บ้านเปิดผนังขนานกับลาน เว้นพื้นที่ให้หายใจอย่างเต็มปอด

บ้านร่วมสมัยขนานไปกับคอร์ท

บ้านร่วมสมัยขนานไปกับคอร์ท

บ้านร่วมสมัยขนานไปกับคอร์ท บ้าน ใน ท้องถิ่น ต่างๆ มักจะ ออกแบบ มา ให้เหมาะสมกับ

ลักษณะของอากาศ แล้วก็ตำแหน่งที่ตั้ง ได้แก่ บ้าน เขต หนาว จะ มี ช่อง แสงสว่างขนาดใหญ่

บ้าน เขตร้อน จะมีวิถีทางระบายอากาศ มากมาย ส่วน บ้านเขต อุทกภัย ชอบ ยกพื้น สูงเพื่อ หนี

น้ำได้ อย่างในไทย บาง โซน หรือเพื่อนบ้าน อย่างเวียดนาม ที่ มี หลาย พื้นที่ เป็น สามเหลี่ยม

ปากแม่น้ำโขง ที่บ้าน แถบนั้น ต้อง พบเจอ ภาวะธรรมชาติ ของ ฤดู อุทกภัยรายปีภูมิภาค นี้ ก็

เลยมี แบบอย่าง สถาปัตยกรรม บ้าน ยกพื้น สูง ที่ คุ้มครองปกป้อง อุทกภัย แม้กระนั้น ถัดมา เมื่อ

พบว่า ยาวนานหลายปี ให้ ข้างหลัง น้ำท่วมไม่ ถึงย่านที่อยู่อาศัย บ้าน แบบ เดิมๆ ก็เลย ไม่

เหมาะกับจังหวะ ชีวิต ทำให้มี บ้าน แบบใหม่ ๆ ที่ ด่างจาก เดิม เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จากภาพ มุมมอง จาก ด้านบน จะ มองเห็น ระยะ ของ บ้าน กับ แม่น้ำรอบๆ นี้ อยู่ ใน เมือง Hong

Ngu เป็น เมืองระดับ 3 ของจังหวัดDong Thap ประเทศเวียดนาม ซึ่ง ก่อนหน้าที่ผ่านมา ได้รับ

ผลพวงจากน้ำหลาก บ่อยๆ ทุกปี โดยเหตุนี้ สถาปัตยกรรม ของ สถานที่ แห่งนี้ก็เลยมีลักษณะ

เฉพาะ ด้วย บ้าน ไม้ ยกพื้น เหมือน ต่อ ขา เพื่อ คุ้มครองป้องกัน อุทกภัย เมื่อเวลาผ่านไปมีการ

สร้างรวมทั้ง ปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซม ระบบคัน กั้นน้ำ น้ำก็เลยไม่ ท่วม ไปสู่ ย่านอยู่อาศัย ทำให้

การออก แบบ บ้านเกิดไม่หมาะสม กับ แบบอย่างการใช้ ชีวิต ยุคใหม่อีกต่อไป อย่างไรก็แล้วแต่

เจ้าของบ้าน ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1968 ยังอยากได้ ดำรงไว้ ซึ่ง เรื่องราว แต่ก่อน เวลาที่ สัมผัส ได้

ถึงความ ร่วมสมัยก็เลย เป็น หน้าที่ ของ คนเขียนแบบ ที่ จำเป็นต้อง ตี ปัญหาให้ตรงใจ ผู้อยู่

สถาปนิกต้องการให้ บ้าน นำเสนอ พื้นที่ ที่ ใกล้เคียง กับ วิถีชีวิต แบบ เก่า

แต่เชื่อมต่อ ระหว่าง ฟังก์ชันตัวบ้าน และ เปิดกว้างระหว่างด้านในกับกับ ธรรมชาติ เยอะขึ้น ขณะ

ที่จำเป็นต้อง เอาชนะ ปัญหา ใน อดีตกาลและก็เสนอ โทนสี ใหม่ ใน แบบอย่าง ที่พักอาศัย

ของนอกเมืองให้มีความร่วมยุค บ้าน ทั้งยัง หลัง ก็เลย ใช้ไม้ ทำ โครงหลังคารองรับหลังคา

กระเบื้องสีแดง แล้วก็วงกบของประตู ซึ่ง เป็น อุปกรณ์ ที่ นิยมใช้มา ตั้งแต่ สมัยก่อน แบบแปลน

ตึก ถูก วางแบบ ให้ มี รูปร่างเสมือนตัว C แบ่งเป็น 4 ส่วนหมายถึงศูนย์กลางที่ มี ห้องรับแขก

ห้อง ทานอาหารตั้งอยู่ ตรงกลาง แถวๆหัว รวมทั้งท้าย เป็น ห้องครัว ห้องนอนรวมทั้ง ห้องสุขา

ส่วน ในที่สุด เป็น ที่ว่างเปิด ออกสู่ ท้องฟ้า (openspace) ที่ขนาน กับตอน กึ่งกลางของตัวบ้าน

พื้นที่ส่วนกลางของบ้านเป็นเหมือนห้องโถงโล่ง ๆ ยาวเป็นผืนเดียว ผนังติดตั้งประตูบานเฟี้ยมที่

เก็บเข้าด้านข้างได้หมดจนเหมือนไม่มีประตู เชื่อมต่อตัวบ้านไปยังลานที่มีต้นไม้ มองเห็น

ท้องฟ้า สัมผัสสายลมที่ไหลเข้าสู่ตัวบ้านได้เต็มที่ เนื่องจากเป็นการออกแบบบ้านแบบดั้งเดิม

แทนที่จะทำสกายไลท์ตรงกลางบ้าน เจ้าของบ้านเลือกใช้ระบบซี่ไม้ที่ขอบเหนือประตู เพื่อให้

อากาศหมุนเวียนและนำแสงเข้ามาในบ้าน

พื้นปูด้วยกระเบื้องลายกราฟฟิกสีดำขาว เพิ่มลูกเล่นให้เกิดมิติทางสายตาบ้านจึงดูไม่น่าเบื่อ

ประตูกระจกช่วยให้บ้านมีสภาพแสงต่างๆ มากมายตามลำดับเวลาในแต่ละวัน

จากโต๊ะทานข้าวจะมีผนังและโถงทางเข้าที่นำเข้าสู่ส่วนท้ายของบ้านที่เป็นครัว ซึ่งถูกแบ่งแยก

ไว้ด้านหลังเพื่อไม่ให้กลิ่นและควันรบกวนโซนใช้ชีวิตด้านหน้า โดยที่ไม่ถูกตัดขาดจากส่วนอื่น

ๆ ของบ้าน เพราะนักออกแบบเจาะช่องสี่เหลี่ยมเอาไว้บนผนังเป็นเหมือนเคาน์เตอร์บาร์สำหรับ

ส่งอาหารที่มองทะลุออกไปข้างนอกได้

ข้าง ๆ ครัวเป็นพื้นที่ว่างมีที่นั่งริมหน้าต่างเป็นมุมนั่งพักผ่อนน่ารัก ๆ ในบ้าน ที่เติมมิติของลูกเล่น

ให้บ้านร่วมสมัยแบบที่ค้นเคยในท้องถิ่นของเวียดนามน่าสนใจขึ้น ส่วนหลังคาที่เฉียงเอียงลง

สามด้านมีชายคายาว ทำให้น้ำฝนไหลเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งมีสวนและลานกรวดรองรับน้ำฝนอยู่ จึง

ไม่ส่งผลกระทบกับตัวบ้าน

อีกหนึ่งมุมที่เป็นบริเวณเล็ก ๆ แต่กลายเป็นจุดโฟกัสสายตา คือ ซิงค์ล้างมือจัดเอาไว้ในมุมบ้าน

ตกแต่งเป็นธรรมชาติด้วยแผ่นไม้ซีกรองรับซิงค์เซรามิค พื้นที่ว่างจัดสวนเล็ก ๆ ให้ความรู้สึก

สดชื่น เท่านั้ยังไม่พอ ผนังยังตกแต่งด้วยบล็อกแก้วใสลวดลายสวย หลังคาใส่วัสดุโปร่งแสงเป็น

skylight ที่ทำให้บ้านมีมิติของแสงเงาที่ชวนให้ประทับใจ

สถาปนิก : ในพื้นที่บ้านเนื้อที่จำกัด หรือต้องการเพิ่มธรรมชาติให้เป็นส่วนหนึ่งของบ้านแบบ outside in ทำให้สถาปนิกเลือกตัดส่วนพื้นหรือเพดานออกบางส่วน เพื่อเว้นพื้นที่อาคารให้เป็นช่องโปร่ง ๆ ขึ้นไป กลายเป็นพื้นที่โล่งเปิดออกสู่ท้องฟ้า ซึ่งจะเอื้อต่อการใช้จัดสวนให้ต้นไม้ได้รับแสงตรง ๆ บ้านสามารถรับลมได้ดี แต่ข้อเสียคือ จุดนี้จะได้รับน้ำฝนตรงๆ เช่นกัน จึงต้องวางระบบการรองรับซึมซับน้ำและการระบายน้ำที่ดี เพื่อไม่ไห้น้ำจากท้องฟ้า แทรกซึมเข้าไปขังสร้างความชื้นบริเวณรากฐานหรือผนังอาคาร ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายในภายหลังได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *