THAI เตรียมพร้อมกลับมาเปิดบริการใหม่หลังหลายประเทศผ่อนคลายมาตรการ

THAI เตรียมพร้อมกลับมาเปิดบริการใหม่หลังหลายประเทศ ผ่อนคลายมาตรการ

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองประธานกรรมการคนที่ 2 รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. การบินไทย (THAI) เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยมีนโยบายผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมีบางประเทศเริ่มอนุญาตให้มีการเดินทางเข้า-ออก ประเทศ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ธุรกิจการบินเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ขณะเดียวกัน ท่าอากาศยานในหลายประเทศ รวมทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้กำหนดมาตรการในการให้บริการวิถีชีวิตปกติรูปแบบใหม่ (New Normal)

ทั้งนี้ ในส่วนของการบินไทยได้มีการเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและอุปกรณ์ เพื่อให้การบริการภาคพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างครบวงจร และมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ได้แก่ การบริการลูกค้าภาคพื้น การบริการอุปกรณ์ภาคพื้น การซ่อมบำรุงอากาศยาน การขนส่งสินค้า และบริการครัวการบิน อ่านเพิ่มเติม

กสิกรไทย ตั้งบริษัทเทคโนโลยีในจีน หวังเป็นแล็ปพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน

กสิกรไทย ตั้งบริษัทเทคโนโลยีในจีน หวังเป็นแล็ปพัฒนานวัตกรรมทางการเงินป้อนจีนและอาเซียน

กสิกรไทย ตั้ง บริษัท กสิกร วิชั่น อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด ในจีน ให้เป็นฟินเทคที่บริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด ถือหุ้น 100 % ทุนจดทะเบียน 300 ล้านหยวน ถือเป็นฟินเทครายแรกที่จัดตั้งโดยธนาคารต่างประเทศในเซินเจิ้นในปีนี้ มีธุรกิจหลักในการออกแบบ จัดสร้าง และวิจัยเทคฯ ใหม่ ๆ ด้วยแผนการดำเนินงานในระยะ 5 ปีเพื่อสนับสนุนการพัฒนาและให้บริการเทคโนโลยีทางการเงินในอนาคต

นายเรืองโรจน์ พูนผล ประธาน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป หรือ KBTG เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทย ได้จัดตั้ง บริษัท กสิกร วิชั่น อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (Kasikorn Vision Information Technology Co., Ltd.) จดทะเบียนในเขตหลัวหู เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านการเงินหรือฟินเทค ที่บริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด ถือหุ้น 100 % ด้วยทุนจดทะเบียน 300 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,300 ล้านบาท ซึ่งเป็นฟินเทครายแรกที่จัดตั้งโดยธนาคารต่างประเทศในเซินเจิ้นในปีนี้ สำหรับธุรกิจหลักของบริษัท คือ ออกแบบและสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ วิจัยเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจดิจิทัลแบงกิ้งและระบบเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงการพัฒนาและทดสอบผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และการให้บริการเทคโนโลยีทางการเงินแก่บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทยและลูกค้า

บริษัท กสิกร วิชั่น อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี มีแผนการดำเนินงานระยะ 5 ปี โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง ดังนี้ ช่วงที่ 1 ในปีแรกจะเน้นที่การสร้างทีม การวางรูปแบบธุรกิจ และงานด้านพื้นฐานอื่น ๆ ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัลของธนาคารกสิกรไทยในจีน ตามแนวทางการดำเนินงานหลัก ช่วงที่ 2 หลังจากดำเนินงานได้ 2-3 ปี จะเน้นที่การขยายตัวแบบมั่นคง การบูรณาการเชิงลึกทั้งจากผู้ถือหุ้น กลุ่มธุรกิจในประเทศไทยและจีน รวมทั้งสถาบันต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน และการใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีในเซินเจิ้น เพื่อให้บริการเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเงิน ส่วนช่วงที่ 3 ซึ่งเป็นระยะที่ดำเนินงานมา 4-5 ปี จะเร่งการพัฒนาอย่างเต็มที่และสามารถก้าวขึ้นเป็นฟินเทคที่ทรงอิทธิพลในภูมิภาค โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและวิจัยนานาชาติชั้นนำเพื่อจัดตั้งห้องแล็บด้านเทคโนโลยีการเงินเพื่อสนับสนุนการวิจัยและใช้ความรู้ในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง  อ่านเพิ่มเติม

MINT พุ่ง 4.85% โบรกฯมองสัดส่วนขายหุ้น RO ดีกว่าคาด

MINT พุ่ง 4.85% โบรกฯมองสัดส่วนขายหุ้น RO ดีกว่าคาดส่งผล Dilution ไม่มาก

หุ้น MINT ราคาเพิ่มขึ้น 4.85% มาที่ 21.60 บาท หรือเพิ่มขึ้น 1 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 440.4 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.04 น. ราคาหุ้นเปิดตลาดที่ 21.30 บาท ราคาทำระดับสูงสุดที่ 22 บาท และทำระดับต่ำสุดที่ 21.30 บาท

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) แนะ”ซื้อ”หุ้น บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ให้ราคาเป้าหมายที่ 28.75 บาท หลังบริษัทประกาศราคาขายหุ้นเพิ่มทุนที่ 18.90 บาทต่อหุ้น ด้วยสัดส่วนหุ้นสามัญเดิม 8.2 หุ้นต่อ 1 หุ้นสามัญออกใหม่ กำหนดขึ้น XR วันที่ 26 มิ.ย.63

ทั้งนี้ การกำหนดสัดส่วนดังกล่าวนับว่าดีกว่าที่หยวนต้าฯและตลาดคาดก่อนหน้าที่ 6.45:1 ทำให้เกิด EPS Dilution ราว 11% Price Dilution 1% ดีกว่าคาดก่อนหน้าจะมี EPS Dilution ที่ 13.4% ซึ่งมีผลให้ราคาเหมาะสมของอาจถูกปรับเพิ่มขึ้น แต่ไม่มีนัยสำคัญ

หากการเพิ่มทุนสำเร็จ MINT จะได้เงินจากการขายหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน (RO) ราว 1 หมื่นล้านบาท เมื่อบวกกับ Perpetual bond อีกราว 1 หมื่นล้านบาท ทำให้ฐานทุนของ MINT กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง และมากเพียงพอผ่านสถานการณ์โควิด-19 ไปได้ไม่ต้องเพิ่มทุนอีกรอบ แม้เกิดการแพร่ระบาดในระลอกสอง หรือระลอกสาม และหากเพิ่มทุนสำเร็จคาดเป็นปัจจัยสำคัญปลดล็อกแรงกดดันต่อราคาหุ้น ที่ทำให้หุ้นซื้อขายต่ำที่ -2SD และอ่อนแอกว่ากลุ่ม อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดบวก 131.14 จุด ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 131.14 จุด รับข้อมูลศก.สดใส – แรงซื้อหุ้นเทคโนฯ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (23 มิ.ย.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงยอดขายบ้านใหม่เดือนพ.ค.ที่ดีดตัวขึ้นแข็งแกร่งกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งนำโดยหุ้นแอปเปิล รวมทั้งความหวังที่ว่า รัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจเพิ่มเติม

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,156.10 จุด เพิ่มขึ้น 131.14 จุด หรือ +0.50% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,131.29 จุด เพิ่มขึ้น 13.43 จุด หรือ +0.43% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,131.37 จุด เพิ่มขึ้น 74.89 จุด หรือ +0.74%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนบวกหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ดีดตัวขึ้น 16.6% ในเดือนพ.ค. ซึ่งแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.9% บ่งชี้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐเริ่มฟื้นตัว หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ขณะที่ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ดีดตัวสู่ระดับ 46.8 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน จากระดับ 37.0 ในเดือนพ.ค. โดยได้แรงหนุนจากการที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์และเปิดให้ธุรกิจต่างๆเริ่มกลับมาดำเนินกิจการได้อีกครั้ง

นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์แจนนีย์ มอนโกเมอรี่ สก็อตต์ ในรัฐฟิลาเดลเฟีย กล่าวว่า ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐได้ช่วยสนับสนุนมุมมองที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐที่แนวโน้มดีดตัวขึ้นแบบ V-Shape ซึ่งทำให้นักลงทุนเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น โดยมีแรงซื้อเข้าหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างคึกคัก เนื่องจากนักลงทุนมองว่า ธุรกิจเทคโนโลยีมีโอกาสเติบโตได้มากกว่าธุรกิจอื่นๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ และสาธารณูปโภค

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น และเป็นปัจจัยหนุนดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮอีกครั้งเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 2.13% หุ้นอเมซอนดอทคอม เพิ่มขึ้น 1.86% หุ้นเฟซบุ๊ก พุ่งขึ้น 1.26% หุ้นไมโครซอฟท์ บวก 0.67% หุ้นอัลฟาเบท บวก 0.9% อ่านเพิ่มเติม

หุ้นยุโรปปิดบวกที่ 367.40 จุด ขานรับกิจกรรมเศรษฐกิจยุโรปฟื้นตัวเร็วกว่าคาด

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดบวกที่ 367.40 จุด ขานรับกิจกรรมเศรษฐกิจยุโรปฟื้นตัวเร็วกว่าคาด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (23 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากสัญญาณที่บ่งชี้ว่า กิจกรรมทางธุรกิจในทวีปยุโรปดีดตัวขึ้นเร็วกว่าคาดหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 1.30% ปิดที่ 367.40 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,017.68 จุด เพิ่มขึ้น 68.98 จุด หรือ +1.39%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,523.76 จุด เพิ่มขึ้น 260.79 จุด หรือ +2.13% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,320.12 จุด เพิ่มขึ้น 75.50 จุด หรือ +1.21%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากการที่ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นเดือนมิ.ย.ของยูโรโซน ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 47.5 จากระดับ 31.9 ในเดือนพ.ค. และดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 42.4

แม้ดัชนี PMI ยังอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคธุรกิจของยูโรโซนยังคงอยู่ในภาวะหดตัว แต่ถึงกระนั้นตัวเลขที่ปรับตัวขึ้นก็ถือเป็นสัญญาณบวก เนื่องจากสะท้อนถึงการหดตัวในอัตราที่ลดน้อยลง โดยได้ปัจจัยหนุนจากการที่รัฐบาลในหลายประเทศของยูโรโซนผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และการบริโภคที่เริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้น

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางและรัฐบาลต่างๆ วงเงินหลายล้านล้านดอลลาร์ด้วย แม้ว่าอัตราการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจชะลอลงในเดือนมิ.ย. ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในประเทศต่างๆ ก็ตาม  อ่านเพิ่มเติม

ฟุตซี่ปิดบวก 75.50 จุด นายกรัฐมนตรีอังกฤษอนุมัติให้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดบวก 75.50 จุด ขานรับอังกฤษผ่อนคลายล็อกดาวน์มากขึ้น

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (23 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษอนุมัติให้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์มากขึ้น หลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในอังกฤษลดลง นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอังกฤษด้วยหลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,320.12 จุด เพิ่มขึ้น 75.50 จุด หรือ +1.21%

ตลาดปรับตัวขึ้นหลังจากนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวกับที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวานนี้ว่า อังกฤษจะกลับมาเปิดให้บริการในส่วนของภัตตาคาร ผับ ร้านทำผม พิพิธภัณฑ์ สนามเด็กเล่น รวมทั้งโรงภาพยนตร์อีกครั้งในวันที่ 4 ก.ค.นี้เป็นต้นไป

ตลาดหุ้นลอนดอนยังดีดตัวขึ้นตามทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลก ซึ่งได้แรงหนุนจากการที่สหรัฐยืนยันว่าจะยังคงดำเนินการตามข้อตกลงการค้ากับจีนอย่างเต็มที่ต่อไป

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในอังกฤษ, สหรัฐ และยูโรโซนด้วย โดยไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นของสหราชอาณาจักร ดีดตัวสู่ระดับ 47.6 ในเดือนมิ.ย. จากระดับ 30 ในเดือนพ.ค. ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ขณะที่บริษัทต่างๆ เริ่มกลับมาเปิดดำเนินธุรกิจมากขึ้น หลังจากที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายข้อจำกัดต่างๆ ที่ประกาศใช้ก่อนหน้านี้เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อ่านเพิ่มเติม

ฟิทช์ ระบุมาตรการงดจ่ายปันผลของธปท.ช่วยหนุนแบงก์ขยายสินเชื่อ-รองรับหนี้เสีย

ฟิทช์ ระบุมาตรการงดจ่ายปันผลของธปท.ช่วยหนุนแบงก์ขยายสินเชื่อ-รองรับหนี้เสีย

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศให้ธนาคารพาณิชย์งดจ่ายเงินปันผลเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 เป็นมาตรที่คล้ายกับหน่วยงานกำกับดูแล (regulator) ในต่างประเทศเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการระบาดของโคโรนาไวรัสและเป็นการช่วยเพิ่มความสามารถในการรองรับความเสี่ยงในด้านเงินกองทุนให้แก่ธนาคารไทย

หน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินทั่วโลกได้ใช้มาตรการเชิงรุกในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเพื่อรับมือกับการระบาดของไวรัส โดยมีการประกาศใช้มาตรการการจำกัดการจ่ายเงินปันผลของธนาคารพาณิชย์ในลักษณะที่คล้ายกันใน ออสเตรเลีย ประเทศในกลุ่มยูโรโซน อินเดีย เวียดนามและสหราชอาณาจักร สำหรับประเทศไทย ธปท.ได้ประกาศให้ธนาคารพาณิชย์งดการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลและงดการซื้อหุ้นคืน และให้ธนาคารพาณิชย์เตรียมแผนการบริหารจัดการเงินกองทุนสำหรับในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า

มาตรการดังกล่าวนั้นสอดคล้องกับนโยบายโดยรวมของ ธปท. ซึ่งจะช่วยรักษาความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและกระตุ้นกิจกรรมทางธุรกิจ มาตรการดังกล่าวยังจะช่วยให้ธนาคารพาณิชย์รักษาเงินกองทุน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่จำเป็นในการสนับสนุนการขยายสินเชื่อและรองรับหนี้เสียในช่วงที่เศรษฐกิจต้องเผชิญกับหลายปัจจัยเสี่ยง

อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ ของภาคธนาคารพาณิชย์ไทยเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 15.8% ณ เดือนเมษายน 2563 ฟิทช์มองว่าเงินกองทุนเป็นจุดแข็งสำหรับธนาคารพาณิชย์ไทยส่วนใหญ่ที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตโดยฟิทช์ ซึ่งสะท้อนได้จากระดับการประเมินความแข็งแกร่งด้านฐานะเงินกองทุนของธนาคารส่วนใหญ่ ที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคาร (หรือ Viability Rating) อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดบวก 153.50 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคโนฯ – คาดศก.ฟื้นตัว

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 153.50 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคโนฯ – คาดศก.ฟื้นตัว

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (22 มิ.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมทั้งมุมมองบวกที่ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะเพิ่มขึ้นก็ตาม นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนคาดหวังว่า สภาคองเกรสสหรัฐจะอนุมัติแผนการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานวงเงินเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,024.96 จุด เพิ่มขึ้น 153.50 จุด หรือ +0.59% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,117.86 จุด เพิ่มขึ้น 20.12 จุด หรือ +0.65% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,056.47 จุด เพิ่มขึ้น 110.35 จุด หรือ +1.11% โดยดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และทำสถิติปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 7

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาดปิดในแดนบวกเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 2.6% หุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 2.78% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ พุ่งขึ้น 3.16% หุ้นอัลฟาเบท บวก 1.83% หุ้นอเมซอนดอทคอม เพิ่มขึ้น 1.45% หุ้นแอดวานซ์ ไมโคร ดิไวซ์ (เอเอ็มดี) ปรับตัวขึ้น 1% หุ้นเฟซบุ๊ก เพิ่มขึ้น 0.2% หุ้นอินเทล บวก 0.8%

ทั้งนี้ แอปเปิลเปิดตัวระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่บน iPhone และ Apple Watch ในงาน Worldwide Developers Conference เมื่อวานนี้ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยหนุนราคาหุ้นแอปเปิลดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ หลังจากราคาหุ้นร่วงลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากข่าวการปิดแอปเปิล สโตร์หลายแห่งเป็นการชั่วคราวในรัฐฟลอริดา, แอริโซนา, เซาท์แคโรไลนา และนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งเป็นรัฐที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่พุ่งขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองเป็นบวกว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว หรืออาจดีดตัวขึ้นในลักษณะ V-Shape แม้ว่ายอดติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในหลายรัฐของสหรัฐจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญหลายราย ซึ่งรวมถึงสตีฟ ชวาร์ซแมน ผู้บริหารของแบล็คสโตน กรุ๊ป คาดการณ์ว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐจะอยู่ในลักษณะ V-Shape ในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้านี้ แม้ว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอัตราเดียวกับในปี 2562 นั้น อาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งก็ตาม

นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นเมื่อนายแลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทำเนียบขาว กล่าวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า เขาเชื่อว่าสหรัฐจะไม่เผชิญกับการแพร่ระบาดรอบสองของไวรัสโควิด-19 และเชื่อว่าจะไม่มีการชัตดาวน์เศรษฐกิจทั่วประเทศ อ่านเพิ่มเติม

หุ้นยุโรปปิดลบที่ 362.70 จุด เหตุนลท.วิตกโควิดระบาดเพิ่มถ่วงเศรษฐกิจ

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดลบที่ 362.70 จุด เหตุนลท.วิตกโควิดระบาดเพิ่มถ่วงเศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (22 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในเยอรมนีและในประเทศอื่นๆ ซึ่งทำลายความหวังที่จะเห็นเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากผลกระทบของโรคระบาดดังกล่าว

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.76% ปิดที่ 362.70 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,948.70 จุด ลดลง 30.74 จุด หรือ -0.62%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,262.97 จุด ลดลง 67.79 จุด หรือ -0.55% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,244.62 จุด ลดลง 47.98 จุด หรือ -0.76%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการที่องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ทั่วโลก ขณะที่อัตราการติดเชื้อโควิด-19 ในเยอรมนี พุ่งขึ้นสู่ระดับ 2.88 ซึ่งแสดงว่าการติดเชื้อสูงกว่าระดับที่จำเป็นต้องควบคุมโรคในระยะยาว

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น และแนวโน้มที่อาจจะมีการล็อกดาวน์อีกครั้งนั้น ทำให้นักลงทุนวิตกว่าเศรษฐกิจอาจจะฟื้นตัวล่าช้าจากผลกระทบของโรคระบาดดังกล่าว

นักลงทุนจะจับตาการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของยุโรปในวันอังคารนี้ ซึ่งคาดว่าจะบ่งชี้ถึงกิจกรรมทางธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้นในเดือนมิ.ย.  อ่านเพิ่มเติม

ฟุตซี่ปิดลบ 47.98 จุด วิตกโควิดระบาดเพิ่มขึ้นทั่วโลกฉุดเศรษฐกิจ

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดลบ 47.98 จุด วิตกโควิดระบาดเพิ่มฉุดเศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (22 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกจะทำให้มีการล็อกดาวน์มากขึ้น และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจตามมา

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,244.62 จุด ลดลง 47.98 จุด หรือ -0.76%

ตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการเพิ่มมาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามมา หลังจากที่องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ทั่วโลก

ส่วนอัตราการติดเชื้อโควิด-19 ในเยอรมนี พุ่งขึ้นสู่ระดับ 2.88 ซึ่งแสดงว่า การติดเชื้อสูงกว่าระดับที่จำเป็นต้องควบคุมโรคในระยะยาว

หุ้นเกล็นคอร์ ร่วงลง 3.49% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ หลังสวิตเซอร์แลนด์เปิดการสอบสวนคดีอาญาเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่า บริษัทเกล็นคอร์ไม่มีมาตรการที่จะป้องกันการคอร์รัปชั่นในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  อ่านเพิ่มเติม