นักสืบต้องทำตัวให้ลึกลับ

เมื่อพูดถึงนักสืบ แน่นอนว่าหลายๆท่านก็คงนึกถึงอาชีพที่ลึกลับ

เมื่อพูดถึงนักสืบ แน่นอนว่าหลายๆท่านก็คงนึกถึงอาชีพที่ลึกลับ และเห็นรู้ได้เฉพาะในหนังหรือ

การ์ตูนเท่านั้น เพราะนักสืบต้องทำตัวให้ลึกลับ ทุกอย่างเป็นความลับหมด การทำงานเป็นขั้น

เป็นตอนเพื่อสืบเสาะหาข้อมูลหรือหลักฐานในการที่จะมัดตัวตัวคนร้าย

ไม่มีคำตอบที่แน่นอนสำหรับคำถามที่ว่า ” จะเป็นนักสืบได้อย่างไร ”  เนื่องจากในปัจจุบันไม่มี

ข้อบังคับทางกฎหมายในเรื่องนี้ จึงไม่ได้กำหนดคุณสมบัติของนักสืบเงื่อนไขของการเป็นนักสืบ

งานนักสืบเอกชน คือ งานรวบรวมหลักฐาน ประเมินหลักฐานเหล่านี้และหาข้อสรุป โดยใช้เครื่อง

มือต่างๆเช่น กล้องวิดีโอ กล้อง ระบบบันทึกเสียง หรือ โดยการใช้อินเตอร์เน็ต และ เครือข่าย

คอมพิวเตอร์ และใช้ซอฟต์แวร์ต่างๆ เพื่อการสอบสวน ดังนั้นนักสืบเอกชนควรเป็นผู้เชี่ยวชาญ

ในงานของตน ได้รับการฝึกอบรมในห้องปฏิบัติการทางอาญา มีความรู้ และ ประสบการณ์ในด้าน

จิตวิทยา และ อาชญาวิทยาทางอาญา

เมื่อพูดถึงนักสืบ แน่นอนว่าหลายๆท่านก็คงนึกถึงอาชีพที่ลึกลับ

1. นักสืบต้องมีความกล้าในการตัดสินใจและเเก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้รวดเร็ว

นักสืบที่ดีจะต้องมีการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ ต้องไม่ใจร้อน การเร่งรีบ

เกินไปในการปฏิบัติภารกิจ ไม่ติดตามเป้าหมายอย่างกระชั้นชิดเกินไปซึ่งอาจทำให้เป้าหมาย

รู้ตัว อันจะเป็นผลให้ภารกิจล้มเหลวและอาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นกับตัวนักสืบเองหรือผู้ว่าจ้างก็

เป็นได้ นักสืบต้องไม่ใจเย็นหรือทำอะไรชักช้าเกินไป การเฝ้ารอดูการเคลื่อนไหวของเป้าหมาย

อยู่แต่ภายนอกอย่างเดียวก็อาจทำให้ภารกิจล้มเหลวได้ การเฝ้ารอดูอยู่แต่ด้านนอกเพราะกลัว

เป้าหมายจะรู้ตัวว่าถูกติดตาม โดยไม่เข้าไปสำรวจสถานที่นั้น ทำให้ไม่รู้ว่าสถานที่แห่งนั้นยังมี

ทางออกทางอื่นอีก ซึ่งอาจทำให้คลาดกับเป้าหมายได้ถ้าเป้าหมายออกไปอีกทางหนึ่ง

2. การรอคอยในงานนักสืบ การรอคอยเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรรอคอยนานเกินไป

นักสืบที่ดีต้องมีความอดทน ความอดทนเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่นักสืบถูกสอนมาตลอดจากนักสืบรุ่น

เก่าๆ ให้อดทนรอคอย แต่การรอคอยนั้นควรมีการกำหนดระยะเวลาด้วย คือถ้าเห็นว่าเหตุการณ์ดู

เงียบเกินไป หรือระยะเวลาในการเฝ้ารอเป้าหมายนานเกินไปแล้ว เป้าหมายไม่เคลื่อนไหวเลย

นักสืบจะต้องรายงานให้หัวหน้าทีมสืบสวนทราบ เพื่อหาทางตรวจสอบให้ได้ว่ามีเหตุการณ์ผิด

ปกติเกิดขึ้นกับเป้าหมายหรือไม่ หรือว่าเป้าหมายได้หลบหนีออกไปโดยวิธีใดวิธีหนึ่งก็เป็นได้

นักสืบที่ดีนั้นควรต้องมีการตรวจสอบเป้าหมายเป็นระยะตามสมควร ไม่ใช่กรอดทนรอเวลาแต่

เพียงอย่างเดียว

3.นักสืบต้องพูดความจริง

การพูดความจริงเป็นคุณสมบัติอีกที่สำคัญอย่างยิ่งในการเป็นนักสืบ ในการปฏิบัติงานสืบสวนนั้น

ต้องมีการทำงานเป็นทีม ภายในทีมงานนักสืบแต่ละคนจะต้องไม่มีการโกหกกัน การกล่าวเท็จ

ต่อกันแล้วจะทำให้ภารกิจล้มเหลว หรืออาจเกิดอันตรายขึ้นกับตัวนักสืบได้ เช่น นักสืบทีมหนึ่ง

ได้รับมอบหมายภารกิจให้ไปเฝ้าสะกดรอยตามเป้าหมายยังสถานที่แห่งหนึ่ง หัวหน้าทีมนักสืบ

ได้ทำการสำรวจสถานที่แล้ว มีการวางแผ่นมอบหมายงานให้นักสืบแต่ละคนเฝ้าเส้นทางเข้าออก

ของเป้าหมายเป็นอย่างดี แต่กลับมีนักสืบคนหนึ่งในทีมมีเหตุจำเป็นที่จะต้องไปทำธุระส่วนตัวที่

อื่น แต่ไม่ยอมแจ้งให้หัวหน้าทีมนักสืบทราบ เพื่อจะได้ส่งนักสืบคนอื่นให้มาเฝ้าเส้นทางนั้นแทน

แต่ได้รีบไปทำธุระส่วนตัวแล้วรีบกลับมาโดยไม่แจ้งให้ทีมงานทราบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับ

เป้าหมายได้หลบหนีออกไปตามเส้นทางนั้น ซึ่งกว่าที่ทีมงานจะทราบเป้าหมายก็เดินทางไป

ไกลแล้ว ทำให้ภารกิจล้มเหลว

4.ยอมรับในความผิดพลาด

ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ แต่เมื่อนักสืบปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายผิดพลาดแล้ว

ต้องยอมรับความผิดพลาดนั้น ต้องแจ้งให้หัวหน้าทีมนักสืบทราบทันทีเพื่อจะได้หาหนทางแก้ไข

ความผิดพลาดนั้นแต่ถ้าหากว่านักสืบไม่ยอมรับความผิดพลาดแล้วปฏิบัติภารกิจไปตามปกติ

เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็อาจทำให้ภารกิจนั้นประสบคามล้มเหลวได้ เช่น นักสืบคนหนึ่งได้รับ

มอบหมายให้ไปเฝ้าติดตามสะกดรอยสังเกตพฤติกรรมเป้าหมาย แต่ได้คลาดกับเป้าหมายแล้ว

ไม่แจ้งให้หัวหน้าทีมนักสืบทราบแต่นักสืบคนนั้นกลับว่าเป้าหมายไม่มีการเคลื่อนไหว หรือไม่

พบเป้าหมาย ทำให้ทีมงานนักสืบทำงานต้องเฝ้าเป้าหมายอยู่ที่เดิมทั้งที่เป้าหมายไม่อยู่ที่นั่น

แล้ว ภารกิจจึงไม่มีความคืบหน้าหรือล้มเหลวนั่นเอง

5.นักสืบต้องมีการประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว

แหล่งข่าวหรือสายข่าวมีความสำคัญเป็นอย่างมากในงานของนักสืบ การหาข่าวหรือหาข้อมูล

ของนักสืบเป็นสิ่งที่นักสืบทุกคนต้องปฏิบัติ เพราะนักสืบมีหน้าในการพิสูจน์ความจริงในภารกิจที่

ได้รับมอบหมายการรวบรวมข้อมูลข่าวสารของนักสืบนั้นแบ่งได้เป็นหลายประเภท เช่น ข้อมูล

ข่าวสารที่นักสืบพบเห็นหรือได้จากการพิสูจน์ทราบเองของนักสืบ ข้อมูลข่าวสารได้จากตัวผู้ว่า

จ้าง และข้อมูลข่าวสารได้จากสายลับหรือแหล่งข่าว โดยนักสืบจะต้องทำการวิเคราะห์ว่าข้อมูล

ข่าวสารได้มานั้นว่ามีความน่าเชื่อถือเพียงใดนักสืบจึงต้องมีการคิดวิเคราะห์ก่อนว่าจะถามข้อมูล

จากแหล่งข่าวคนใด ข้อมูลได้มานั้นมีความถูกต้องแม่นยำมากน้อยเพียงใด เป็นข้อเท็จจริงหรือ

เป็นเพียงความเห็นของแหล่งข่าวเท่านั้นจึงจะได้ข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถทำให้ภารกิจสำเร็จ

ลุล่วงไปได้

6.นักสืบต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาท

นักสืบที่ดีต้องปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาด้วยความระมัดระวัง มีสติอยู่ตลอดเวลา นักสืบ

ต้องไม่ประมาทในงานที่ได้รับมอบหมาย อย่าคิดว่าเป็นงานที่ง่าย เพราะถ้าเป็นภารกิจที่ง่าย ผู้

จ้างก็คงไม่เสียค่าใช้จ่ายมาจ้างนักสืบอย่างแน่นอน ผู้ว่าจ้างคงทำเองไปแล้ว ดังนั้นเมื่อนักสืบได้

รับมอบหมายภารกิจมาแล้ว ต้องปฏิบัติภารกิจด้วยความสุขุมรอบคอบ และมีสติอยู่ตลอดเวลา

7.นักสืบต้องไม่ทำตัวให้เป็นจุดสนใจ

นักสืบต้องทำตัวให้ธรรมดาที่สุด ไม่โดดเด่น ในขณะที่ปฏิบัติงานนักสืบนั้นนักสืบอาจจำเป็นที่จะ

ต้องมีการปกปิดหรือพรางตัว ไม่ต้องการให้ใคร (โดยเฉพาะเป้าหมาย) ทราบว่าเราเป็นนักสืบ

ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุดคืออย่าทำตัวแปลกแยก เป็นจุดเด่นหรือเป็นที่สนใจของชาวบ้าน

8.นักสืบที่ดีต้องรักษาความลับของผู้ว่าจ้างไม่นำไปเผยแพร่ต่อบุคคลอื่น

เมื่อ มีการติดต่อ จ้างงาน จาก นายจ้าง ให้ ทำหน้าที่ ข้อควรระวัง อย่างหนึ่ง ที่ สายสืบจำเป็น

ต้องถือปฏิบัติ อย่างเคร่งครัด เป็น การดูแลและรักษา ความลับ ของนายจ๋าง ไม่ว่า จะเป็น ขั้น

ตอน ใด ของ การกระท่างาน หรือ เมื่อ ภารกิจ นั้น สิ้นสุดลง และก็ นักสืบ ได้ กระทำ มอบงาน ให้

กับ นายจ้างและก็ตามความรับผิดชอบของ นักสืบ เป็นจะต้อง รักษา ความลับ ของนายจ้าง ยัง

คง มี อยู่ตลอดไป ด้วยเหตุดังกล่าว การดูแลรักษา ความลับ ของลูกค้า ก็เลย ราวกับ เป็น กฎข้อ

ปฏิบัติ อันสำคัญ ของ นักสืบ ที่ นักสืบจำต้อง ปฏิบัติ อย่างเคร่งครัด

ไม่มี นักสืบ ที่เก่ง มี แม้กระนั้น นักสืบ ที่ ขยัน เพียงแค่นั้น ไม่มี อุปกรณ์ จำพวก ใดใน ชี้การ

ประมาณ ว่าคนไหนกันแน่ มีความรู้และมีความเข้าใจ มากยิ่งกว่ากัน แต่ว่า อยู่ที่ ใครกันแน่ ขยัน

มากยิ่งกว่า กัน ก็เลยสามารถ ดำเนินงาน ได้ บรรลุเป้าหมาย มากยิ่งกว่า กันงาน ของ นักสืบ

เป็นการ แสวงหา ความจริง เพื่อประสบความสำเร็จ สำหรับเพื่อการ สอบสวน ด้วยเหตุนั้น จะ

มองเห็น ได้ ว่านักสืบ ที่ มีความขยัน ข้นแข็งสำหรับการ ปฏิบัติภารกิจ จะก่อให้ ดำเนินงาน ได้

บรรลุเป้าหมาย ได้มาก กว่านักสืบ ที่ มีความ คร้านแม้กระนั้น ทั้งนี้ ก็ ขึ้นกับ ต้นสายปลายเหตุอื่น

ด้วย เช่น การเข้าถึง ข่าวสารว่า จะสามารถ เข้าถึง ข่าวสารที่ มีคุณประโยชน์ ต่อ การไต่สวน

มากมาย น้อย แค่ไหน ( เช่น ข้อมูล ด้าน การติดต่อสื่อสาร หรือ ข้อมูลทางการเงิน ของจุดมุ่ง

หมาย ) เนื่องจาก นักสืบ ที่มี ข้อมูลเบื้องต้น สำหรับเพื่อการ ไต่สวน มากยิ่งกว่าย่อม ได้โอกาส

สำหรับเพื่อการ ไปถึงเป้าหมาย ใน งาน สืบสวน มากกว่า นั่นเอง

อ่านบทความน่าสนใจถัดไป คุณสมบัติ ข้อที่สำคัญยิ่งสำหรับการเป็นสายลับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *