ฟุตซี่ปิดบวก 82.40 จุด รับข่าววัคซีนต้านโควิด-ข้อมูลศก.สหรัฐแกร่ง

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดบวก 82.40 จุด รับข่าววัคซีนต้านโควิด-ข้อมูลศก.สหรัฐแกร่ง

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (2 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากข่าวความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 และการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโรคระบาด

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,240.36 จุด เพิ่มขึ้น 82.40 จุด หรือ +1.34%

ตลาดหุ้นลอนดอนดีดตัวขึ้นจากข่าวการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 โดยบริษัท BioNTech ของเยอรมนี ร่วมกับบริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐ ซึ่งได้ผลดีในการทดลองขั้นต้นกับคน

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 4.8 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย. มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3 ล้านตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานเดือนมิ.ย. ลดลงสู่ระดับ 11.1% จากระดับ 13.3% ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นการลดลงเดือนที่สองติดต่อกัน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าอัตราว่างงานจะอยู่ที่ 12.3% อ่านเพิ่มเติม

ดอลล์แข็งค่าขึ้น 0.06% ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก : ดอลล์แข็งค่าขึ้น 0.06% เหตุวิตกโควิดหนุนแรงซื้อสกุลเงินปลอดภัย

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (2 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ซึ่งถือเป็นสกุลเงินปลอดภัยและมีสภาพคล่องสูง ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดรอบสองของโรคโควิด-19 ในสหรัฐและประเทศอื่นๆ

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.06% สู่ระดับ 97.2696 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.55 เยน จากระดับ 107.49 เยน แต่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9457 ฟรังก์ จากระดับ 0.9464 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3578 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3587 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1234 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1244 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.2463 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2466 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6922 ดอลลาร์ จากระดับ 0.6913 ดอลลาร์

นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดย Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 10,834,159 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 519,582 ราย  อ่านเพิ่มเติม

นิกเกอิเปิดบวก 120.95 จุด ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐ

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว : นิกเกอิเปิดบวก 120.95 จุด ขานรับข้อมูลจ้างงานสหรัฐแกร่ง

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดบวกในวันนี้ ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐที่ปิดบวกเมื่อคืนนี้ ขานรับสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนมิ.ย. ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่า การฟื้นตัวของตลาดแรงงานจะเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจให้กลับมาขยายตัวอีกครั้ง

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดบวก 120.95 จุด หรือ +0.55% แตะที่ 22,266.91 จุด อ่านเพิ่มเติม

KTAM เปิดขาย 7 กอง SSF ปกติเพิ่มทางเลือกหลากหลายช่วงเศรษฐกิจฟื้น

KTAM เปิดขาย 7 กอง SSF ปกติเพิ่มทางเลือกหลากหลายช่วงเศรษฐกิจฟื้นครึ่งปีหลัง

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ. กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า บริษัทเปิดเสนอขายกองทุนรวมชนิดเพื่อการออม 7 กองทุนให้ผู้ลงทุนสามารถเริ่มลงทุนได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.63 เป็นต้นไป เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้ครอบคลุมนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย โดยผู้ลงทุนสามารถเลือกผสมผสานจัดพอร์ตการลงทุนได้ตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และความเหมาะสมของผู้ลงทุน

กองทุนรวมชนิดเพื่อการออม หรือ SSF จำนวน 7 กองทุน ประกอบไปด้วย

(1) กองทุนเปิดกรุงไทย 70/30 เพื่อการออม (ชนิดเพื่อการออม) (KT70/30S-SSF) เป็นกองทุนรวมผสม ที่มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนใน SET เป็นหลัก โดยมีการบริหารกลยุทธ์แบบ Active Management ซึ่งเป็นทีมงานบริหารเดียวกันกับกองทุน KTLF70/30

(2) กองทุนเปิดกรุงไทย พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ อินฟราสตรัคเจอร์ เฟล็กซิเบิ้ล (ชนิดเพื่อการออม) (KT-PIF-SSF) เป็นกองทุนรวมผสม ที่มีนโยบายเน้นลงทุนหน่วยลงทุนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนภายใต้ดังกล่าว กองทุนนี้ลงทุนแบบกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ หรือ โครงสร้างพื้นฐาน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินจำนวนมาก

(3) กองทุนเปิดกรุงไทย ก่อการดี (ชนิดเพื่อการออม) (KTESGS-SSF) เป็นกองทุนรวมดัชนี ที่มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยกองทุนจะพยายามสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีผลตอบแทนรวม อีเอสจี ไทยพัฒน์ (Thaipat ESG Index (TR))

(4) กองทุนเปิดกรุงไทยมั่งคั่ง เพื่อการออม (ชนิดเพื่อการออม) (KTMUNG –SSF) เป็น กองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Fund of Funds ที่มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือกองทุน property (กองทุนปลายทาง) ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนมีดัชนีชี้วัด คือ อัตราผลตอบแทนร้อยละ 9 ต่อปี

(5) กองทุนเปิดกรุงไทยมีทรัพย์ (ชนิดเพื่อการออม) (KTMEE-SSF) เป็น กองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Fund of Funds ที่มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือกองทุน property (กองทุนปลายทาง) ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนมีดัชนีชี้วัด คือ อัตราผลตอบแทนร้อยละ 7 ต่อปี

(6) กองทุนเปิดกรุงไทยศรีสิริ (ชนิดเพื่อการออม) (KTSRI-SSF) เป็น กองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Fund of Funds ที่มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือกองทุน property (กองทุนปลายทาง) ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนมีดัชนีชี้วัด คือ อัตราผลตอบแทนร้อยละ 5 ต่อปี

(7) กองทุนเปิดกรุงไทยสุขใจ (ชนิดเพื่อการออม) (KTSUK-SSF) เป็น กองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Fund of Funds ที่มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือกองทุน property (กองทุนปลายทาง) ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนมีดัชนีชี้วัด คือ อัตราผลตอบแทนร้อยละ 3 ต่อปี  อ่านเพิ่มเติม

สถาบันการเงินชั้นนำ เพื่อขาช้อปในงาน “สหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 63” 2 – 5 ก.ค.นี้

สถาบันการเงินชั้นนำ ตบเท้าจัดแคมเปญมอบสิทธิพิเศษ เพื่อขาช้อปในงาน “สหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 63” 2 – 5 ก.ค.นี้

เครือสหพัฒน์ ร่วมกับ สถาบันการเงินชั้นนำ จัดแคมเปญพิเศษสำหรับขาช้อปออนไลน์ที่ซื้อสินค้าในงานมหกรรมช้อปหยุดโลก สหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 63 ผ่านทาง www.sahagroupfair.com รวมทั้ง LAZADA SHOPEE และ JD CENTRAL สามารถเลือกรับสิทธิพิเศษจากสถาบันการเงินชั้นนำในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดเงินสดและเครดิตเงินคืนสำหรับการซื้อแบบ B2C และสินเชื่อพิเศษสำหรับการซื้อแบบ B2B

นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงานสหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 63 กล่าวว่า เครือสหพัฒน์ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อมามอบข้อเสนอพิเศษให้กับผู้ที่ซื้อสินค้าในงานสหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 63 ประกอบด้วย

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) จัดสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนสำหรับการซื้อสินค้าของผู้ประกอบการ SME หรือบุคคลธรรมดาสำหรับประกอบธุรกิจ วงเงินกู้สูงถึง 5 ล้านบาท ผ่อนนาน 7 ปี ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 2.875% 3 ปีแรกธนาคารออมสิน จัดโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าด้วยบัตรเครดิตออมสิน โดยทุกการใช้จ่าย 1,000-1,500 บาท จะได้รับส่วนลด 100 บาท นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการร้านธงฟ้าประชารัฐและผู้ประกอบการรายย่อย ได้แก่ สินเชื่อประชาชนสุขใจ สำหรับผู้กู้อายุ 20-60 ปี สามารถขอสินเชื่อได้ในวงเงินไม่เกิน 2 แสนบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี ระยะเวลาการผ่อนชำระ 3–10 ปี และ สินเชื่อประชารัฐเพื่อผู้สูงวัย สามารถขอสินเชื่อได้ในวงเงินไม่เกิน 2 แสนบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน ระยะเวลาการผ่อนชำระ 3–10 ปีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) มีผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรทั่วประเทศ มาจำหน่ายในงานสหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ในราคาพิเศษธนาคารกรุงเทพ จัดโปรโมชันสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18% แบ่งเป็น 2 ต่อ ได้แก่ ต่อที่ 1 ซื้อสินค้าครบ 2,500 บาท รับเครดิตเงินคืน 3 % ต่อที่ 2 ใช้คะแนนสะสมแลกเป็นส่วนลดได้อีก 12-15%ธนาคารกรุงไทย จัดโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าบุคคลธนาคารกรุงไทย จะได้รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 100-150 บาท สำหรับผู้ที่สนใจประกอบธุรกิจร่วมกับเครือสหพัฒน์ จะมีสินเชื่อร้านธงฟ้าประชารัฐ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% วงเงินสินเชื่อสูงสุด 20 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี และ สินเชื่อสำหรับคู่ค้าสหกรุ๊ป ดอกเบี้ยเริ่มต้น MRR วงเงินสินเชื่อสูงสุด 20 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี โดยวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTC) มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า ด้วยบัตรเครดิต KTC และสามารถนำโค้ดส่วนลด 400 บาท มาใช้สำหรับการใช้จ่าย 2,000 บาท หรือ 5,000ขึ้นไป ต่อที่ 2 ใช้คะแนนเท่ายอดซื้อมาลงทะเบียนเพื่อรับเครดิตเงินคืน 10 และหากคะแนนหมด KTC จะให้คะแนนคืนกลับไปอีก 10 เท่า บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า 3 ต่อ โดยต่อที่ 1 ซื้อสินค้าครบ 3,000 บาท ได้รับ E-Coupon หรือเครดิตเงินคืน 100 บาท ต่อที่ 2 หากมีคะแนนสามารถใช้เป็นเครดิตเงินคืนได้อีก 13%ธนาคารไทยพาณิชย์ มอบส่วนลดพิเศษ 100 – 200 บาท รวมถึงให้ส่วนลด 12% แก่ผู้ถือบัตรเดบิตมาสเตอร์การ์ดธนาคารกสิกรไทย รับเพิ่มเครดิตเงินคืน 10 % เมื่อใช้คะแนน Reward Pointกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิก กบข. สามารถเข้าแอปพลิเคชันของ กบข. และเข้าไปที่แบนเนอร์งานสหกรุ๊ปแฟร์ออนไลน์ ปี 63 สามารถรับคูปองส่วนลดพิเศษเพื่อซื้อสินค้า อ่านเพิ่มเติม

ปตท. ประสบความสำเร็จ ยอดจองหุ้นกู้มากกว่า 65,000 ล้านบาท

ปตท. ประสบความสำเร็จ ยอดจองหุ้นกู้มากกว่า 65,000 ล้านบาท หลังเสนอขายผู้ลงทุนสถาบัน-รายใหญ่ 5 รุ่น มูลค่า 20,000 ล้านบาท

ปตท. เผยผลสำเร็จของการเสนอขายหุ้นกู้ ภายใต้โครงการออกตราสารหนี้ (MTN Program) ให้กับผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ เพื่อใช้เป็นเงินลงทุน เงินทุนหมุนเวียน และชำระคืนเงินกู้ที่ครบกำหนด ยอดจองหุ้นกู้มากกว่า 65,000 ล้านบาท หรือ 4.2 เท่าของมูลค่าการเสนอขาย ขณะที่อายุหุ้นกู้สูงสุดยาว 25 ปียังเป็นที่นิยมอย่างมาก สะท้อนความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำกลุ่มธุรกิจพลังงานครบวงจร โดยหุ้นกู้นี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AAA (tha) จาก บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดสำหรับตราสารหนี้ที่ออกในประเทศไทย

วันนี้ (2 กรกฎาคม 2563) – นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า แม้ว่าปตท. จะห่างหายจากการออกหุ้นกู้มาตั้งแต่ปี 2558 แต่ปตท. ก็ยังคงได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดียิ่งในการเสนอขายหุ้นกู้ให้กับผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยมีความต้องการจากนักลงทุนสูงมากกว่า 65,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4.2 เท่าของมูลค่าการเสนอขาย ส่งผลให้ปตท. เพิ่มหุ้นกู้สำรองเพื่อการเสนอขายเพิ่มเติม (Exercise Greenshoe) อีก 5,000 ล้านบาท จากมูลค่าการออกหุ้นกู้เดิม 15,000 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าการเสนอขายทั้งสิ้น 20,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อปตท. โดยการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ ประกอบด้วย หุ้นกู้จำนวน 5 รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุ 2 ปี 5 ปี 10 ปี 15 ปี และ 25 ปี ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ ที่ 1.21% 2.05% 2.84% 3.20% และ 3.74% ต่อปี ตามลำดับ มีนักลงทุนที่ให้ความสนใจจองซื้อครอบคลุมทุกประเภท อาทิ กองทุนภายใต้การบริหารของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทประกันชีวิต กลุ่มสหกรณ์ ธนาคารพาณิชย์ รวมถึงผู้ลงทุนรายใหญ่ (ไม่รวมถึงบุคคลธรรมดา) และมีกำหนดการออกหุ้นกู้ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2563

“การออกและเสนอขายหุ้นกู้ของปตท. แก่ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ ในครั้งนี้ เป็นจังหวะที่เหมาะสม หลังจากภาวะตลาดเริ่มกลับมาเอื้ออำนวย ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับนักลงทุนยังคงมองหาช่องทางการลงทุนในบริษัทที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีสถานะการเงินที่มั่นคง ทำให้หุ้นกู้ของปตท. ได้รับอัตราดอกเบี้ยและอายุหุ้นกู้ที่เหมาะสม โดยเฉพาะหุ้นกู้ที่มีอายุยาวที่สุด 25 ปี ซึ่งในปัจจุบันไม่ค่อยเห็นหุ้นกู้ระยะยาวในตลาดมากนัก ซึ่งปรากฏว่าได้รับกระแสตอบรับจากนักลงทุนดีมาก ดังนั้น การนำเสนอหุ้นกู้ทั้ง 5 รุ่นที่มีความหลากหลายของทั้งอายุหุ้นกู้และผลตอบแทน จึงเป็นโอกาสของปตท. ในการบริหารจัดการต้นทุนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายอรรถพล กล่าว อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดลบ 77.91 จุด แต่ S&P500 – Nasdaq บวก

 ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดลบ 77.91 จุด แต่ S&P500 – Nasdaq บวกรับความหวังวัคซีนต้านโควิด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (1 ก.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย.ซึ่งนักลงทุนมองว่า เฟดไม่ได้ให้รายละเอียดมากนักเกี่ยวกับแนวทางการสื่อสารให้ตลาดรับรู้เรื่องสัญญาณชี้นำทิศทางนโยบายการเงิน (Forward Guidance) อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ ขานรับความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,734.97 จุด ลดลง 77.91 จุด หรือ -0.30% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,115.86 จุด เพิ่มขึ้น 15.57 จุด หรือ +0.50% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,154.63 จุด เพิ่มขึ้น 95.86 จุด หรือ +0.95%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนลบ หลังจากเฟดเปิดเผยรายงานการประชุมเดือนมิ.ย.เมื่อวานนี้ ซึ่งใจความส่วนหนึ่งระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่มองว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ควรสื่อสารให้ตลาดรับรู้ “สัญญาณชี้นำทิศทางนโยบายการเงิน (Forward Guidance) เกี่ยวกับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ขณะที่กรรมการเฟดส่วนหนึ่งกล่าวว่า เฟดจำเป็นต้องผลักดันให้มีการใช้เครื่องมืออื่นๆ ที่มีความเป็นไปได้ เช่น การควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทน (yield curve control) ซึ่งจะช่วยควบคุมอัตราดอกเบี้ยระยะยาว

รายงานการประชุมยังระบุด้วยว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่มองว่า มีโอกาสอย่างมากที่จะเกิดการแพร่ระบาดรอบสองของไวรัสโควิด-19 และยังระบุว่า มีความเสี่ยงที่มาตรการการคลังในการให้ความช่วยเหลือภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ และรัฐบาลท้องถิ่น อาจจะไม่เพียงพอ

นักวิเคราะห์จากบริษัทแคปิตอล อิโคโนมิกส์กล่าวว่า รายงานการประชุมเดือนมิ.ย.ของเฟดไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงินในระยะใกล้ และยังแสดงให้เห็นว่า เฟดยังต้องใช้เวลาอีกนานในการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว อ่านเพิ่มเติม

หุ้นยุโรปปิดบวก 0.24% ตลาดยังได้แรงหนุนข้อมูลเศรษฐกิจของจีนและยูโรโซน

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดบวก 0.24% รับข่าวคืบหน้าวัคซีนโควิด-ข้อมูลเศรษฐกิจแกร่ง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (1 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าวความคืบหน้าในการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ และตลาดยังได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของจีนและยูโรโซน

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.24% ปิดที่ 361.19 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,926.94 จุด ลดลง 9.05 จุด หรือ -0.18%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,260.57 จุด ลดลง 50.36 จุด หรือ -0.41% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,157.96 จุด ลดลง 11.78 จุด หรือ -0.19%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นโดยได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่า ไฟเซอร์ อิงค์ซึ่งเป็นบริษัทยาใหญ่ที่สุดของสหรัฐเปิดเผยว่า ผลการทดลองใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในมนุษย์ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยไฟเซอร์ได้ดำเนินการทดลองดังกล่าวร่วมกับ BioNTech ซึ่งเป็นบริษัทยาของเยอรมนี และคาดว่าบริษัทจะสามารถผลิตวัคซีน 100 ล้านโดสภายในปลายปีนี้ และมากกว่า 1.2 พันล้านโดสภายในสิ้นปีหน้า

ตลาดยังได้แรงหนุนจากผลสำรวจซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซินระบุว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมิ.ย.ของจีนพุ่งขึ้นแตะระดับ 51.2 จากระดับ 50.7 ในเดือนพ.ค. และแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 50.5 โดยดัชนีที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของจีนมีการขยายตัว อ่านเพิ่มเติม

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 7.0710 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 7.0710 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้ แข็งค่าขึ้น 0.0085 แตะที่ระดับ 7.0710 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาตให้ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน

ทั้งนี้ อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อิงกับราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก ก่อนที่ตลาดอินเตอร์แบงก์จะเปิดทำการซื้อขายในแต่ละวัน  อ่านเพิ่มเติม

เคทีซีเกี่ยวก้อย 9 แบรนด์ ความงาม มอบความคุ้มค่าจัดเต็มทุกบิวตี้ไอเทม

เคทีซีเกี่ยวก้อย 9 แบรนด์ ความงาม มอบความคุ้มค่าจัดเต็มทุกบิวตี้ไอเทม

เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้สมาชิกบัตรเครดิตเติมสีสันผิวสวยสุขภาพดี พร้อมรับความคุ้มค่ากับ 9 แบรนด์ พันธมิตรความงามชั้นนำ เมื่อช้อปบิวตี้ไอเทมผ่านช่องทางออนไลน์ตามเงื่อนไขที่กำหนด ดังนี้ เครือลอรีอัล ลุคซ์ ประกอบด้วย 1) คีลส์ (Kiehl’s) มอบชุดของขวัญรวมมูลค่า 800 บาท เมื่อช้อปครบ 2,000 บาท ขึ้นไปต่อยอดซื้อที่ www.kiehls.co.th โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTCKIEHLS” 2) อีฟแซงต์โลรองต์ (Yves Saint Laurent) มอบส่วนลด 15% เมื่อช้อปครบ 2,500 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อที่ www.yslbeautyth.com โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTCYSL15” ไม่จำกัดส่วนลดสูงสุด 3) ลังโคม (Lancome) มอบส่วนลด 15% เมื่อช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อที่ www.lancome.co.th โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTCLC15” ไม่จำกัดส่วนลดสูงสุด ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2563-30 กันยายน 2563

Shopee Mall ประกอบด้วย 4) ลา โรช-โพเซย์ (La Roche-Posay) 5) วิชี่ (Vichy) และ 6) เซราวี (CeraVe) แบรนด์เวชสำอางที่ผสานความปลอดภัยและประสิทธิภาพเพื่อผิวบอบบางระคายเคืองง่าย มอบส่วนลดทันที 10% เมื่อ ช้อปครบ 800 บาทต่อยอดซื้อผ่าน Shopee Mall ในแอปฯ Shopee เท่านั้น โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTCACD10” (1 สมาชิก Shopee รับส่วนลดได้เพียง 1 ครั้งต่อเดือน จำกัดส่วนลดสูงสุด 200 บาท) ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2563- 30 กันยายน 2563 7) คอนวี่ (Konvy) มอบส่วนลด 10% เฉพาะสมาชิกเคทีซีที่ช้อปผ่าน www.konvy.com หรือแอป “Konvy” เป็นครั้งแรก ครบ 900 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อ โดยใส่โค้ดส่วนลด “KVKTCNEW” (จำกัดส่วนลดสูงสุด 300 บาท) และมอบส่วนลด 8% สำหรับสมาชิกเคทีซีที่ช้อปครบ 1,500 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อ โดยใส่โค้ดส่วนลด “KVKTC8” (จำกัดส่วนลดสูงสุด 400 บาท) ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2563-31 สิงหาคม 2563 8) บิวติ้คูล (Beauticool) มอบ e-Voucher มูลค่า 120 บาท สำหรับการใช้ครั้งถัดไป เมื่อช้อปครบ 1,200 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อที่ www.beauticool.com (ไม่รวมสินค้าลดราคาหรือสินค้าที่ร่วมรายการพิเศษ) โดยไม่ต้องใส่โค้ดส่วนลด พิเศษมอบส่วนลดทันที 50 บาท เฉพาะสมาชิกเคทีซีที่ช้อปผ่าน www.beauticool.com เป็นครั้งแรก ครบ 1,500 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อ โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTC1STBCOOL” พร้อมส่งฟรี EMS (มูลค่า 50 บาท) ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2563-30 กันยายน 2563 และ 9) โกวาบิ (Gowabi) มอบส่วนลด 10% เมื่อซื้อดีลผ่าน www.gowabi.com เท่านั้น โดยไม่ต้องใส่โค้ดส่วนลด (จำกัดส่วนลดสูงสุด 200 บาท) และพิเศษมอบส่วนลด 100 บาท เฉพาะสมาชิกเคทีซีที่ซื้อดีลผ่าน www.gowabi.com หรือแอป “Gowabi” เป็นครั้งแรก ไม่กำหนดยอดซื้อขั้นต่ำ โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTCN100” ระหว่าง 1 กรกฎาคม 2563-30 กันยายน 2563 อ่านเพิ่มเติม