กฎเหล็ก 10 ประการของสายลับชั้นนำ

กฎสำคัญ 10 ประการของสายลับชั้นนำ

กฎสำคัญ 10 ประการของสายลับชั้นนำ จงอย่าทำตัวเหมือนนักขุดทองที่อุตสาห์ซื้อเหมืองทองมา แต่หลังจากพยายามขุดอย่างเหนื่อยยากไปสักพัก แล้วก็หยุดขุดเสียกลางคัน ทั้งที่อีกเพียง 3 ฟุต เขาก็จะกลายเป็นมหาเศรษฐี เพราะเขายอมแพ้ และขายเหมืองนั้นไป จึงทำให้เขาต้องสูญโอกาสที่จะได้ทอง 1,000 ล้านดอลล่าร์ ในเวลาต่อมา private detective bangkok

กฎสำคัญ 10 ประการของสายลับชั้นนำ

  • กฎข้อที่หนึ่ง ต้องเป็นฝ่ายบุก

อย่ารอให้ใครมาตีคุณเข้าก่อน ถ้าเห็นว่าพวกเขาน่าจะเป็นอันตรายต่อเรา ก็จงลงมือทันที ในการทำธุรกิจ คุณจะมัวอืดอาดไม่ได้ เดี๋ยวคู่แข่งก็มากินคุณเป็นอาหารเช้าเสียเท่านั้น ถ้าคุณสร้างกำแพงล้อมป้องกันตัว แล้วเข้าไปอยู่ภายในกำแพงนั้น ก็เท่ากับเชิญชวนฝ่ายตรงข้ามให้เข้ามาล้อมโจมตีคุณ จนกว่าป้อมกำแพงของคุณจะพังทลายลง ป้องกันตัวอย่างแข็งแรงก็ดีแล้ว แต่ก็ต้องดำเนินการเชิงรุกอย่างจริงจังด้วย

คุณต้องตรวจสอบฝ่ายตรงข้าม และสถานการณ์อยู่เสมอๆ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาอยู่ในที่ตั้งของตนเองไม่ได้เข้ามาล้อมบุกคุณ ต้องตรวจสอบอนาคต และตรวจติดตามฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ มองข้ามให้ไกลไปกว่าวันนี้ คิดว่าวันพรุ่งนี้ คุณจะไปอยู่ในสถานการณ์อย่างไร แล้ววางแผนดำเนินการเพื่อให้คุณได้อยู่ในจุดที่คุณต้องการ เมื่อถึงเวลานั้นเป็นฝ่ายบุกโจมตีคู่แข่งของคุณอยู่เสมอๆ ทำให้เขาต้องเป็นฝ่ายรับโดยตลอด ในการทำธุรกิจ จงใช้ยุทธวิธีนี้ เพื่อให้เกิดโอกาสที่คุณจะควบคุมตลาดได้ โดยการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา

โจมตีศัตรูภายในของคุณด้วย ได้แก่ นิสัยเฉื่อยช้า ขี้เกียจกำจัดนิสัยนี้ แล้วก็ป้องกันมันกลับมาด้วยการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ทำกิจกรรมที่กระตุ้นเร่งเร้า หาวิธีใหม่ๆ ในการทำงานอยู่เสมอ คุณอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ ไม่มีที่ใดที่จะป้องกันตัวเองได้ ดีไปกว่าการเอาชนะตัวเองตั้งแต่วันนี้

  • กฎข้อสอง นับถือทักษะความชำนาญของคุณเอง

ทุกครั้งที่ทำเรื่องที่สร้างสรรค์ หรือได้ความคิดที่เยี่ยมๆ จงชมตัวเอง เป็นการพัฒนาระบบให้รางวัล แม้เพียงความสุขใจเล็กๆ น้อยๆ เช่น เมื่อทำอะไรที่พิเศษได้สักอย่างให้ชมตัวเองว่า “ฉันช่างเก่งอะไรเช่นนี้” ซึ่งจะเป็นการฝึกใจตัวเองให้คุ้นเคยกับเรื่องที่ดีๆ

ในการเตรียมหาบุคลากรเข้าทำงาน ฝ่ายบุคลากรย่อมต้องวางระบบการให้รางวัล เช่น โบนัส คำชม การยกย่องนับถือ อำนาจการตัดสินใจ ซึ่งมีความหมายมากกว่าตัวเงินเป็นรางวัลในแง่ของอารมณ์ความรู้สึก ซึ่งจะจูงใจให้คนทำงาน

ถ้าคุณต้องการดึงดูดคนเข้าทำงาน คุณต้องแสดงให้เห็นสิ่งต่างๆ ที่เขาคาดหวังว่าจะได้รับตอบแทนจากการทำงาน ทำนองเดียวกัน อย่าลืมแสดงความชื่นชมต่อความคิดของตัวเอง แสดงความยินดีให้ตัวเองด้วย

จงแลกเปลี่ยนความคิดกับคนอื่น และต้องไม่ลืมที่จะเป็นฝ่ายยกย่องสรรเสริญความคิดและความช่วยเหลือที่ได้รับจากเขา ไม่มีอะไรที่จะทำให้คนประทับใจได้มากไปกว่าการที่ใครสักคนมามองหน้าคุณแล้วบอกว่า “คุณฉลาดมาก”

ส่งเรื่องดีๆ การให้กำลังใจครั้งแล้วครั้งเล่า เข้าสู่ความคิดจิตใจของคุณเอง เป็นการตอบแทนความคิดจิตใจของคุณที่ได้ให้สิ่งมีค่าออกมามากมาย

  • กฎข้อสาม เป็นเจ้าถิ่น

นำอัจฉริยภาพของคุณเข้าสู่สมรภูมิ ตรวจสอบกับคนที่เยี่ยมสุดยอด เพื่อให้เป็นเหมือนกับที่ เจย์ อับราฮัม ปารมาจารย์ด้านการตลาด เรียกว่ากลยุทธ์การก้าวขึ้นสู่จุดสุดยอดเหนือใคร การฝึกปฏิบัติดังกล่าวคุณต้องยอมทุ่มเทพลังงานและทรัพยากร คุณเลี่ยงเส้นทางนี้ไม่ได้ ถ้าหากต้องการเป็นสุดยอด คุณต้องเข้าสู่สนามในฐานะสุดยอดในกลุ่มของคุณ และหาหนทางและวิธีการต่างๆ ที่จะเผชิญหน้าและเขี่ยคู่แข่งของคุณให้กระเด็นออกไป เพื่อที่คุณจะเป็นเจ้าถิ่น ผู้ครอบครองสนาม ถ้าคุณไม่ออกไปต่อสู้ดังว่า คุณก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าคู่แข่งของคุณเป็นเจ้าถิ่นอยู่

ในด้านจิตใจ การครองสนาม หมายถึง คุณดึงปกเสื้อให้ตึง แล้วก้าวออกไป ฟาดทุกสิ่งที่ไม่เป็นที่น่าพอใจ ให้กระเด็นออกไปจากทางของคุณอย่างเต็มกำลัง จากนั้นก็สร้างระบบที่จะคอยตรวจติดตามพฤติกรรมของคู่แข่งที่กำลังหาทางโค่นคุณอยู่ เพื่อที่คุณจะได้ก้าวล้ำหน้าพวกเขาไปหลายๆ ก้าว

  • กฎข้อสี่ รู้จักภูมิหลังตนเองดี

ถ้าดูประวัติการทำงานของสายลับ จะพบว่ามีกรณีที่ประสบความล้มเหลวอยู่มากมาย ภารกิจประสบหายนะและสายลับถูกฆ่าตาย เรื่องราวเหล่านี้ทั้งหมดมีการจดบันทึกไว้อย่างละเอียด สายลับที่ได้อ่านเอกสารเหล่านี้ จะรู้ประวัติของเครือข่ายและภารกิจของตนอย่างดี

ด้วยวิธีนี้สายลับจึงได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาและ ไม่ทำผิดพลาดแบบเดิมๆ ซ้ำเข้าไปอีก อัจฉริยะมักจะเป็นนักอ่านที่กระหาย ศึกษาความรู้และความคิดของบุคคลสำคัญ อย่าจริงจัง เราควรยืนอยู่บนไหล่ของยักษ์ เพื่อพยายามที่จะเป็นยักษ์ด้วยตัวเราเองในอนาคต วงล้อมีการประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาแล้ว เราไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปประดิษฐ์มันซ้ำขึ้นมาอีก จงใช้ความรู้ทั้งหลายที่มีอยู่แล้วให้เป็นฐานที่จะสร้างความรู้ใหม่ๆ ขึ้นมา

อะไรก็ตามที่คุณต้องการทำ ต้องการเป็น จงเรียนรู้แล้วจะประสบความสำเร็จ มีคนอื่นๆ ที่ล่วงหน้าคุณไปก่อนแล้ว ด้วยความฝันอย่างเดียวกับคุณ ดังนั้น จงเลียนแบบเขา ถ้าคุณอยากเป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวย จงอ่านหนังสือชีวประวัติของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

ถ้าคุณอยากเป็นนักกอล์ฟระดับสูงขึ้น จงอ่านเรื่องของไทเกอร์ วูด จงใช้ประโยชน์จากทุกสิ่งที่พร้อมให้ใช้ได้แล้ว ตลอดเส้นทางที่ดำเนินการมา ถ้าคุณจะทำผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่เป็นไร ขอเพียงให้แน่ใจว่าเป็นความผิดพลาดจากตัวคุณเอง มิใช่ความผิดพลาดที่คนอื่นๆ ทำ ซึ่งคุณควรจะได้เรียนรู้จากเขาแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำผิดพลาดซ้ำตามเขาไปอีก

  • กฎข้อห้า อย่ามองข้ามการวิเคราะห์

รวบรวมแหล่งความรู้ของคุณไว้ด้วยกัน ใช้ข้อมูลทั้งหมดที่คุณมี ถ้าพบกับเรื่องท้าทายในธุรกิจ จงรวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งหมดที่มี แล้วนำมาวิเคราะห์อย่างจริงจัง

ในข้อมูลนั้นมีทั้งสัญญาณบอกและคำตอบต่อปัญหา สิ่งท้าทายและสถานการณ์ของคุณ การวิเคราะห์ข้อมูลจะช่วยให้คุณมองเห็นสัญญาณและคำตอบดังกล่าว แม้ว่าไม่ง่ายเสมอไปที่จะจับจุดให้ถูก แต่บางครั้ง เพียงนำข้อมูลต่างๆ มาพิจารณาร่วมกัน สัญญาณและคำตอบดังกล่าวก็ปรากฎให้เห็นได้ทันที

การวิเคราะห์คือการที่คุณไปตรวจดูอะไรสักอย่าง เหมือนพยาบาลที่เอาแว่นขยายและหวีเสนียด เข้าไปตรวจปัญหาเหาระบาดในโรงเรียน เหมือนนักล่าสมบัติที่เดินสำรวจตามชายหาด ใช้เครื่องตรวจจับโลหะ ค่อยๆ ตรวจไปตามผืนทรายทีละนิ้วๆ อย่างเป็นระบบเมื่อมันเจอโลหะบางอย่าง ก็จะส่งเสียงบิ๊บๆๆ เตือนให้คุณรู้ว่าอาจมีบางสิ่งที่มีค่าฝังอยู่

  • กฎข้อหก อย่าใจแคบ

ในแต่ละประเทศจะมีหน่วยงานสายลับหลากหลายองค์กร จึงมีบ่อยๆ ที่เกิดการทำงานทับซ้อนกันขึ้น และเกิดการขัดแย้งชิงดีชิงเด่นขึ้นได้ ด้วยต่างคนต่างทำงานด้วยวิธีการของตนและคิดว่า”ฉันก็แน่” เรื่องที่ว่านี้ทำให้การประมวลข่าวสารไม่ได้ผลเท่าที่ควร

คุณควรเรียนรู้ที่จะยอมรับนับถือหลายๆ คน ที่ร่วมอาชีพเดียวกับคุณ ซึ่งทำงานอย่างบากบั่น เป็นมืออาชีพ ที่ทำงานอย่างสุดความสามารถ เป็นแบบอย่างที่คุณควรจะเรียนรู้ตามอย่างได้ ควรเปิดใจเรียนรู้จากคนเก่งอื่นๆ นอกสายงานที่คุณเชี่ยวชาญด้วย คุณจะเรียนรู้ได้อีกมาก เพียงแต่ขยายขอบข่ายความสนใจไปยังเรื่องอื่นๆ มากขึ้น ความคิดสร้างสรรค์จะไม่เกิดในรูปแบบเดียวเดิมๆ อย่างที่เราต้องการได้ ความคิดสร้างสรรค์จะเบ่งบานเฉพาะเมื่อมีหลายๆ มุมมอง

คนที่ใจแคบ ปฏิเสธโลก เท่ากับปฏิเสธตัวเอง ไม่ให้เข้าถึงบางส่วนที่ยิ่งใหญ่กว่าในจิตใจของตน จงเดินทางดูบ้าง แล้วชิมอาหารแปลกใหม่ สวมเสื้อผ้าแบบที่ไม่คุ้นเคย ดื่มชากับชาวบ้านในถิ่นนั้นจงร่วมแบ่งปันประสบการณ์กัน แล้วคุณจะไปถึงจุดหมายร่วมกันได้รวดเร็วขึ้น

  • กฎข้อที่เจ็ด พัฒนาทีมของคุณ

คุณต้องฝึกฝนเป็นประจำสม่ำเสมอ ถ้าคุณต้องการปฏิบัติงานในระดับ ขีดสมรรถนะสูงสุดที่คุณมีต้องลับสมองให้เฉียบคมด้วยแผนการฝึกฝนที่จัดอย่างเป็นระบบ ความคิดแบบอัจฉริยะเป็นทักษะที่เรียนรู้กันได้ คุณจะเข้าใกล้ความเป็นอัจฉริยะยิ่งขึ้น ถ้าคุณให้ความสนใจและมุ่งเน้นต่อมันมากขึ้น

ในทำนองเดียวกัน ถ้าคุณมีคนที่ทำงานอยู่กับคุณ ทำงานให้คุณคุณก็ต้องยอมลงทุนในการฝึกฝนเขา เพื่อให้เขาทำได้ดีที่สุดในทางของเขา เช่นเดียวกับคุณ

ใช้วิธีลัด โดยหาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ แน่นอน คุณเรียนรู้เองได้มากขึ้นเป็นลำดับๆ แต่ประหยัดเวลาของคุณไว้ดีกว่า โดยเรียนรู้จากครู อ่านหนังสือที่พัฒนาสมอง ไปร่วมการสัมมนาในเรื่องที่เกี่ยวกับการสร้างสรรค์บ่อยๆ จนเมื่อมีความรู้พื้นฐานเหล่านั้นแล้ว คุณค่อยเติมความละเอียดประณีตและความสร้างสรรค์ของคุณเพิ่มลงไป

  • กฎข้อแปด อย่ายอมให้ถูกผลักออกนอกสนาม

ถ้าคุณเป็นคนที่มีไหวพริบ และสายตาที่แหลมคม มักจะเป็นที่ไม่พอใจของคนอื่นและถูกมองข้าม เพราะคุณมักเสนอเรื่องต่างๆ ที่จะเป็นแรงกดดันที่ทำให้เขาต้องเปลี่ยนแปลงสภาพเดิมที่เป็นอยู่ ในทางธุรกิจ คุณอาจถูกมองว่าเป็นผู้ท้าทายอำนาจของผู้บังคับบัญชา เขาจึงพยายามที่จะกีดกันคุณออกไป ปิดกั้นคุณไว้ หรือแม้แต่กำจัดคุณออกไป หลายๆ ครั้ง พวกเขาจะขโมยความคิดของคุณไปใช้ แล้วอ้างว่าเป็นความคิดของเขาเอง

  • กฎข้อเก้า จงรู้ว่าเมื่อไรถึงเวลาต้องไป

ในวงการจารกรรม เต็มไปด้วยภัยอันตราย คนที่ต้องต่อต้านการจารกรรมเป็นเวลานานๆ มักจะกลายเป็นคนประสาท ขี้ระแวงคอยแต่คิดว่าทุกคนจะมาเล่นงานตน เหมือนทหารผ่านศึก ที่มักจะมีความยุ่งยากเดือดร้อนในชีวิตมากมาย เขาต้องอยู่กับการหลอกลวง ไม่หลอกเขาก็ถูกเขาหลอกตลอดเวลา เกมของสายลับก็เหมือนกับห้องกระจกลวงตา ที่ทุกอย่างล้วนไม่เป็นอย่างที่เรามองเห็นเลย การมีสิ่งเหล่านี้ในชีวิตคุณ ถ้ามากไปก็ไม่ดี

ในกองทัพ บุคลากรจะถูกโยกย้ายทุก 2 – 3 ปี เพื่อทำให้เขายังคงกระชุ่มกระชวยอยู่เสมอ ในบางอาชีพหรือในบางสถานการณ์ ถ้าต้องอยู่กับมันนานเกินไป คุณจะรู้สึกติดตัน ดังนั้น คุณควรหาวิธีที่จะขยับขยายเป็นระยะๆเพื่อที่จะได้มีประสบการณ์กับสถานที่ใหม่ โอกาสใหม่ และได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ถ้าสมองของคุณถูกใช้งานเป็นเวลานานๆ มันก็ต้องการพักบ้าง การเปลี่ยนแปลงก็ถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่งเหมือนกัน ดังนั้น จงก้าวขยับต่อไปเรื่อยๆ เพื่อคุณจะได้พบกับสิ่งท้าทายสดใหม่ ที่จะทำให้คุณต้องหาวิธีแก้ไขในแบบที่ไม่เคยใช้มาก่อน

เมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์กดดันเป็นเวลานานๆ สมองของคุณจะมีอาการ 2 อย่างนี้ คือ

ประการแรก สมองบางส่วนจะหลับไปและปล่อยให้ประสาทอัตโนมัติทำงาน (autopilot) ซึ่งจะทำให้งานของคุณไม่ขยับ

ประการที่สอง บางส่วนของสมองจะเข้าสู่ระดับความเร็วสูงเกินควร ทำให้คุณมีปฏิกิริยาที่เกินพอดี แบบควบคุมได้ยาก

  • กฎข้อสิบ อย่ายอมแพ้

ไม่ว่าภารกิจหรือจุดมุ่งหมายที่คุณทำอยู่จะเป็นเรื่องใดก็ตามขอให้คุณเกาะติด ทำต่อไปอย่างมานะอดทน อย่ายอมแพ้ หน่วยสืบราชการลับหลายแห่งได้ใช้ความพยายามอย่างเงียบๆ เป็นเวลาหลายเดือน เพื่อติดตามบุคคลเป้าหมายและจับให้ได้คาหนังคาเขา ซึ่งในบางช่วงเวลา มันจะดูราวกับหยุดนิ่ง เหมือนไม่มีการดำเนินงานใดๆแต่บางทีในขณะที่คุณเริ่มถามตัวเองว่าจะยอมแพ้ดีไหม ก็อาจเป็นจังหวะที่เหตุการณ์จะเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่คุณรอคอย อาจพลันเกิดขึ้นสิ่งที่คุณค้นหา จุดมุ่งหมายที่คุณพยายามอยู่อาจปรากฏเป็นจริงขึ้นก็ได้

ภารกิจหนึ่งๆ อาจใช้เวลาถึง 10 เดือน กว่าจะสำเร็จ แต่ถ้าคุณยอมแพ้ในเดือนที่ 9 ความพยายามของคุณก็จะสูญเปล่าไปโดยสิ้นเชิง

อ่านบทความน่าสนใจถัดไป สิ่งที่นักสืบต้องสังเกตมีอะไรบ้าง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *