ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 556.79 จุด ด้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มวัสดุ

หุ้นนิวยอร์ก

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 556.79 จุด รับแรงซื้อหุ้นพลังงาน,ผู้ว่าฯเฟดหนุนซื้อสินทรัพย์

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (14 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มวัสดุ รวมทั้งผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธนาคารเจพีมอร์แกน เชส นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่นางลาเอล เบรนาร์ด หนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกมาสนับสนุนให้เฟดรุกซื้อสินทรัพย์จำนวนมากอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจซึ่งถูกกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,642.59 จุด พุ่งขึ้น 556.79 จุด หรือ +2.13% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,197.52 จุด เพิ่มขึ้น 42.30 จุด หรือ +1.34% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,488.58 จุด เพิ่มขึ้น 97.73 จุด หรือ +0.94%

หุ้นกลุ่มพลังงานได้รับแรงซื้อส่งเข้าหนุนอย่างคึกคัก หลังจากราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล พุ่งขึ้น 3.31% หุ้นเชฟรอน พุ่งขึ้น 3.45% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ทะยานขึ้น 5.85% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม พุ่งขึ้น 3.22%

หุ้นกลุ่มวัสดุปรับตัวขึ้นด้วย โดยหุ้นฟรีพอร์ท-แมคมอร์แรน พุ่งขึ้น 3.69% หุ้นวัลแคน มาเทเรียลส์ ปรับตัวขึ้น 1.40% หุ้น 3M พุ่งขึ้น 2.42%

หุ้นเจพีมอร์แกน เชส ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐเมื่อพิจารณาจากมูลค่าสินทรัพย์ ปรับตัวขึ้น 0.57% หลังจากธนาคารเปิดเผยกำไรในไตรมาส 2 ที่ระดับ 1.38 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.04 ดอลลาร์/หุ้น โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของธุรกรรมเทรดดิ้ง

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังพุ่งขึ้นหลังจากนางเบรนาร์ดได้กล่าวในการประชุมทางไกลซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมเศรษฐกิจธุรกิจแห่งชาติของสหรัฐเมื่อคืนนี้ว่า เฟดควรซื้อสินทรัพย์จำนวนมากอย่างต่อเนื่อง เพื่อพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้นจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะเดียวกันนางเบรนาร์ดเตือนว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐอาจะเผชิญกับอุปสรรค และจำเป็นที่จะต้องดำเนินนโยบายผ่อนคลายต่อไป

ทางด้านนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ ได้แสดงมุมมองในด้านบวกเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ โดยคาดว่า อัตราว่างงานมีแนวโน้มลดลงอย่างมากในช่วง 6 เดือนข้างหน้า

หุ้นเทสลา ดีดตัวขึ้น 1.32% ขณะที่หุ้นฮาร์ลีย์-เดวิดสัน พุ่งขึ้น 5.56% หลังจากนักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้นของทั้ง 2 บริษัท

อย่างไรก็ดี หุ้นซิตี้กรุ๊ป ร่วงลง 3.93% แม้ว่าธนาคารเปิดเผยกำไรในไตรมาส 2 ที่ระดับ 0.50 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.28 ดอลลาร์/หุ้น

หุ้นเวลส์ ฟาร์โก ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่เป็นอันดับ 4 ของสหรัฐเมื่อพิจารณาจากมูลค่าสินทรัพย์ ดิ่งลง 4.57% หลังจากธนาคารเปิดเผยตัวเลขขาดทุนสุทธิ 2.4 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 หรือ 0.66 ดอลลาร์/หุ้น ซึ่งย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขาดทุน 0.20 ดอลลาร์/หุ้น

หุ้นเดลต้า แอร์ไลน์ ร่วงลง 2.65% หลังสายการบินประสบภาวะขาดทุนสุทธิ 5.7 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 เนื่องจากการเดินทางระหว่างประเทศได้หยุดชะงักลงจากการที่รัฐบาลต่างๆประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปดีดตัวขึ้น 0.6% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2555 โดยได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคาอาหารและพลังงาน ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนก.ค.จากเฟดนิวยอร์ก, ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนมิ.ย., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย., รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย., ดัชนีการผลิตเดือนก.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนก.ค.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB), สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนพ.ค., ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนมิ.ย. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนก.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

แทงบอล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *