)มือสังหาร ระดับ พระ กาฬ เป็นผู้ไล่ ล่า

Road to Perdition เป็นภาพยนตร์ ที่ ออกฉาย ในกลางปี ค.ศ. 2002 จากการควบคุมของ

แซม เมน เดส่ ผู้กำกับคนอังกฤษ์ ที่ โด่งดังมาจาก AmericanBeauty ภาพยนตร์เยี่ยมรางวัล

ออสการ์ ในปี ค.ศ. 1999 ซึ่ง สำเร็จ งาน ก่อนหน้านั้น

โดย บทภาพยนตร์ ปรับปรุงแก่ไขด้ดแปลง มาจาก หนังสือ การ์ตูน ในชื่อ เดียวกันใน ปี ค.ศ.

1998 ของ แมกซ์ อเลน คอลลินส์ และก็ ริชาร์ด ไพ เออรส์ เรย์เนอร์ ซึ่งก็ดัดแปลงปรับปรุง

แก้ไข มาจากมังงะ เรื่อง Lone Wolf and Cub หรือซามูไร พ่อ ลูกอ่อน ของประเทศญี่ปุ่น

และได้นักแสดงชั้นนำมากมายมาร่วมแสดง เช่น ทอม แฮงค์, พอล นิวแมน, จูด ลอว์, แดเนียล

เคร็ก, เจนนิเฟอร์ เจสัน ลีห์ และสแตนลีย์ ทุชชี

เมื่อเข้าฉายได้รับเสียงวิจารณ์ว่า เป็นการพลิกบทบาทอีกครั้งหนึ่งของทอม แฮงค์ นักแสดงมาก

ความสามารถ โดยครั้งนี้ต้องมารับบทที่หนักแน่น เคร่งขรึม ด้วยการเป็น ไมเคิล ซัลลิแวน มือปืน

เชื้อสายไอริชที่มีลูกติด ที่ต้องเฉือนบทบาทกับพอล นิวแมน นักแสดงอาวุโสที่รับบท จอห์น รูนีย์

หัวหน้าแก๊งค์มาเฟียที่เสมือนเป็นพ่อบังเกิดกล้าของซัลลิแวน ซึ่งเป็นบทที่เต็มไปด้วยพลังและ

อารมณ์ ความกดดัน ความลำบากใจ และความเป็นห่วง สุมเข้ามามาก ซึ่งนิวแมนก็สามารถเข้า

ถึงอารมณ์ดังกล่าวได้อย่างลงตัว และเป็นแรงผลักดันให้ได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขา

นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม ในปีนั้นด้วย

บทภาพยนตร์ไม่ดี เท่าที่ควร แม้กระนั้น ก็ได้รับรางวัล สาขา ควบคุม ภาพ เยี่ยมที่สุดไปจาก

หลายสถาบัน รวมถึง รางวัลออสการ์ สาขาถ่ายภาพ เยี่ยมด้วย ย่อมเป็น เครื่องรับ รับรอง ได้ ว่า

เป็น ภาพยนตร์ ที่ ควบคุมภาพ ได้อย่างงดงาม แล้วก็ไหลลั่น แน่ๆ

>>> ดูหนังออนไลน์ hd <<<

ภาพยนตร์ 500 Days of Summer คู่ ชาย หญิงเพื่อนผู้ร่วมการทำงาน

ภาพยนตร์ 500 Days of Summer

ภาพยนตร์ 500 Days of Summer

ภาพยนตร์ 500 Days of Summer เป็นเรื่องราว ของ ทอม (รับบท โดย Joseph Gordon-

Levitt) และ ซัมเมอร์ (รับบท โดย Zooey Deschanel คู่ ชาย หญิงเพื่อนผู้ร่วมการทำงาน ที่

ตก อยู่ ในความเกี่ยวข้อง ที่ ไม่มี ชื่อ เรียก รวม ช่วงเวลา แล้ว กว่า 500 วัน โดย ตัวหนัง เปิด

เรื่อง มาด้วย ขณะ ท้าย ๆ ของ ความเชื่อมโยง ช่วง ที่ ทอม จำเป็นต้อง ตก อยู่ ในสภาวะ ของคน

อกหัก เพราะว่า ถูกซัมเมอร์เทหายไปดื้อๆ ซะ นี่ !

500 Days of Summer ถูกถ่ายทอด ใน มุมมอง ของ ทอม กับ 500 วัน ที่เขาได้รู้จะ กับ

ซัมเมอร์ ขณะที่มีสุด แสน แฮปปี้ ไป จนกระทั่ง วันที่ สติ แทบจะไม่เหลือเนื่องจาก จะต้อง จบ

ความเกี่ยวพัน กว่า 500 วัน นั้นไป ตัวหนัง มีการเล่าได้ อย่าง คมคาย น่าติดตาม ไม่ได้ เล่า จาก

1 ไปถึง 500 แม้กระนั้นเล่าย้อนไปมา ใน แต่ละ ระยะเวลา ตอนที่ เริ่มตกหลุมรัก ตอนที่ เริ่ม

ขัดใจมีปากเสียง ตอนที่ดำรงชีวิต ร่วมกัน แบบ แฟน หรือ ตอน ที่ ทอม จำเป็นต้อง ทนทุกข์

ทรมาน เนื่องจากว่าการหายไป ของ ซัมเมอร์ วันที่เขา รัก ทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง ในตัวคุณ แล้วก็ วัน

ที่เขา ต้องการจะ บดขยี้ เธอ ให้แหลก คามือ แน่นอน ว่าเมื่อ มัน ถูก ถ่ายทอด ออกมาผ่าน มุม

มอง ของ ทอม ซัมเมอร์ ก็ แปลงเป็น คนนิสัยเสี่ย ใน สายตา ของ ผู้ชม เช่นกัน

>>> movie hd <<<

500 Days of Summer เป็นเรื่องหนึ่งที่แบ่งผู้ชมที่มีความเห็นต่างกันออกเป็น 2 ทีม คือ #ทีม

ทอม และ #ทีมซัมเมอร์ ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ชมล่ะนะคะ ว่าจะอินกับฝั่งไหน

มากกว่า ความแตกต่างกันสุดขั้วของทอมกับซัมเมอร์ คือ “ทอม” จะใช้ความรู้สึกในความ

สัมพันธ์มากกว่า เชื่อในพรหมหมลิขิต รักใครแล้วทุ่มเท ด้วยอาชีพในเรื่องคือเป็นนักเขียนคำ

อวยพรในโปสการ์ด (เป็นอาชีพที่น่ารักมากเลยค่ะ เพิ่งรู้ว่ามีในโลกด้วย) ทอมจึงเป็นคนที่ใส่ใจ

กับทุกรายละเอียดโดยธรรมชาติอยู่แล้ว และคนประเภทนี้มักมีอารมณ์อ่อนไหว มีความโรแมน

ติก ใฝ่ฝันที่จะพบรักแท้

ในขณะที่ “ซัมเมอร์” คือสิ่งที่ตรงกันข้าม ซัมเมอร์ไม่เชื่อในรักแท้ เธอคิดว่าความสัมพันธ์เป็นสิ่ง

ที่ยุ่งเหยิงวุ่นวาย มีแต่จะทำให้เจ็บปวดและเสียเวลา เธอมักใช้เหตุผล แต่ก็เชื่อมั่นในความรู้สึก

ตัวเอง รู้สึกอย่างไรก็แสดงออกตรง ๆ แบบนั้น เป็นตัวของตัวเองสูง และเน้นสุขนิยม เลือกทำใน

สิ่งที่ทำแล้วมีความสุข เธอจึงเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูด สามารถทำให้คนที่อยู่ใกล้มีความสุขไปด้วย

แต่ในขณะเดียวกัน หากมองในอีกมุมก็เหมือนเป็นการปั่นหัวหลอกใช้คนอื่นเพื่อความสุขของตัว

เองด้วย

ด้วยความทุกข์ใจของทอมที่ถ่ายทอดออกมาผ่านเนื้อเรื่อง การเป็นคนที่ถูกเท เลยทำให้หลาย

คนมักจะอินไปกับ #ทีมทอม เสียมากกว่า พาลว่าซัมเมอร์หลอกให้รักแล้วจากไปบ้างล่ะ

ซัมเมอร์ไม่เข้าใจความรักบ้างล่ะ ทั้งที่ในความจริงแล้ว ซัมเมอร์เข้าใจความรักดีมากทีเดียว และ

เพราะเข้าใจ จึงมีความชัดเจนในตัวเอง รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และไม่เสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ใช่

นานเกินไป

ทอมและซัมเมอร์ ยังคงไม่เลือนหายไปจากหน้านิยามของความสัมพันธ์ ซัมเมอร์นั้นถูกยกให้

เป็น “เจ้าแม่แห่งความสัมพันธ์ที่ไม่มีสถานะ” เลยก็ว่าได้ ฮ่า ๆ ในขณะที่ทอมเอง ก็เป็นตัวแทน

ของคนจำนวนมากที่ไม่สามารถ Move on ไปจากความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้วได้ หล่อเลี้ยงตัว

เองไปวัน ๆ ด้วยความทรงจำที่เคยดี และความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจะกู้คืนความสัมพันธ์ที่จบลง

ไปแล้วได้

การเดินเรื่องสลับไปมาของหนัง เป็นอีกหนึ่ง Key message ที่สะท้อนถึงการคิดวนเวียนซ้ำ ๆ

ของทอม และการเป็นคนอ่อนไหวที่จินตนาการเก่ง ในความสัมพันธ์ของคนเราก็มักเป็นเช่นนี้

บ่อยครั้งที่เราตีความหมายจากการกระทำของอีกฝ่ายไปเอง ทั้งในแง่บวกและลบ เพราะความ

คลุมเครือในความสัมพันธ์ ความไม่ชัดเจนในความรู้สึกและการกระทำ ที่ทำให้ไม่ว่าจะผ่านไปอีก

กี่สิบปี 500 Days of Summer ก็จะยังคงถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงได้อีกไม่มีจบสิ้น

คงต้องบอกว่า ส่วนตัวเป็น #ทีมซัมเมอร์ ค่ะ ฮ่า ๆ ๆ ซัมเมอร์ก็แค่ทำตามความรู้สึกของตัวเอง

แค่ชัดเจนในความสัมพันธ์ รู้ว่าอะไรใช่หรือไม่ใช่ ทอมอาจจะเจ็บปวดกับการตัดสินใจ แต่การไม่

ปล่อยทั้งที่ไม่สามารถไปต่อได้ จะสร้างความเจ็บปวดที่มากกว่านี้ในอนาคต เหมือนที่หนัง

ถ่ายทอดออกมาผ่านฉากที่ทั้งคู่ไปเดินซื้อของแต่งบ้าน ในครั้งแรกนั้นช่างสดใสตามประสาคน

กำลังอินเลิฟ หลังจากผ่านไป 300 กว่าวัน ความสดใสนั้นก็หมดไป นั่นคือช่วงที่ซัมเมอร์เริ่มรู้สึก

ตัวแล้วว่า “ไม่ใช่” อีกต่อไปแล้ว

500 Days of Summer เป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกเลยว่า การย้อนกลับไปดูซ้ำในช่วงอายุที่ต่าง

กันไป ก็อาจมีมุมมองต่อเรื่องนี้เปลี่ยนไป ในอดีตที่ยังไม่เดียงสากับความสัมพันธ์มากนัก เราอาจ

รู้สึกว่าอินกับทอม เพราะเป็นผู้ถูกกระทำ และพาลโกรธแค้นซัมเมอร์ที่ทำเหมือนไม่มีหัวใจ แต่

เมื่อผ่านเวลามาประมาณหนึ่ง เมื่อถูกประสบการณ์และวันเวลาเคี่ยวกรำมาระยะหนึ่งแล้ว เราอาจ

เข้าใจซัมเมอร์มากขึ้น ว่าทำไมเธอจึงตัดสินใจที่จะทำแบบนั้น หรืออาจจะพาลรำคาญความงี่เง่า

ของทอมไปเลยก็ได้นะคะ ฮ่า ๆ ๆ

ที่สุดแล้ว วันเวลาจะสอนให้เราเข้าใจว่า ความสัมพันธ์มันเป็นได้มากกว่าที่เคยนิยาม การไม่มี

สถานะไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย หากแต่เป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ และความรักไม่ได้

ต้องการเพียงความรู้สึกรัก หรือเหตุผลที่จะอยู่ร่วมกันเท่านั้น แต่สัญชาตญาณจะบอกเราเองว่า

คน ๆ นั้น “ใช่” หรือ “ไม่ใช่”  และเราไม่ควรเสียเวลากับสิ่งที่ไม่ใช่นานเกินไป..

ภาพยนตร์ The Royal Tenenbaums ความเว้าแหว่งแห่งวัยเยาว์

The Royal Tenenbaums

The Royal Tenenbaums

The Royal Tenenbaums การที่คนคน หนึ่งเติบโตขึ้นมาบน ความรู้สึกเว้าบางสิ่งนั้น บางทีก็

อาจจะ รู้สึกตัว อาจจะไม่ แต่ว่า ท้ายที่สุด แล้ว ทุกคนต่าง ก็ เพียรพยายาม ทดแทน ความรู้สึก

นั้น ด้วย ปฏิกิริยา และก็ ความประพฤติ ที่ นาๆประการ

รอยัล เป็น ทนาย โด่งดัง แม้กระนั้น มีปัญหา เป็น ความ เจ้าชู้แล้วก็ ยึดตนเอง เป็น ศูนย์กลาง

เขา มีปัญหา กับ “เอธิลีน” เมียของเขา จนกระทั่งตกลงใจ แยกทางกัน โดยไม่ได้ หย่า กัน

อย่างเป็นทางการ แต่ว่า รอยัล ก็ ยังคง มาดู แล เยี่ยมเยือน ลูกๆ ของเขา อยู่ตลอด มา เล่น กับ

ลูก พาท่องเที่ยว บ้าง แต่ว่า ด้วย ความนึกคิด และก็ การ เอาแต่ใจ บางสิ่งของ เขา มัน ได้สร้าง

ปม ใน จิตใจของ ลูกๆ ของ เขา โดย ที่ ไม่รู้ตัวทำให้ถึงแม้พวกเขา อีกทั้ง สาม คน จะ เป็น เด็ก

เฉลี่ยวฉลาด และก็เก่งแต่ว่า เมื่อเจอกับปัญญา ชีวิต กลับ ล้มเหลว อย่างหมดท่า

– แ ช ส –

แชสเป็นเด็กอัจฉริยะ ทำธุรกิจจนมีรายได้ตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ตอนเด็กๆ

พ่อของเขามักจะไปเที่ยวเล่นสนุกๆกับริชชี่ โดยที่แชสและมาโก้ต์ก็จะอยู่ที่บ้าน ซึ่งสิ่งนี้มันได้

สร้างความเคลือบแคลงในความรักของพ่อที่มีต่อแชส และยิ่งไปกว่านั้นเหตุการณ์สำคัญ

เหตุการณ์หนึ่งสำคัญแชสในวัยเด็กคือการเล่นยิงปืนกันโดยที่เขาอยู่ฝั่งเดียวกับรอยัล แต่กลับ

กลายเป็นว่าเขาถูกรอยัลยิง ซึ่งในมุมมองของแชสนั้นไม่ต่างอะไรกับการถูกทรยศเลย (แต่

สำหรับรอยัลนั้น มันคือการเล่นสนุก และการหักหลัง (กันในเกม) มันก็คือเล่นสนุกแบบหนึ่ง)

เท่ากับว่าแชสเติบโตมาบนความรู้สึก “เกลียดพ่อ” และรู้สึกไม่ปลอดภัย (Insecure) เพราะ

แม้แต่พ่อของเขาเองก็ยังหักหลังเขาได้

และเมื่อแชสเติบโตขึ้นมาเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับอีกปัญหาอันใหญ่หลวงคือการสูญเสียภรรยา

ไปจากอุบัติเหตุเครื่องบิน ซึ่งทั้งเขาและลูกๆก็อยู่บนนั้นด้วยแต่กลับรอดชีวิต

แชสกลายเป็นคนขี้ระแวง กลัวความไม่ปลอดภัยทุกชนิด แชสปลุกลูกสองคนของเขากลางดึก

เพื่อซ้อมการเผชิญหน้ากับอัคคีภัย ย้ายมาอยู่กับแม่เมื่อพบว่าที่บ้านตัวเองไม่มีสปริงเกอร์ และ

ใส่ชุดวอร์มตลอดเวลาเพื่อความคล่องตัว (รวมถึงลูกทั้งสองคนด้วย)

เดิมทีแชสก็น่าจะเป็นไม่ค่อยไว้ใจใครอยู่แล้ว สังเกตว่าแม้แต่กับคนคุ้นเคยอย่าง “เฮนรี่ เชอร์

แมน” นักบัญชีที่ทำงานมาให้ครอบครัวมาหลายสิบปี (ซึ่งกำลังคบหากับ “เอธิลีน” แม่ของแช

สอยู่) แชสเองก็ยังเรียกด้วยนามสกุลอยู่ แต่เมื่อเกิดเหตุเช่นนั้นกับภรรยาของเขา เขายิ่งไม่ไว้ใจ

และเกิดความกลัวมากยิ่งขึ้น จนสังเกตได้ว่าแชสนั้นมีปัญหาแล้ว

ดังนั้นการที่แชสย้ายกลับมาอยู่บ้านแม่นั่นเป็นเพราะว่าเขาทนไม่ไหวแล้วและต้องการที่พึ่ง

จะเห็นว่าจริงๆแล้วเขาก็ต้องการคนดูแลและอยู่เคียงข้างเขาเช่นเดียวกัน ซึ่งที่ผ่านมาเขาไม่รู้สึก

ถึงการได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดนัก ทำให้มองได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อนั้นน่าจะมี

ส่วนอย่างมากในการเพาะบ่มตัวตนของเขามาเป็นแบบนี้ กลายเป็นคนที่ไม่ค่อยยุ่งกับใคร

ละเอียดรอบคอบ ระมัดระวังตัว ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นไปเพื่อป้องกันตัวเองจากการสูญเสียและผิด

หวัง (ถ้าระมัดระวังเราก็จะปลอดภัย ถ้าเราไม่ไว้ใจใครก็จะไม่มีใครมาหักหลังเราได้)

แต่แท้ที่จริงแล้วแชสก็เหมือนกับทุกคน เขาต้องการความรักและความจริงใจจากพ่อของเขา

– ม า โ ก้ ต์ –

มาโก้ต์เป็นเด็กสาวที่เติบโตโดยการรับรู้มาตลอดว่าเธอเป็นลูกบุญธรรม ซึ่งอันที่จริงแล้วมันก็ไม่

ได้เป็นข้อเสียเสียทีเดียวถ้าเธอรับรู้ว่าเธอก็ได้รับความรักอย่างที่ลูกคนหนึ่งควรได้ แต่จากการที่

เธอถูกย้ำอยู่บ่อยๆจากพ่อว่าเธอเป็นเด็กที่รับมาเลี้ยง บวกกับความใกล้ชิดที่พ่อมีให้ (ซึ่งไม่

มาก) มันไม่ได้ทำให้มาร์โก้ต์มีความมั่นใจในความรักของพ่อและในคุณค่าของตัวเองเลย แม้ว่า

เธอจะได้ชื่อว่าเป็นเด็กอัจฉริยะทางด้านการเขียนก็ตาม

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือในงานวันเกิดปีหนึ่งของมาโก้ต์ที่พี่น้องทั้งสามคนแสดงละคร มาโก้ต์ถาม

พ่อของเธอว่าพวกเราแสดงเป็นอย่างไรบ้าง สิ่งที่พ่อตอบแม้ว่าจะไม่ได้มีท่าทีต่อว่าแต่ก็ไม่ได้

แสดงถึงการชื่นชมหรือยอมรับ (ประมาณว่า “พวกเธอก็แค่ใส่ชุดสัตว์เฉยๆนี่ มันไม่ได้เรียก

ว่าการแสดง”) ซึ่งสิ่งที่พูดมาอาจจะถูกตามความหมายของมัน แต่ในบริบทนี้การให้คำชมก็ไม่

ได้เป็นเรื่องเสียหายอะไร (และจะว่าไปก็ทำในสิ่งที่น่าชื่นชมจริงๆ) ซึ่งการที่มาโก้ต์ไม่ได้รับการ

ตอบสนองอย่างเหมาะสมจากพ่อครั้งนี้จึงเสมือนเป็นการย้ำอีกครั้งว่าเธอไม่ได้เป็นที่รักของพ่อ

และอาจจะไม่เป็นที่รักของใครเลย

มาโก้ต์โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่สายตาเย็นชา แยกตัว สีหน้าอมทุกข์อยู่ตลอด และมีความสัมพันธ์กับ

ใครต่อใครมากมายแต่กลับไม่ยั่งยืน

จุดที่น่าสังเกตสำหรับมาร์โก้ต์อีกจุดหนึ่งคือ ตัวตนของเธอดูเหมือนจะไม่ชัดเจนเอาเสียเลย

สังเกตจากคนรัก (หรือบางคนอาจจะเป็นแค่คู่นอน) ของเธอนั้นแต่ละคนช่างมีความแตกต่างกัน

มากเสียจนเดาไม่ถูกว่าเธอชอบผู้ชายแบบไหนกันแน่ มีตั้งแต่นักดนตรีเรกเก้จนถึงนักประสาท

วิทยา มีทั้งหญิงทั้งชาย ซึ่งแต่ละความสัมพันธ์นั้นก็จบลงในระยะอันสั้น โดยที่มาร์โก้ต์เองอาจ

จะไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร หรือว่าเธออาจจะต้องการแค่ใครที่อยู่เคียงข้างเธอเท่านั้นเองก็เป็นได้

แต่เผอิญว่าสุดท้ายคนคนนั้นก็ไม่ใช่คนที่เธอต้องการ

แต่จะว่าไปในหนังนั้นก็มีอยู่อย่างน้อยสองครั้งที่เราสัมผัสได้ถึงรอยยิ้มและความสุขของมาร์โก้ต์

ครั้งหนึ่งซึ่งอาจจะไม่ชัดมากคือครั้งที่เธอไปดูการแข่งเทนนิสที่ริชชี่แข่งโดยมีไรลี่ย์ สามีคน

ล่าสุดของเธอนั่งอยู่ข้างๆ (ซึ่งตอนนั้นเพิ่งแต่งงานกัน) กับอีกครั้งคือการพบกันระหว่างเธอกับริช

ชี่หลังจากการท่องมหาสมุทรมาอย่างยาวนานของริชชี่

– ริ ช ชี่ –

ริชชี่ดูจะเป็นเด็กที่สุขภาพจิตดีที่สุดในบรรดาสามพี่น้อง ริชชี่เก่งกาจทางด้านกีฬาเทนนิส ชอบ

วาดภาพ (แม้ว่าจะไม่สวยนัก) และเป็นลูกที่รอยัลพาไปเที่ยวด้วยบ่อยที่สุด

แต่ปัญหาคือริชชี่รักมาร์โก้ต์

ถึงจะบอกว่ามาร์โก้ต์เป็นพี่น้องที่ถูกรับมาเลี้ยง ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันก็ตาม แต่จากการเติบโต

ที่ผ่านการเลี้ยงดูมาอย่างชัดเจนว่าเป็นพี่น้องกัน การหลงรักพี่น้องของตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องปกติ

ริชชี่รักมาร์โก้ต์มาตั้งแต่ยังเด็ก ฝาผนังห้องของริชชี่เต็มไปด้วยภาพวาดใบหน้าของมาร์โก้ต์

และนอกจากนั้นทั้งคู่ยังเคยหนีออกจากบ้านไปซ่อนตัวด้วยกัน แต่ความรักของริชชี่มาพังทลาย

หลังจากที่ได้เห็นว่ามาร์โก้ต์แต่งงานกับไรลี่ย์ (ซึ่งทำให้ริชชี่เสียการควบคุมจนทำให้การแข่งขัน

ของเขาเละเทะไม่เป็นท่า และจากนั้นก็ไม่ได้เล่นเทนนิสอีกเลย)

บอกได้ยากว่าเพราะอะไรที่ทำให้ริชชี่ถึงรู้สึกรักมาร์โก้ต์อย่างที่ไม่ควรรู้สึกกับคนที่เป็นพี่น้องกัน

แต่อาจจะเป็นเพราะว่าริชชี่ในวัยเด็กนั้นไม่ได้มีเพื่อนมากนัก (เหมือนว่าริชชี่จะมีเพื่อนคนเดียว

คือ เด็กแปลกๆที่ชื่ออีไล ซึ่งอยู่บ้านตรงกันข้าม และจะว่าไปอีไลนั้นก็เป็นเด็กอีกคนที่มีชีวิตใน

วัยเด็กที่ขาดพร่องความรักและการเอาใจใส่จนต้องมาหาการยอมรับจากครอบครัวเทนเนนบัม

แทน) และปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่ก็ไม่ได้มากนักแม้ว่าจะดูมากกว่าพี่น้องคนอื่นก็ตาม ซึ่งอาจจะ

ทำให้รู้สึกเหงาและมาร์โก้ต์ก็เป้นเด็กผู้หญิงที่ใกล้ชิดกัน ร่วมกับการที่ไม่ได้รับรู้ตัวอย่างที่ถูก

ต้องเหมาะสมเพราะผู้ใหญ่เองก็สามารถที่จะแนะนำและปรับพฤติกรรมไปในทางที่เหมาะสมได้

ซึ่งจะเห็นว่าริชชี่วาดรูปมาร์โก้ต์ติดผนังไปมากมายโดยที่ไม่มีใครทักท้วงไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่

ก็ตาม ในส่วนลึกริชชี่จึงไม่ได้รู้สึกว่าการที่เขารักมาร์โก้ต์นั้นจะเป็นเรื่องที่ผิดแต่อย่างใด

หลังจากการผิดหวังครั้งนั้น ริชชี่ก็ต้องมาผิดหวังซ้ำอีกครั้งหลังจากที่ได้รู้ประวัติของมาร์โก้ต์ซึ่ง

ไม่มีใครรู้มาก่อน (รวมถึงการที่เธอสูบบุหรี่มาตั้งแต่อายุ 12 ด้วย) การที่ริชชี่ได้รู้ว่ามาร์โก้ต์นั้น

เคยผ่านการแต่งงานมาแล้วหลายครั้ง รวมถึงมีสัมพันธ์กับผู้ชายหลายคนรวมไปถึง อีไล เพื่อน

ของเขาด้วย มันจึงทำให้ริชชี่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย

ริชชี่กรีดแขนตัวเองทั้งสองข้างเป็นทางยาวและลึกบ่งบอกถึงความตั้งใจที่จะตายอย่างรุนแรง

มันสะท้อนถึงความโกรธ (anger) และความรุนแรง (aggression) ที่มีอยู่ภายในที่เขาไม่

สามารถระบายออกไปที่ใดได้ และสุดท้ายก็วกกลับมาทำลายที่ตัวเขาเอง

ซึ่งดูเหมือนว่าหลังจากที่ริชชี่กรีดแขนตัวเองไปแล้ว aggression ในใจก็ได้ถูกระบายออกไป

ริชชี่กลับมาที่บ้านและมาสารภาพความรู้สึกของเขาที่มีต่อมาร์โก้ต์ ซึ่งมาร์โก้ต์ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน

– ร อ ยั ล –

อันที่จริงแล้วจะกล่าวโทษรอยัลเพียงผู้เดียวที่จะให้เด็กๆทั้งสามคนเติบโตมาแบบนี้ก็คงไม่ถูก

ต้อง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าเขามีส่วนสำคัญทีเดียว

เราไม่รู้ว่าปูมหลังของรอยัลเป็นเช่นใด แต่จากที่พบเห็นรอยัลเป็นคนที่เห็นตัวเองเป็นศูนย์กลาง

เอาแต่ใจ และหลายๆครั้งไม่ได้คิดว่าคนอื่นจะรู้สึกอย่างไรกับการกระทำของเขา

อย่างเช่นการที่เขาโกหกทุกคนว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารและใกล้จะตายเพราะว่าต้องการที่

จะรั้งภรรยาของเขาไม่ให้แต่งงานใหม่ ทั้งๆที่เขาเองก็ไม่ได้เจอภรรยามาหลายปีแล้ว (และอาจ

จะรวมกับที่เขาโดนไล่จากที่พักเก่าด้วยทำให้ต้องมาอยู่ที่บ้านเดิม)

บุคลิกอีกอย่างของรอยัลคือเป็นผู้ใหญ่ที่ยังไม่โต เขายังชอบเล่นสนุกๆแบบเด็กๆ และการที่เข

ยิงปืนใส่แชส นั่นก็น่าจะเป็นเพราะว่าเขาลืมไปว่าเขาเป็นผู้ใหญ่และเป็นพ่อคนแล้ว จะเล่นสนุก

โดยที่ไม่แคร์ความรู้สึกคนอื่นไม่ได้

แต่การที่รอยัลกลับมา (แม้ว่าจะเริ่มต้นจากการโกหก) เขาก็ได้พบว่าการที่เขาได้ใกล้ชิด

ครอบครัว ได้ใกล้ชิดลูกๆหลานๆของเขานั้นมีความสุขมากแค่ไหน ซึ่งน่าเศร้าที่เขาไม่ได้รับรู้

ความรู้สึกเช่นนี้ตั้งแต่เขาสร้างครอบครัวใหม่ๆ แต่กระนั้นรอยัลก็พยายามแก้ไขหลายๆสิ่งที่เขา

ทำผิดพลาดไป (รอยัลยอมเซ็นใบหย่าและช่วยอดีตภรรยาของเขาจัดงานแต่ง) จนในช่วงท้าย

ของชีวิตเขา ทั้งตัวเขาและลูกๆของเขาเริ่มกลับเข้าที่เข้าทางมากขึ้น

ซึ่งอาจจะทำให้เราเห็นได้ว่าไม่มีอะไรที่สายเกินไป

– เ ด อ ะ ร อ ยั ล เ ท น เ น น บั ม ส์ –

บทสรุปในตอนท้าย หลังจากที่แชสได้เห็นว่าพ่อของเขาพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองและยังได้

ช่วยชีวิตลูกชายของเขาทั้งสองจากอุบัติเหตุรถยนต์ แชสจึงเริ่มปรับเปลี่ยนตัวเองบ้างและใกล้

ชิดกับรอยัลมากขึ้น จนเป็นลูกคนเดียวที่ได้อยู่ดูใจก่อนที่รอยัลจะเสียชีวิต

ส่วนมาร์โก้ต์และริชชี่ ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะสารภาพความในใจไปแล้ว (และทั้งคู่ก็รักกัน) แต่ทั้งคู่

เลือกที่จะวางความสัมพันธ์ไว้ที่ตรงจุดนั้น ซึ่งไม่แน่ว่าทั้งคู่จะตัดสินใจอย่างไรในอนาคต แต่ที่

ชัดเจนมากกว่าคือทั้งคู่สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ มาร์โก้ต์กลับมาเขียนบทละคร ริชชี่ก็

เลือกที่จะสอนเทนนิสให้เด็กๆ

ครอบครัวเทนเนนบัมเป็นตัวอย่างที่ดีของ “ครอบครัวที่ไม่เป็นครอบครัว” (dysfunction

family) ซึ่งมันส่งผลต่อสมาชิกในครอบครัวอย่างมากโดยเฉพาะเด็กๆในครอบครัว แต่ก็เป็น

ตัวอย่างที่ดีเช่นกันสำหรับคนที่ต้องการแก้ไขบางสิ่งบางอย่างให้ดีขึ้น (ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีทางที่

จะเปลี่ยนแปลงได้ทุกอย่าง)

เวส แอนเดอร์สัน เล่าเรื่องราวนี้ด้วยเทคนิคการเล่าเรื่องอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา ผ่านสีสันของ

ภาพที่ดูหวานสดใส แต่กลับซ่อนประเด็นและเนื้อหาที่หนักอึ้งชวนหดหู่ จนไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็น

หนังที่สนุกมากๆเมื่อเทียบกับเรื่องราวของหนังที่เกิดขึ้น

เป็นหนึ่งในหนังที่แนะนำให้ดูและควรดูซ้ำเพื่อดื่มด่ำมันอีกครั้ง

>>> หนัง hd <<<

ภาพยนตร์ Blue Valentine แนวโรแมนติกดราม่า

Blue Valentine

Blue Valentine

Blue Valentine หนังโรแมนติกดราม่า ใน ตำนาน อีกประเด็น ที่ ทำ ผม ซึม ไป เป็น วัน เป็น

อีกประเด็น ที่ ผมถูกใจมากมายๆ ขอรับ จนถึงทุกวันนี้ ก็ ยังคงจำ ความรู้สึก ได้ อยู่ แม้ว่าจะมอง

ไป 1 ครั้ง ถ้วน ตาม ความจริง แม้กระนั้น เป็น หนังรัก ที่ เรี ยลมากมาย เมื่อมนุษย์เรา มี รัก

ทั้งหมดทุกอย่าง ดูดี ไป หมด พวกเรา แลเห็นเพียงแค่ คน ๆ หนึ่ง อยู่ ใน สายตา อยู่ ในอนาคต

อยู่ ในทุกๆ นาทีของ ชีวิต ประหนึ่งว่า พวกเรา จะ ไม่ มอง อย่าง อันอื่น อีกแล้ว

แต่ว่าเมื่อวันหนึ่ง ที่ ผลิตภัณฑ์ ที่เรียกว่า”ความรัก” บางทีอาจ ถึงวันที่มันเริ่ม ย่อยสลาย ลง การ

ดูแลและรักษา ไว้ อย่างไร คือ ปัญหา ที่ ดูเหมือนจะทุก คู่ สงสัย วันหนึ่ง ที่ พวกเรา อาจจะไม่

ทราบ สึก เสมือน วันแรก ที่พวกเราตกลงใจ เลือก คนๆ นี้ อีก แล้ว พวกเรา จะ ทำเช่นไร นะพวก

เรา จะยังวางใจ ตนเอง ได้ แค่ไหน ภาพยนตร์ หัวข้อนี้ จะให้คำตอบคุณ เองผ่าน หนังเรื่องนี้

ในเรื่อง ทั้งคู่ เป็น คู่สมรส ที่ แต่งงาน มีลูก สาวร่วมกัน 1 คน หนังเล่าแบบ สลับ ไปๆมาๆ ระหว่าง

สมัยก่อน กับ ปัจจุบันนี้ ชี้ให้เห็น ถึงว่าเมื่อสมัยก่อน แรกรัก นั้น ทุกสิ่ง หวาน ชื่น แค่ไหน แล้ว

เมื่อ เวลา ผ่านไปการเดินทางผ่านตอน วัย แล้วก็แลเห็น โลกมากยิ่งขึ้น ทำให้ความรักของชีวิต

ของการการมีคู่ครองจืดจางลงไป ตาม เวลา กระทั่งวันหนึ่งทั้งสองวินิจฉัย เปิด ห้องใน โรงแรม

เพื่อ ทำความเข้าใจ รวมทั้งย้อนนึกถึง ความรู้สึก วัยหนุ่มวัยสาว นั้น อีกที่ ทำ ทุกๆอย่างราวกับ ที่

เคย ทำร่วมกัน แสดงความรัก เสมือน ตามเคย ร่วมกัน อีกรอบ เป็นการเปิดใจเพื่อ ทดลอง ปรับ

เข้าพบ กัน เพื่อ หา จุด สมดุล ให้ กับ ชีวิตของการการเป็นสามีภรรยา ที่ มัน กำลังจะพังลงไป

หนังสลับให้เราเห็นชัด ๆ เปรียบเทียบเป็นฉาก ๆ เลยว่าเมื่อก่อนนั้นเคยรักกันยังไง และทำให้

พระเอกนางเอกย้อนคิดว่าจะทำอย่างไรความรู้สึกจึงจะกลับไปเหมือนเช่นวันเก่าได้ สิ่งนี้แหละ

ผมว่ากระทบใจคนดูมากครับ หนังไม่ได้เฉลยเหตุและผลว่าทำไมความรักถึงเปลี่ยนไป แต่หนัง

แค่แสดงภาพความแตกต่างของช่วงเวลา ช่วงวัยที่พบรัก เปรียบกับปัจจุบันที่ต้องประคองความ

รัก ด้วยภาระ หน้าที่ ทัศนคติที่เปลี่ยนไป ความสัมพันธ์แบบหนุ่มสาวมันจึงจืดจางลง

จริง ๆ ผมว่าก็ไม่แปลกที่ความรักจะจืดจางมากมายจนกระทั่งหมดลงได้ แม้ว่าวันหนึ่งเราจะเคย

รู้สึกรักจนขาดคน ๆ หนึ่งไปจากชีวิตเราไม่ได้ก็ตาม ก็เพราะกฏของความไม่แน่นอนมีอยู่จริงครับ

คนเราเปลี่ยนนิสัย และทัศนคติตลอดอยู่แล้ว จะแปลกอะไรกับคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวัน

และวันหนึ่งเกิดตั้งคำถามขึ้นมาว่า เรายังรักคน ๆ นี้อยู่หรือเปล่า และคนนี้ยังเป็นคำตอบที่ทำให้

เราอยากอยู่ด้วยกันอยู่หรือเปล่า

>>> หนัง hd <<<

หนังรักที่ไม่ได้มีแค่เรื่องรัก สะท้อนปัญหาคู่รักและครอบครัวที่เรียลสุด ๆ

เรื่องนี้เรียลกระทั่งสีของภาพ สังเกตฟีลของภาพได้ชัดเลย ผู้กำกับละเอียดอ่อนมาก ไทม์ไลน์

ตอนหนุ่มสาวที่ตกหลุมรักซึ่งกันและกัน มีโมเม้นท์หวาน ๆ อิ่มอุ่นหัวใจ ภาพจะเป็นสีสด ๆ ฟุ้ง ๆ

ทำให้อารมณ์คนดูล่องลอยเคลิบเคลิ้มตามไปด้วย แต่เมื่อสลับภาพมาเป็นเหตุการณ์ในปัจจุบัน

ที่เริ่มมีปัญหาครอบครัว ทะเลาะกันบ่อย ความเห็นไม่ตรงกัน ทัศนคติแตกต่างกัน สีภาพจะทึม ๆ

มัว ๆ หม่นหมองลงไปในทันใด ทั้งยังให้ความสมจริงกับฉากและบทสนทนาที่บางทีก็ปล่อย

โฟล์วตามอารมณ์นักแสดงแบบเงียบเชียบ บีบหัวใจคนดูเอามาก ๆ

หนังทิ้งเครื่องหมายคำถามไว้ให้คนดูตอนท้าย แต่ไม่ใช่เครื่องหมายคำถามแบบจบดื้อ ๆ แต่เป็น

เครื่องหมายคำถามที่ให้คนดูคิดเอาเอง สมจริง เข้าใจได้ ดูจบแล้วเจ็บแปลบที่อกสุด ๆ ครับ คอ

“หนังโรแมนติกดราม่า“ ไม่ควรพลาดเลย แต่ขอเตือนว่าอย่าดูตอนที่กำลังรู้สึกเศร้าอยู่แล้วนะ

ครับ เพราะอาจจะทำให้ดิ่งจนซึมไปหลายวัน คนอกหักมีร้อง! ไปติดตามเอาใจช่วยความรักของ

ทั้งคู่ได้ใน Blue Valentine ครับ

The Birds ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดแนวระทึกขวัญ

The Birds เป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากนวนิยาย

The Birds

The Birds เป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากนวนิยาย ชื่อ เดียวกันของ ดาฟเน่ต์ ดูเมอริเอ เป็น

ภาพยนตร์ ที่ บรรลุผลสำเร็จอย่างยิ่ง เมื่อ ออกฉายโดย อัลเฟร็ด ได้รับความนิยม ชค็อก ผู้กำกับ

ซึ่งพึ่งจะ ประสบผลสำเร็จ จาก Psycho ภาพยนตร์เรื่อง ก่อนหน้า นั้นโดย ที่ ฉบับนิยาย นั้น นัก

เขียน ตั้งอกตั้งใจ จะให้ เป็น นิยาย ซึ่งสามารถแปลความหมายได้ ทางด้นจิตวิทยา โดย ให้ นก

เป็น เครื่องหมายผู้แทน ความหึงหวงของสตรี (เมลานี้ ที่กำลังจะออกเดินทางมา เป็นแฟน ของ

มิทในเวลาที่ ลิเดี ยหวาดกลัว จะ เสียลูกชายไป) โดยได้รับความนิยม ชค์ อก ได้รับ แรงผลัก

ดัน มาจาก ข่าวสาร พิลึก ที่ ลงในหนังสือพิมพ์ ท้องถิ่น แถบ ซาน ตา อาจารย์ซ ชิ้น หนึ่งในปี

คริสต์ศักราช 1961 ถึงเรื่องราว ที่ ฝูง นก จมูก หลอดสี เขม่า ที่ พึ่งจะรับประทาน ปลา กะ ตัก ไป

ใหม่ๆ บิน พ่อกระจกหน้า ต่างหล่น ตกลงมาตายจำนวนมาก

แม้กระนั้น เมื่อ ได้ ทำเป็น ภาพยนตร์ แล้ว ได้รับความนิยมชค็อกมิได้แปลความ ในหัวข้อ นี้

อย่างชัดเจน แต่ว่า เน้นย้ำ ไป สำหรับเพื่อการสร้าง เล่า กา ศระ ที่ก ขวัญ จวนเจี่ยนเกือบจะ เป็น

สยองขวัญ มีหลายฉาก ซึ่งสามารถ ระทึกใจ ผู้ชม อาทิเช่น ฉาก ที่เมลานี นั่งดูดบุหรี่ อยู่เพียง

ลำพัง ในเวลาที่ กำลังรอคอย เค กาด้านหลัง ก็ บิน มา เกาะ โครงเหล็ก เพียงแค่ ไม่ กี่ตัว แต่ว่า

เมื่อตัด มา อีกทีเปลี่ยน มา เป็น ฝูง กา นับร้อย ตัว และก็ พร้อม จะ จู่โจมผู้คน หรือ ฉาก ที่ ฝูงนก

ได้ จู่โจมเด็กๆ ที่กำลัง หลบซ่อน จากสถานศึกษา เข้าบ้าน ซึ่ง ไม่มี ช็อต ไหน หรือ ซีนไหน

เลย ที่ ให้มองเห็น ปากของ นก จิก ลงไป ใน ตัว ของเด็กๆ แม้กระนั้น เพราะว่า ฉาก ที่ถ่ายทำ

ออกมา เชื้อเชิญ ให้ ผู้ชม เชื่อฟังภาพยนตร์ไป นั่นเอง ซึ่งอย่างกับฉากการฆ่าใน ห้องสุขาที่ ลือ

ลั่นของ ไซโค ที่จริง อันที่จริงแล้ว มีด มิได้ ปัก ลง ไป ใน ตัว ของ แมเรี่ยนเครน เลย

เมลานี้ เดเนี่ยลส์ (ทิปปี้ เฮเดรน ) ลูกสาว แสน งาม ของผู้ครอบครองหนังสือพิมพ์ ยักษ์ ใหญ่

ของซานฟรานซิสโก ผู้ใช้ ชีวิตหมดไป กับพฤติกรรม ไม่เป็นประโยชน์ ไป วัน ๆ ได้ เข้าไป ใน

ร้านค้า ขาย สัตว์เลี้ยงรวมทั้ง พบเห็น กับ มิท (ร็อด เทเลอร์) ทนาย ชายหนุ่ม เมลานีกำเนิด

ถูกใจ มิทเมื่อได้มองเห็น รวมทั้งสั่งนกเลิฟเบิ ร์ด 2 ตัว เพื่อเป็นของขวัญ วันเกิด ให้แก่น้อง สาว

ของมิท

>>> movie hd <<<

ต่อมา เมลานีได้เดินทางไปถึงเมือง โบเดก้า เบย์ เมืองชายฝั่งทะเล เพื่อแอบเอานกเลิฟเบิร์ดไป

ให้เป็นของขวัญแก่เคธี่ น้องสาวของมิท โดยไม่ให้ครอบครัวของมิทรู้ตัว และได้พักอยู่ที่บ้าน

ของแอนนี่ (ซูซาน เพลเซ็ตต์) อดีตแฟนสาวของมิทและครูประจำชั้นของเคธี่ ขณะที่เมลานี่

กำลังขับเรือกลับอยู่นั้นนกนางนวลตัวหนึ่งได้โฉบมาจิกเธอโดยไม่ทราบสาเหตุ

เมลานีได้ใกล้ชิดกับครอบครัวของมิท โดยที่ลิเดีย แม่ของมิท (เจสสิก้า แทนดี้) ไม่ชอบใจในเม

ลานี ด้วยกลัวว่าเธอจะมาแย่งลูกชายไป ในงานฉลองวันเกิดของเคธี่ บรรดานกทั้งหลายที่อยู่ใน

เมือง ไม่ว่าจะเป็น อีกา, นกนางนวล หรือแม้กระทั่งนกกระจอกได้รวมกลุ่มกันและอาละวาดโจมตี

ผู้คนจนกลายเป็นความหายนะของเมือง โดยไม่มีใครรู้สาเหตุ

Drive เป็นหนัง Drama ผสมกับ Action ที่ถือว่าน่าติดตาม

Drive ชีวิต และความรัก ก็เหมือนกับการขับรถ

Drive ชีวิต และความรัก ก็เหมือนกับการขับรถ

Drive ชีวิต และความรัก ก็เหมือนกับการขับรถ เป็น ภาพยนตร์ ที่ ไม่ ค่อย ได้รับ กระแส ตอบรับ

ในประเทศ ไทย สักเท่าไหร่ ในขณะที่เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่อง Drive นั้น มี อะไร ให้ พูดถึง

เยอะแยะ ผลงาน การแสดง ของ ไร อัน กอส ซิง ที่ ยังคงประสิทธิภาพ ของ การควบคุมอารมณ์

แล้วก็การแสดงออก ของ แววตาเจริญ ประกอบ กับเรื่องราว จุดหักเหของ ตัว เรื่องราว ที่จะ

ทำให้อย่างไร ซะ ผู้ชม คาดคะเน ได้ว่า จะ จบ อย่างไร แต่ คาดการณ์ มิได้ ว่า ผู้แสดงนำ จะ ทำ

เช่นไร บรรยากาศ ของตัว ภาพยนตร์ แล้วก็เสียงดนตรีประกอบ ของ Drive มีชีวิตชีวา ของ

กราฟิก แบบ Groovy ร่วมผสมกับวิธีการย้อม ฟิลม์ ชี้ให้เห็นว่า ภาพยนตร์ เรื่อง Drive มี

คุณลักษณะเด่น ในเรื่องของ แสงสว่าง รวมทั้งสี ที่ งามเชิญชวน เย้ายวนใจ น่าคันหา กลับ กัน

แล้วรายละเอียด ของ Drive นั้น นับว่า มีเรื่องมีราวราวที่หม่นหมอง แล้วก็ปวด ของ ผู้แสดงนำ

“Driver” ชายที่ ไม่มี ชื่อ ในรูปภาพยนตร์ เรื่องนี้แบบหนัก ที่เดียว

>>> ดูหนังออนไลน์ <<<

เรื่องราวเปิดฉากแบบ นิ่งเงียบ ไร้ซึ่งบทสนทนาระหว่าง รถยนตร์คู่ใจ กับการขับรถระดับเทพของ

ชายปริศนาที่รับบทโดย ไรอัน กอสซิง กับภาวะหน้านิ่ง แต่ซิ่งเทพพาโจรปล้นเงิน 2 รายหนีการ

จับกุมของ เจ้าหน้าที่ตำรวจแบบไร้ที่ติ และเพราะเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเป็นการโยงที่มาที่ไป

ถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันว่าทำไม ชายนิรนาม หรือ “Driver” ผู้นี้ต้องมาอาศัยอยู่ชานเมือง

เงียบๆ กับนายจ้างที่มีอดีตมืดมนร่วมกันชื่อ แชนนอน ในอู่ซ่อมรถยนตร์ และ “Driver” คนนี้

เองก็ใช้ชีวิตแต่ละวันกับการเป็น สตันแมน ในกองถ่ายภาพยนตร์ในฉาก อุบัติเหตุ และฉากไล่ล่า

ที่ต้องใช้นักขับ “ตัวจริง” มาแสดง ชีวิตของ Driver นั้นนอกจากจะอยู่ที่ อู่รถยนตร์ กองถ่าย

ภาพยนตร์ แล้วก็มีแค่อพาร์ทเม็นต์ของแค่นั้น

เรื่องราวชีวิตของ Driver อาจจะเรียบง่ายไปเรื่อยๆ หากว่าเขาไม่ได้พบกับ ไอรีน หญิงสาวที่มี

ลูกติดชื่อ อันโตนิโอ ผู้หญิงที่พักอยู่ห้องข้างๆ ของเขา ที่แม้กระทั่งตัวของเขาเองก็ตอบไม่ได้ว่า

ทำไม เขาถึงอยากรู้จักเธอ ณ วันที่พวกเขาพบกันครั้งแรกที่ ลิฟท์ของอพาร์ทเมนต์ เช่นกันใน

เรื่องของการงานแชนนอน นายจ้างขี้บ่นของ Driver เองได้รับข้อเสนอจาก กลุ่มมาเฟีย กลุ่ม

หนึ่งในการแข่งรถ GranPrix และเสนอตัว Driver ให้เข้าแข่งขัน ทั้งที่ตัวของ Driver เองก็

ไม่ค่อยอยากจะทำธุรกิจกับคนพวกนี้เท่าไร แต่เพราะแชนนอนเคยมีพระคุณกับตัวเขา ก็ต้อง

ลงเอยรับคำไป

ตัวเอกของเรา นั้นเริ่มมีขยายความสัมพันธ์ของเขากับไอรีนมากขึ้น การเลี้ยงดูลูกชาย เข้ากันได้

ดี นัดออกไปขับรถเล่นกัน จนกระทั่งวันหนึ่งที่สามีของไอรีน ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำ และ

จะกลับมาอยู่พร้อมหน้ากัน ไอรีน ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่กำลังไปได้ดีกับตัวเอกของเรื่อง

แม้ว่าลึกๆ แล้วตัวเธอเองนั้นก็มีความลังเลมากมายในตัวเองกับความรู้สึกจริงๆ ระหว่างชายที่เธอ

รัก กับ สามีที่พร้อมจะกลับใจเพื่อเป็นครอบครัวที่พร้อมหน้าอีกครั้ง ฉาก ในช่วงเวลานี้คือฉากที่

แสนเจ็บปวดที่ตัวเอกของเราต้องเผชิญ อย่าง การเป็นแขกเพื่อนั่งร่วมวงทานอาหารค่ำกับ ไอรีน

สามีของเธอ และลูก รับฟังทุกเรื่องราวทุกความทรงจำระหว่าง ครอบครัวของผู้หญิงที่เขารัก ซ้ำ

ร้ายในเวลาต่อมา สามีของไอรีนต้องเป็นหนี้ของมาเฟีย และต้องไปรับงานปล้นธนาคารสินเชื่อ

ทั้งยังโดนข่มขู่หากไม่ทำตามจะมีอันตรายถึงไอรีน และลูกชาย

Driver ของเราเลยต้องหวนกลับมาเป็นคนขับรถมือพระกาฬอีกครั้ง เพราะต้องการช่วยเหลือไอ

รีน และลูก โดยรับงานนี้เป็นงานสุดท้าย แต่แล้วทุกสิ่งก็ผิดพลาด เมื่อแผนการปล้นถูกซ้อนแผน

สามีของไอรีนถูกหักหลัง และเสียชีวิต และตัวเขาเองก็ตกกระไดพลอยโจนที่ต้องมาเป็นส่วน

หนึ่งของการปล้นซ้อนปล้นครั้งนี้ แต่เรื่องอะไรที่ตัวเอกของเราจะยอมตกเป็นเบื้ยง่ายๆ

ภาพยนตร์เรื่อง Drive ฉลาดพอที่จะไม่เล่าถึงปมหลังของตัวเอก “Driver” เลย แต่ให้ตัวเอก

ของเราแสดงแววตา และท่าท่างให้คนดูเดาได้เอง ไรอัน กอสซิง ทำได้ดีในจุดนี้ แววตาของคน

ที่ย่อนโยนจากใจจริงทำได้ดีมาก แววตาที่เลือดเย็นในการ “เอาคืน” แบบไม่ปราณีของเขาใน

ตอนหลังก็ทำเอาคนดูสะใจได้พอตัว

เนื้อเรื่องมีจุดตกหล่นหลายจุดแต่พอให้อภัย ตัวละครที่น่าสงสารมีมากมาย แต่ที่น่าสงสารที่สุด

นั้นคือตัวเอกของเราที่ต้องเผชิญหลายๆ สิ่งตั้งแต่ความรัก เพื่อนสนิท และการหักหลัง ฉากแอ็

คชั่น และวางแผนแก้แค้นในช่วงกลางเรื่องไปจนจบเรื่องนั้น ถือว่า ดุ เด็ด และ สะใจ พอดู โดย

เฉพาะฉากที่ตัวเอกของเราเดินหน้านิ่งๆ ไปในบาร์โป๊ พร้อมค้อนตอกตะปูเข้าไปฟาดแบบไม่

บันยะบันยังกับไอ้ตัวแสบที่วางแผนหักหลัง

หลายคนที่คาดหวังว่า ภาพยนตร์เรื่อง Drive น่าจะมีฉากขับรถให้ดูมากมาย อาจจะผิดหวัง

เพราะว่า Drive ชื่อของหนังอาจจะไม่ใช่เรื่องของการขับรถ แต่ Drive อาจจะหมายภาวะของ

คนที่อยู่หลังพวงมาลัย หรือคนที่รับผิดชอบ

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะสอนว่าชีวิตก็เปรียบเสมือนการขับรถ คนที่เป็นคนขับรถ หรือ Driver นั้นเวา

อยู่บนท้องถนน การตัดสินใจที่จะเลี้ยว ซ้าย หรือขวา หรือจะกลับรถนั้นต้องตัดสินใจทันที อีกทั้ง

หากมีคนที่นั่งข้างหลัง หรือคู่กับเราแล้ว เราเองต้องมั่นใจว่าเราจะขับรถ และพาพวกเขาไปถึงที่

หมายโดยปลอดภัยที่สุด เช่นเดียวกับตัวเอก หรือ “Driver” ของเรื่องเมื่อมือของเขาปราศจาก

พวงมาลัยแล้ว เขาจะต้องขับเคลื่อนชีวิตของตัวเองต่อไปเช่นเดียวกับพวกเรา การตัดสินใจ

หลายๆ อย่างของชีวิตก็ไม่ต่างอะไรกับการหักพวงมาลัย ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ไม่ต่างกันกับการขับ

รถ ถึงจุดหมาย เจออุบัติเหตุ

แต่อย่างน้อยๆ ภาพยนตร์เรื่อง Drive ก็ยังบอกกับเราเป็นนัยว่า ไม่ว่าจะขับรถ หรือขับเคลื่อน

ชีวิต หากเลี้ยว ผิดทาง หรือหลงทางแล้ว ถ้าเรายังคงเป็นคนขับ หรือ “Driver” เรายังมีโอกาส

ถอย หรือ กลับรถได้ตลอดเวลา เพราะเส้นทางชีวิตที่เรารัก ที่เราเป็นนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องวิ่ง

ทางตรงเสมอไป