ภาพยนตร์ 500 Days of Summer คู่ ชาย หญิงเพื่อนผู้ร่วมการทำงาน

ภาพยนตร์ 500 Days of Summer

ภาพยนตร์ 500 Days of Summer

ภาพยนตร์ 500 Days of Summer เป็นเรื่องราว ของ ทอม (รับบท โดย Joseph Gordon-

Levitt) และ ซัมเมอร์ (รับบท โดย Zooey Deschanel คู่ ชาย หญิงเพื่อนผู้ร่วมการทำงาน ที่

ตก อยู่ ในความเกี่ยวข้อง ที่ ไม่มี ชื่อ เรียก รวม ช่วงเวลา แล้ว กว่า 500 วัน โดย ตัวหนัง เปิด

เรื่อง มาด้วย ขณะ ท้าย ๆ ของ ความเชื่อมโยง ช่วง ที่ ทอม จำเป็นต้อง ตก อยู่ ในสภาวะ ของคน

อกหัก เพราะว่า ถูกซัมเมอร์เทหายไปดื้อๆ ซะ นี่ !

500 Days of Summer ถูกถ่ายทอด ใน มุมมอง ของ ทอม กับ 500 วัน ที่เขาได้รู้จะ กับ

ซัมเมอร์ ขณะที่มีสุด แสน แฮปปี้ ไป จนกระทั่ง วันที่ สติ แทบจะไม่เหลือเนื่องจาก จะต้อง จบ

ความเกี่ยวพัน กว่า 500 วัน นั้นไป ตัวหนัง มีการเล่าได้ อย่าง คมคาย น่าติดตาม ไม่ได้ เล่า จาก

1 ไปถึง 500 แม้กระนั้นเล่าย้อนไปมา ใน แต่ละ ระยะเวลา ตอนที่ เริ่มตกหลุมรัก ตอนที่ เริ่ม

ขัดใจมีปากเสียง ตอนที่ดำรงชีวิต ร่วมกัน แบบ แฟน หรือ ตอน ที่ ทอม จำเป็นต้อง ทนทุกข์

ทรมาน เนื่องจากว่าการหายไป ของ ซัมเมอร์ วันที่เขา รัก ทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง ในตัวคุณ แล้วก็ วัน

ที่เขา ต้องการจะ บดขยี้ เธอ ให้แหลก คามือ แน่นอน ว่าเมื่อ มัน ถูก ถ่ายทอด ออกมาผ่าน มุม

มอง ของ ทอม ซัมเมอร์ ก็ แปลงเป็น คนนิสัยเสี่ย ใน สายตา ของ ผู้ชม เช่นกัน

>>> movie hd <<<

500 Days of Summer เป็นเรื่องหนึ่งที่แบ่งผู้ชมที่มีความเห็นต่างกันออกเป็น 2 ทีม คือ #ทีม

ทอม และ #ทีมซัมเมอร์ ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ชมล่ะนะคะ ว่าจะอินกับฝั่งไหน

มากกว่า ความแตกต่างกันสุดขั้วของทอมกับซัมเมอร์ คือ “ทอม” จะใช้ความรู้สึกในความ

สัมพันธ์มากกว่า เชื่อในพรหมหมลิขิต รักใครแล้วทุ่มเท ด้วยอาชีพในเรื่องคือเป็นนักเขียนคำ

อวยพรในโปสการ์ด (เป็นอาชีพที่น่ารักมากเลยค่ะ เพิ่งรู้ว่ามีในโลกด้วย) ทอมจึงเป็นคนที่ใส่ใจ

กับทุกรายละเอียดโดยธรรมชาติอยู่แล้ว และคนประเภทนี้มักมีอารมณ์อ่อนไหว มีความโรแมน

ติก ใฝ่ฝันที่จะพบรักแท้

ในขณะที่ “ซัมเมอร์” คือสิ่งที่ตรงกันข้าม ซัมเมอร์ไม่เชื่อในรักแท้ เธอคิดว่าความสัมพันธ์เป็นสิ่ง

ที่ยุ่งเหยิงวุ่นวาย มีแต่จะทำให้เจ็บปวดและเสียเวลา เธอมักใช้เหตุผล แต่ก็เชื่อมั่นในความรู้สึก

ตัวเอง รู้สึกอย่างไรก็แสดงออกตรง ๆ แบบนั้น เป็นตัวของตัวเองสูง และเน้นสุขนิยม เลือกทำใน

สิ่งที่ทำแล้วมีความสุข เธอจึงเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูด สามารถทำให้คนที่อยู่ใกล้มีความสุขไปด้วย

แต่ในขณะเดียวกัน หากมองในอีกมุมก็เหมือนเป็นการปั่นหัวหลอกใช้คนอื่นเพื่อความสุขของตัว

เองด้วย

ด้วยความทุกข์ใจของทอมที่ถ่ายทอดออกมาผ่านเนื้อเรื่อง การเป็นคนที่ถูกเท เลยทำให้หลาย

คนมักจะอินไปกับ #ทีมทอม เสียมากกว่า พาลว่าซัมเมอร์หลอกให้รักแล้วจากไปบ้างล่ะ

ซัมเมอร์ไม่เข้าใจความรักบ้างล่ะ ทั้งที่ในความจริงแล้ว ซัมเมอร์เข้าใจความรักดีมากทีเดียว และ

เพราะเข้าใจ จึงมีความชัดเจนในตัวเอง รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และไม่เสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ใช่

นานเกินไป

ทอมและซัมเมอร์ ยังคงไม่เลือนหายไปจากหน้านิยามของความสัมพันธ์ ซัมเมอร์นั้นถูกยกให้

เป็น “เจ้าแม่แห่งความสัมพันธ์ที่ไม่มีสถานะ” เลยก็ว่าได้ ฮ่า ๆ ในขณะที่ทอมเอง ก็เป็นตัวแทน

ของคนจำนวนมากที่ไม่สามารถ Move on ไปจากความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้วได้ หล่อเลี้ยงตัว

เองไปวัน ๆ ด้วยความทรงจำที่เคยดี และความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจะกู้คืนความสัมพันธ์ที่จบลง

ไปแล้วได้

การเดินเรื่องสลับไปมาของหนัง เป็นอีกหนึ่ง Key message ที่สะท้อนถึงการคิดวนเวียนซ้ำ ๆ

ของทอม และการเป็นคนอ่อนไหวที่จินตนาการเก่ง ในความสัมพันธ์ของคนเราก็มักเป็นเช่นนี้

บ่อยครั้งที่เราตีความหมายจากการกระทำของอีกฝ่ายไปเอง ทั้งในแง่บวกและลบ เพราะความ

คลุมเครือในความสัมพันธ์ ความไม่ชัดเจนในความรู้สึกและการกระทำ ที่ทำให้ไม่ว่าจะผ่านไปอีก

กี่สิบปี 500 Days of Summer ก็จะยังคงถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงได้อีกไม่มีจบสิ้น

คงต้องบอกว่า ส่วนตัวเป็น #ทีมซัมเมอร์ ค่ะ ฮ่า ๆ ๆ ซัมเมอร์ก็แค่ทำตามความรู้สึกของตัวเอง

แค่ชัดเจนในความสัมพันธ์ รู้ว่าอะไรใช่หรือไม่ใช่ ทอมอาจจะเจ็บปวดกับการตัดสินใจ แต่การไม่

ปล่อยทั้งที่ไม่สามารถไปต่อได้ จะสร้างความเจ็บปวดที่มากกว่านี้ในอนาคต เหมือนที่หนัง

ถ่ายทอดออกมาผ่านฉากที่ทั้งคู่ไปเดินซื้อของแต่งบ้าน ในครั้งแรกนั้นช่างสดใสตามประสาคน

กำลังอินเลิฟ หลังจากผ่านไป 300 กว่าวัน ความสดใสนั้นก็หมดไป นั่นคือช่วงที่ซัมเมอร์เริ่มรู้สึก

ตัวแล้วว่า “ไม่ใช่” อีกต่อไปแล้ว

500 Days of Summer เป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกเลยว่า การย้อนกลับไปดูซ้ำในช่วงอายุที่ต่าง

กันไป ก็อาจมีมุมมองต่อเรื่องนี้เปลี่ยนไป ในอดีตที่ยังไม่เดียงสากับความสัมพันธ์มากนัก เราอาจ

รู้สึกว่าอินกับทอม เพราะเป็นผู้ถูกกระทำ และพาลโกรธแค้นซัมเมอร์ที่ทำเหมือนไม่มีหัวใจ แต่

เมื่อผ่านเวลามาประมาณหนึ่ง เมื่อถูกประสบการณ์และวันเวลาเคี่ยวกรำมาระยะหนึ่งแล้ว เราอาจ

เข้าใจซัมเมอร์มากขึ้น ว่าทำไมเธอจึงตัดสินใจที่จะทำแบบนั้น หรืออาจจะพาลรำคาญความงี่เง่า

ของทอมไปเลยก็ได้นะคะ ฮ่า ๆ ๆ

ที่สุดแล้ว วันเวลาจะสอนให้เราเข้าใจว่า ความสัมพันธ์มันเป็นได้มากกว่าที่เคยนิยาม การไม่มี

สถานะไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย หากแต่เป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ และความรักไม่ได้

ต้องการเพียงความรู้สึกรัก หรือเหตุผลที่จะอยู่ร่วมกันเท่านั้น แต่สัญชาตญาณจะบอกเราเองว่า

คน ๆ นั้น “ใช่” หรือ “ไม่ใช่”  และเราไม่ควรเสียเวลากับสิ่งที่ไม่ใช่นานเกินไป..

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *